ข้ามไปเนื้อหา

ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เฮลี สไตน์เฟลด์"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ไม่มีความย่อการแก้ไข
ไม่มีความย่อการแก้ไข
 
=== ค.ศ. 2007–2014: การเริ่มต้นทำงาน ===
[[ไฟล์:HaileeSteinfeldSept10.jpg|left|thumb|257x257px|เฮลี สไตน์เฟลด์ ที่งานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง ''Secretariat'' รอบพิเศษในเดือน กันยายน ค.ศ. 2010]]
เฮลี สไตนเฟลด์ เริ่มงานด้านการแสดงเมื่ออายุ 10 ขวบ เธอปรากฏตัวในภาพยนตร์สั้นหลายเรื่องรวมถึงการรับบท Talia Alden ที่ทำให้เธอได้รับรางวัลของฟ็อกซ์ เธอปรากฏตัวเป็นแขกรับเชิญทางโทรทัศน์และโฆษณาหลายชิ้น เฮลี สไตน์เฟลด์ได้รับเลือกให้รับบท Mattie Ross ในภาพยนตร์ ''True Grit'' เมื่อเธออายุ 13 ปี ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายในต่างประเทศในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2010 นิตยสาร Richard Corliss of Time เรียกการแสดงของเธอว่า 'Her performance one of the Top 10 Movie Performances of 2010' และเขียนว่า "Delivers the orotund dialogue as if it were the easiest vernacular, stares down bad guys, wins hearts. That's a true gift" บทวิจารณ์จาก Roger Ebert , ''Los Angeles Times'' และ ''Rolling Stone'' ทำให้เฮลี สไตน์เฟลด์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในงานรางวัลออสการ์ครั้งที่ 83 ประเภทนักแสดงสมทบหญิงที่ดีที่สุดในเดือนพฤษภาคมปีค.ศ. 2011 ภายหลัง 5 เดือนจากการแสดงภาพยนตร์เรื่อง ''True Grit'' เธอได้รับเลือกให้เป็นพรีเซนเตอร์หน้าใหม่ของผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายแบรนด์อิตาลี Miu Miu
 
ในปีค.ศ. 2011 เฮลี สไตน์เฟลด์ถูกวางตัวตอนอายุ 14 ให้มาทำการแสดงบทบาทจูเลียตในปีค.ศ. 2013 ภาพยนตร์เรื่อง ''Romeo & Juliet'' เดิมบทบาทนี้ถูกวางไว้สำหรับนักแสดงหญิงอายุ 22 ปี แต่เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับภาพเปลือยในภาพยนตร์ ผู้กำกับจึงอธิบายว่าเมื่อเฮลี สไตน์เฟลด์ถูกคัดเลือกให้มารับบทนี้บทภาพยนตร์ก็ต้องเปลี่ยนไปเพื่อให้เหมาะสมกับวัย ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงได้รับการฉายในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2013 เมื่อได้รับคำวิจารณ์ที่ดีในสหรัฐอเมริกาและในระดับสากล เฮลี สไตน์เฟลด์ จึงได้รับบท Petra Arkanian ในภาพยนตร์เรื่อง ''Ender's Game'' เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนิยายวิทยาศาสตร์-แอ็คชั่นผจญภัย ประพันธ์โดย ออร์สัน สก็อตการ์ด ซึ่งภาพยนตร์ออกฉายเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013
[[ไฟล์:Hailee Steinfeld (Berlin Film Festival 2011).jpg|thumb|246x246px|เฮลี สไตน์เฟลด์ ที่งานเทศกาลภาพยนตร์เบอลินอินเตอร์เนชั่นเนลในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011]]
 
เฮลี สไตน์เฟลด์ ได้รับบท Violet ซึ่งเป็นบทนักแสดงนำในภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่าเรื่อง ''Begin Again'' ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการเผยแพร่เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ค.ศ. 2014 โดยทำรายได้ 134,064 ดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์ที่เปิดตัว เผยแพร่ทั่วโลกในวันที่ 11 กรกฎาคม และได้รับการเผยแพร่อีกครั้งโดย The Weinstein Company ในวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 2014
 
Paramountบริษัทผลิตภาพยนตร์ของอเมริกา Pictures[[พาราเมาต์พิกเจอส์]] ปิดข้อตกลงในปีค.ศ. 2011 สำหรับลิขสิทธิ์ที่จะทำภาพยนตร์โดยดัดแปลงจากนวนิยาย Forgotten ประพันธ์โดย Cat Patrick และประกาศว่าเธอจะร่วมถ่ายทำภาพยนตร์ที่ถนนลอนดอนในปีค.ศ. 2015
 
ในปีค.ศ. 2014 ได้มีข่าวประกาศให้เฮลี สไตน์เฟลด์รับบท Min Green ในภาพยนตร์เรื่อง ''Why We Broke Up'' ซึ่งดัดแปลงจากหนังสือโรแมนติก-คอมเมดีของนักเขียน Daniel Handler แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการผลิตแต่อย่างใด
 
=== ค.ศ. 2015–2017: ภาพยนตร์เรื่อง ''Pitch Perfect'', ''Haiz และ'' ''The Edge of Seventeen'' ===
เฮลี สไตน์เฟลด์ถูกวางตัวให้รับบท Eliza ในภาพยนตร์เรื่อง ''Ender's Game'' แสดงร่วมกับ [[เอซา บัตเตอร์ฟีลด์]] ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากภาพยนตร์เรื่อง ''Ten Thousand Saints'' เผยแพร่ในวันที่ 23 มกราคม ค.ศ. 2015 ที่งานเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์
 
ในปีค.ศ. 2015 เฮลี สไตน์เฟลด์ถูกวางตัวให้รับบทแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง ''For the Dogs'' แต่ถูกแทนที่ด้วยนักแสดงสาว [[เอมมา โรเบิตส์]] และในฤดูใบไม้ผลิปีค.ศ. 2014 เฮลี สไตน์เฟลด์ได้พากย์เสียงของ[[อันเนอ ฟรังค์]]ในนิทรรศการเกี่ยวกับฟรังค์ที่พิพิธภัณฑ์ Museum of Tolerance ในเดือนตุลาคมปีเดียวกันเธอได้รับบท Hadley ในภาพยนตร์เรื่อง ''The Statistical Probability of Love at First Sight'' ที่ดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกันประพันธ์โดย Jennifer E. Smith นอกจากนี้เธอได้มีการประกาศในเดือนมกราคม ค.ศ. 2015 ให้มาแสดงภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนวนิยายเรื่อง Carrie Pilby ที่ประพันธ์โดย Caren Lissner ในเดือนมีนาคมปีเดียวกันเธอยังเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ให้เสียงพากย์ภาษาอังกฤษของภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง ''When Marnie Was There'' โดยเธอรับบทพากย์เสียงของ Anna Sasaki ร่วมกับ เคียร์แนน ชิพกา ที่รับบทพากย์เสียง Marnie
 
นอกจากนี้เฮลี สไตน์เฟลด์ยังรับบท Trinity ในมิวสิกวิดีโอเพลง "Bad Blood" ของ [[เทย์เลอร์ สวิฟต์]] ร้องร่วมกับ เคนดริก ลามาร์ ซึ่งมิวสิกวิดีโอได้ฉายในรอบปฐมทัศน์ที่งานประกาศรางวัลเพลง 2015 เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมค.ศ. 2015 และได้รับรางวัลรางวัล MTV Video Music Award for Video of the Year และเธอยังได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง ''Barely Lethal'' กำกับโดย Kyle Newman และเข้าฉายเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 2015
[[ไฟล์:Hailee Steinfeld (21604481176).jpg|left|thumb|เฮลี สไตน์เฟลด์ ในเดือน กันยายน ค.ศ. 2015]]
ในปีค.ศ. 2015 เฮลี สไตน์เฟลด์ร่วมแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง ''Pitch Perfect 2'' ร่วมกับ [[แอนนา เคนดริก]], เรเบล วิลสัน และ[[เอลิซาเบท แบงส์]] เธอได้แสดงการร้องเพลงให้ตัวแทนจากค่ายเพลงรีพับลิคเรคเคิร์ดในงานอีเวนต์ที่นิวยอร์กซิตี้และได้ตกลงเซ็นสัญญาให้เธอมาร่วมสังกัด และในเดือนพฤษภาคมค่ายเพลงรีพับลิคเรคเคิร์ดได้ประกาศบันทึกข้อตกลงและเฮลี สไตน์เฟลด์กำลังทำงานในการเปิดตัวในฐานะนักร้องครั้งแรกของเธอ
 
ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2015 เฮลี สไตน์เฟลด์ได้รับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง ''Break My Heart 1000 Times'' ซึ่งสร้างจากนวนิยาย YA ของ Daniel Waters กำกับโดย สก็อตต์ สเปียร์ ในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน เฮลี สไตน์เฟลด์ และ [[ชอว์น เมนเดส]] ได้ปล่อยเพลงเวอร์ชั่นอะคูสติก "Stitches" ซึงเป็นเพลงในอัลบั้มของชอว์น เมนเดส ในเดือนต่อมาเธอได้เปิดตัวซิงเกิ้ล "Love Myself" เพลงนี้ได้รับความสนใจจากสื่อเนื่องจากข้อความที่ให้กำลังใจเช่นเดียวกับเนื้อเพลงที่มีการชี้นำทางเพศซึ่งทำให้สื่อต่างวิจารณ์เพลงว่า "ode to masturbation" นอกจากนี้เธอยังปล่อยเอ็กซ์เทนเดด เพลย์ ''Haiz'' (ชื่อเล่นที่แฟนคลับใช้) เผยแพร่ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2015 ''Haiz'' อำนวยการสร้างโดย Mattman & Robin และได้นักแต่งเพลง [[จูเลีย ไมเคิลส์]] กับ จัสติน เทรนเตอร์ มาร่วมเขียนเนื้อเพลงให้ และได้รับความคิดเห็นที่หลากหลายจากนิตยสาร PopDust, New York และ Nylon ในเดือนกุมภาพันธ์ปี ค.ศ. 2016 เธอยังเปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ของเพลง "Rock Bottom" (แทนที่เวอร์ชั่นเดิม) และได้วงดนตรีอเมริกันพังก์ป๊อป [[ดีเอ็นซีอี]] มาร่วมร้องเพลงนี้ด้วย และเพลง "Starving" ของเธอยังได้รับการปล่อยออกมาในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2016 เป็นเพลงที่ร่วมร้องกับเกรย์ และ [[เซดด์]] ทำให้กลายเป็นเพลงของเธอที่ถูกพูดถึงมากที่สุดทั้งใน[[อิตาลี]], [[นิวซีแลนด์]], [[สวีเดน]], [[สหราชอาณาจักร]], [[สหรัฐอเมริกา]], [[ออสเตรเลีย]] และ[[แคนาดา]]
[[ไฟล์:Hailee Steinfeld Experiments with the Stage Controls.png|thumb|226x226px|เฮลี สไตน์เฟลด์ ที่งานประกาศรางวัล MTV Europe Music Awards ประจำปี 2018]]
เฮลี สไตน์เฟลด์ รับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง ''The Edge of Seventeen'' ร่วมแสดงกับ [[วูดดี แฮร์เรลสัน]], เบลก เจนเนอร์ และไครา เซดจ์วิค เขียนบทและกำกับภาพยนตร์โดย เคลลี ฟรีมอน เคร็ก ออกฉายเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016 ซึ่งได้รับการวิจารณ์ในเชิงบวกและการแสดงของเฮลี สไตน์เฟลด์ได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์รวมถึงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ เธอเริ่มออกเดทกับดาราอินสตาแกรม คาเมรอน สโมลเลอร์ ในปีค.ศ. 2016 พวกเขาเปิดตัวต่อสาธารณะในฐานะคู่รักที่งานเทศกาลลูกโลกทองคำเมื่อต้นปีค.ศ. 2017 แต่เลิกกันในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน
 
เฮลี สไตน์เฟลด์รับบท Emily Junk ในภาพยนตร์เรื่อง ''Pitch Perfect 3'' (2017) เธอปล่อยสองซิงเกิ้ลในปีค.ศ. 2017 เพลง "Most Girls" ในเดือนเมษายนซึ่งครองอันดับที่ 58 ในชาร์ต Billboard Hot 100 ในสหรัฐอเมริกา และเพลง "Let Me Go" ในเดือนกันยายนซึ่งเป็นผลงานร่วมกับโปรดิวเซอร์ชาวสวีเดน อเลสโซ่ และได้ [[ฟลอริดาจอร์เจียไลน์]] มาร่วมร้อง โดย แอนดรูว์ วัตต์ เป็นผู้แต่งเนื้อเพลง เพลงนี้ขึ้นถึงอันดับที่ 14 ในชาร์ต Mainstream Top 40 เธอเริ่มคบกับ[[ไนออล ฮอแรน]]นักร้องชาวไอริชในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2017 แต่ทั้งสองได้เลิกกันหลังจากนั้นหนึ่งปีในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2018
 
=== ค.ศ. 2018–ปัจจุบัน: ''Bumblebee'', ''Dickinson'' and ''Half Written Story'' ===
เมื่อวันที่ 12 มกราคม ค.ศ. 2018 เธอได้ปล่อยเพลง "Capital Letters" ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง ''Fifty Shades Freed'' ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2018
 
เฮลี สไตน์เฟลด์เปิดเผยว่าเธอกำลัง "wrapping up" งานในสตูดิโออัลบั้มเดบิวต์ของเธอ และเธอได้ขึ้นแสดงที่งาน Indonesian Choice Awards ใน[[จาการ์ตา]] ที่[[ประเทศอินโดนีเซีย]] จากนั้นเธอได้แสดงเพลง "Color" ร่วมกับ MNEK ในวันที่ 1 มิถุนายนอีกด้วย
 
ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2018 เธอได้ร่วมแสดงมิวสิกวีดีโอของแร็ปเปอร์โลจิกในเพลง "Ordinary Day" นอกจากนี้เธอยังเป็นพิธีกรและได้แสดงในงานเทศกาล MTV Europe Music Awards 2018 ที่เมือง[[บิลเบา]] [[ประเทศสเปน]]ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2018 ในช่วงปลายปีเธอได้ร่วมแสดงนำในภาพยนตร์ภาคแยกของ ''[[ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส]]'' ในภาค ''Bumblebee'' และให้เสียงพากย์ของ Gwen Stacy (Spider-Woman) ตัวละครในภาพยนตร์อะนิเมชั่นที่ได้รับรางวัลออสการ์เรื่อง ''[[สไปเดอร์-แมน ผงาดสู่จักรวาล-แมงมุม|Spider-Man: Into the Spider-Verse]]'' และในวันที่ 2 พฤศจิกายนเธอได้ปล่อยเพลง "Back to Life" ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง [[ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส|''Transformers :'' ''Bumblebee'']]
 
ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2019 เธอได้แสดงเพลง "Woke Up Late" ของ Drax Project ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกันเธอได้แสดงมิวสิกวิดีโอของ [[เบนนี บลังโก]] และ จูซ เวิลด์ ในเพลง "Graduation" พร้อมด้วยนักแสดงและนักร้อง จัสติส สมิธ, [[โดฟ คาเมรอน]], [[โทนี เรฟโวโลรี]], เพย์ตัน ลิสต์ และ เบรน นอกจากนี้เธอยังปรากฏตัวเป็นหนึ่งในแองเจิลที่ได้รับการคัดเลือกในปี ค.ศ. 2019 ในภาพยนตร์เรื่องนางฟ้าชาร์ลีอีกด้วย เฮลี สไตน์เฟลด์ได้รับคัดเลือกให้รับบท Emily Dickinson ในภาพยนตร์ย้อนยุคของ Apple TV + เรื่อง ''Dickinson'' ซึ่งออกอากาศใน 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2019
 
เฮลี สไตน์เฟลด์ได้ปล่อยเพลงออกมา 2 เพลงด้วยกันในปี ค.ศ. 2020 คือเพลง "Wrong Direction" และ "I Love You's" ซึ่งเป็นเพลงที่อยู่ในเอ็กซ์เทนเดด เพลย์ ''Half Written Story'' ของเธอซึ่งวางจำหน่ายในวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 ในช่วงฤดูร้อนของปี และในเดือนธันวาคมปีค.ศ. 2020 เธอยังถูกวางตัวให้มารับบท Hawkeye (Kate Bishop) ในภาพยนตร์เรื่อง ''[[จักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล|Marvel Cinematic Universe: Hawkeye]]'' ซึ่งออกฉายผ่านทาง [[ดิสนีย์+|Disney+]]
 
== ผลงาน ==
[[:en:Hailee_Steinfeld|ดูบทความจากวิกิพีเดียภาษาอังกฤษของเฮลี สไตน์เฟลด์]]
 
== รางวัล ==
[[:en:List_of_awards_and_nominations_received_by_Hailee_Steinfeld|ดูบทความจากวิกิพีเดียภาษาอังกฤษ List of awards and nominations received by Hailee Steinfeld]]
 
== อ้างอิง ==
723

การแก้ไข