พื้นที่อพยพ บี
พื้นที่อพยพ บี | |
|---|---|
ภาพถ่ายทางอากาศพื้นที่อพยพ บี ในปี พ.ศ. 2531 | |
| พิกัด: 14°27′26″N 103°51′47″E / 14.457089°N 103.863125°E | |
| ประเทศ | |
| จังหวัด | |
| อำเภอ | สังขะ |
| เปิดโดย รัฐบาลไทย | มิถุนายน 2528 |
| การปกครอง | |
| • ผู้ดูแล | |
| • เจ้าของพื้นที่ | รัฐบาลไทย |
| ประชากร (2534) | |
• ทั้งหมด | 63,157 คน |
พื้นที่อพยพ บี[1] (อังกฤษ: Site B) หรือ กรีนฮิลล์[a] (อังกฤษ: Green Hill) เป็นค่ายผู้ลี้ภัยบนชายแดนไทย–กัมพูชา ก่อตั้งขึ้นในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2528 ภายใต้การบริหารงานของ UNBRO[2] ตั้งอยู่ที่พื้นที่ตำบลเทพรักษา อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ถือเป็นค่ายผู้อพยพเพียงแห่งเดียวที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของฟุนซินเปก[3]
พื้นที่อพยพ บี ถูกปิดในกลางปี พ.ศ. 2536 และประชากรส่วนใหญ่ถูกส่งตัวกลับกัมพูชาโดยสมัครใจ[4]
ประวัติ
[แก้]
พื้นที่อพยพ บี ตั้งอยู่ห่างจากชายแดนประเทศกัมพูชาประมาณ 9 กิโลเมตร ลึกเข้ามาในจังหวัดสุรินทร์[2] ห่างจากตัวจังหวัดสุรินทร์ประมาณ 70 กิโลเมตร[3] และห่างจากกรุงเทพมหานครไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 500 กิโลเมตร ประชากรของพื้นที่อพยพนี้รวมกลุ่มกันเป็นค่ายผู้อพยพครั้งแรกในปี พ.ศ. 2524 ซึ่งมีการเปลี่ยนชื่อเรียกและตำแหน่งที่ตั้งมาหลายครั้งด้วยกัน[2]
ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2526 ค่ายถูกเรียกว่า ค่ายผู้อพยพโอร์เสม็ด (O'Smach camp; น่าจะมาจากชื่อเมืองโอร์เสม็ด) และเปลี่ยนเป็น ค่ายผู้อพยพตาตุม (Tatum camp, น่าจะมาจากชื่อตำบลตาดุม) ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 ใช้ชื่อว่า ค่ายผู้อพยพเดวิด (David camp) และ ค่ายผู้อพยพบ้านบาระแนะ (Ban Baranae camp, หมู่บ้านในอำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์) โดยผู้อพยพได้เข้ามาตั้งรกรากในสถานที่ปัจจุบันตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2528 และรองรับผู้อพยพจากพื้นที่อื่น ๆ มากขึ้นจนกลายเป็นพื้นที่อพยพขนาดใหญ่ขึ้นมา[2]
พื้นที่อพยพ บี กลายเป็นพื้นที่อพยพขนาดใหญ่หลังจากการบุกโจมตีของเวียดนามในปี พ.ศ. 2527–2528 เนื่องจากฐานทัพของกองกำลังต่อต้านเกือบทั้งหมดในกัมพูชาถูกยึดครอง และการควบคุมประชากรผู้ลี้ภัยภายใต้กลุ่มต่าง ๆ ก็เป็นทางการมากขึ้นเมื่อผู้อพยพหลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทย[3]
ฝ่ายบริหารของพื้นที่อพยพ บี ยอมรับความช่วยเหลือจากภายนอกอย่างไม่เต็มใจ จากนั้นได้นำความช่วยเหลือต่าง ๆ ไปแจกจ่ายภายในพื้นที่อพยพและโฆษณาชวนเชื่อว่าเป็นทรัพยากรจากอิทธิพลทางการเมืองของกลุ่มที่มีอิทธิพลอยู่ ในหลาย ๆ แง่มุม ความเป็นอิสระและความภาคภูมิใจของพวกเขานั้นน่านับถือ แต่สิ่งเหล่านั้นมักกลายเป็นการเล่นเกมเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองเสมอ และพวกเขาไม่ลังเลที่จะทำร้ายประชาชนของตนเองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเมือง[3]
สถานะทางการเมือง
[แก้]
พื้นที่อพยพ บี เป็นพื้นที่อิทธิพลของรัฏฐาภิบาลผสมกัมพูชาประชาธิปไตย (CGDK) ของพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ หรือรู้จักกันในชื่อของพรรคฟุนซินเปก ซึ่งก่อตั้งขึ้นในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2524 ซึ่งหลังจากนั้นส่วนกองกำลังทหารคือ ANS หรือ Armee Nationale Sihanoukienne (กองทัพแห่งชาติแห่งสีหนุ) ก่อตั้งขึ้นในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2524 ก็เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่อพยพเช่นกัน[2]
ประชากร
[แก้]พื้นที่อพยพ บี แต่เดิมนั้นประชากรของพื้นที่เริ่มต้นจากประมาณ 850 คน เมื่อเวลาผ่านไปประชากรในพื้นที่เพิ่มชึ้นจนมีประมาณประมาณ 63,535 คน ณ วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2532[2] ขณะที่การสำรวจในปี พ.ศ. 2534 พื้นที่อพยพมีประชากรประมาณ 63,157 คน[3]
จากผลการสำรวจข้อมูลประชากรจะแสดงให้เห็นว่าผู้ตอบแบบสอบถามในพื้นที่อพยพ บี มากกว่าร้อยละ 89 เป็นผู้หญิง สิ่งนี้สามารถอธิบายได้จากการมีส่วนร่วมของกองทัพในระดับสูงในหมู่ประชากรชายวัยผู้ใหญ่ของพื้นที่อพยพ ผู้หญิงที่สำรวจมักจะระบุอาชีพของสามีว่าคือ "ทหาร" ผู้ตอบแบบสอบถามชายส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในค่ายทำงานด้านพลเรือนหรือการบริหาร ประชากรของพื้นที่อพยพ บี ค่อนข้างเป็นเนื้อเดียวกัน โดยผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่มาจากจังหวัดพระตะบองและเสียมราฐ ประชากรส่วนใหญ่มาจากจังหวัดอุดรมีชัยเมื่อเทียบกับค่ายอื่น ๆ ที่สำรวจ ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เนื่องจากจังหวัดดังกล่าวอยู่ใกล้กับพื้นที่อพยพมาก เช่นเดียวกับพื้นที่อพยพอื่น ๆ ที่สำรวจ ผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าครึ่งหนึ่งในพื้นที่อพยพ บี อาศัยอยู่ที่ชายแดนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522[2]
การบริหาร
[แก้]
หน่วยบรรเทาทุกข์ชายแดนแห่งสหประชาชาติ (UNBRO) มีหน้าที่รับผิดชอบในการประสานงานเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือและความช่วยเหลือในพื้นที่อพยพ โดยรับผิดชอบโดยตรงในการจัดหาอาหารและน้ำ ส่วนการสนับสนุนอื่น ๆ ทั้งหมดนั้นจัดทำโดยองค์กรพัฒนาเอกชน ซึ่งได้รับทุนจากสหประชาชาติหรือจากเอกชน[3]

พื้นที่อพยพ บี แบ่งออกเป็น 28 ส่วน ส่วนละประมาณ 500 ครอบครัว ฝ่ายบริหารส่วนกลางของค่ายจะแต่งตั้งหัวหน้าส่วน และกำกับดูแลความปลอดภัยภายใน โปรแกรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน และบริการต่าง ๆ ด้วยความช่วยเหลือจากหน่วยบรรเทาทุกข์ชายแดนแห่งสหประชาชาติ (UNBRO) ฝ่ายบริหารดูเหมือนจะจัดระเบียบได้ดีมาก ทำงานเป็นหน่วยงานที่ประสานกันได้อย่างเหนียวแน่น เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารส่วนใหญ่พูดภาษาตะวันตกได้อย่างน้อยหนึ่งภาษา และเป็นที่ตั้งข้อสังเกตว่าในระบบบริหารงานมีชาวกัมพูชาที่อพยพไปอยู่ต่างประเทศหลายคนเดินทางกลับมาทำงานในพื้นที่ค่าย ซึ่งโดยปกติแล้วจะทำงานที่พรรคฟุนซินเปกในกรุงเทพมหานครก่อน ก่อนจะย้ายกลับมาปฏิบัติงานที่พื้นที่ค่ายหลังจากสามารถตั้งรกรากใหม่ในต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว ผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่รับผิดชอบดูเหมือนจะแสดงออกถึงความภักดีและมีแรงจูงใจทางการเมือง ในขณะที่ฝ่ายบริหารดำเนินการภายใต้ขอบเขตอำนาจที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน[2]
หน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือภายในพื้นที่อพยพ[3] เช่น
- สำนักงานคาทอลิกสงเคราะห์ผู้ประสบภัยและผู้ลี้ภัย (โคเออร์) : CRS - การแพทย์และทันตกรรม
- สำนักงานคาทอลิกสงเคราะห์ผู้ประสบภัยและผู้ลี้ภัย (โคเออร์) : ดอนบอสโก - การฝึกอบรมอาชีวศึกษา
- คณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศ (IRC) : โรงพิมพ์สำหรับพิมพ์เอกสารต่าง ๆ เช่น ตำราเรียน เอกสารที่จำเป็น หรือหนังสือพิมพ์
การปิดค่าย
[แก้]พื้นที่อพยพ บี ถูกปิดลงช่วงกลางปี พ.ศ. 2536 และประชากรส่วนใหญ่ถูกส่งตัวกลับกัมพูชาโดยสมัครใจ[4]
การพัฒนา
[แก้]หลังจากการปิดพื้นที่อพยพ บี รวมถึงค่ายผู้อพยพอื่น ๆ และประชากรในค่ายถูกส่งตัวกลับกัมพูชาแล้ว สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ได้มีพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวภายใต้ชื่อว่า โครงการทับทิมสยาม 04 จังหวัดสุรินทร์ และจัดที่ดินทำกินให้กับราษฎร์ไทยที่ไร้ที่ดินทำกินและยากจนเข้าทำประโยชน์จากกรมป่าไม้ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2537 คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 2,463 ไร่ ให้กับประชากรจำนวน 100 ครัวเรือน[5]
ดูเพิ่ม
[แก้]หมายเหตุ
[แก้]- ↑ ชื่อแปลตามภาษาอังกฤษที่เรียกขานโดยชาวต่างชาติ
อ้างอิง
[แก้]- ↑ กาลานุกรม หน่วยรบพิเศษกองทัพบกไทยจากอดีตสู่ปัจจุบัน. หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ.
- 1 2 3 4 5 6 7 8 "1989 Border Khmer Demographic Survey - includes camp descriptions". websitesrcg.com. สืบค้นเมื่อ 2025-07-01.
- 1 2 3 4 5 6 7 "Site B - Thai / Cambodian Border Refugee Camp". websitesrcg.com. สืบค้นเมื่อ 2025-07-01.
- 1 2 Grant M, Grant T, Fortune G, Horgan B. Bamboo & Barbed Wire: Eight Years as a Volunteer in a Refugee Camp. Mandurah, W.A.: DB Pub., 2000.
- ↑ "หลายฝ่ายร่วมเดินรังวัดปักหลักแนวเขต 'ทับทิมสยาม 04' ป้องกันรุกป่าชายแดนไทย-กัมพูชา". Thai Post | อิสรภาพแห่งความคิด (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-07-01.