ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม"

ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
| death_style = สิ้นพระชนม์
| death_date = {{วันตายและอายุ|2467|1|25|2399|4|5}}
| succession = [[รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย|เสนาบดีกระทรวงกลาโหม]]
| succession = [[องคมนตรี]] <ref>ราชกิจจานุเบกษา, [http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2430/006/45.PDF ข่าวตั้งปริวีเคาน์ซิลเลอร์], เล่ม 4, หน้า 45</ref><ref>ราชกิจจานุเบกษา, [http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2430/006/47.PDF สัญญาบัตรปริวีเคาน์ซิลเลอร์], เล่ม 4, หน้า 47-48</ref>
| reign-type = ดำรงตำแหน่ง
| reign = 7 พฤษภาคม พ.ศ. 24302442 — 2444
| predecessor = [[สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์|เจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัดติวงศ์]]
| successor = [[สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช|สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระภาณุพันธุวงศ์วรเดช]]
| father1 = [[พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว]]
| mother1 = [[เจ้าจอมมารดาสังวาลย์ ในรัชกาลที่ 4]]
| dynasty = [[ราชวงศ์จักรี|จักรี]]
}}
นายพลตรี นายพลเรือเอก มหาเสวกเอก '''พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม''' (5 เมษายน พ.ศ. 2399 – 25 มกราคม พ.ศ. 2467) อดีตเสนาบดีกระทรวงกลาโหม เป็นพระราชโอรสใน[[พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว]] ประสูติแต่[[เจ้าจอมมารดาสังวาลย์ ในรัชกาลที่ 4|เจ้าจอมมารดาสังวาลย์]] และเป็นต้น[[:หมวดหมู่:ราชสกุลทองใหญ่|ราชสกุลทองใหญ่]]
 
== พระประวัติ ==
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม มีพระนามเดิมว่า'''พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่''' เป็นพระราชโอรสใน[[พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว]] ที่ประสูติแต่[[เจ้าจอมมารดาสังวาลย์ ในรัชกาลที่ 4|เจ้าจอมมารดาสังวาลย์ พระสนมโท]] ธิดานายศัลยวิชัย หุ้มแพร (ทองคำ ณ ราชสีมา) <ref>กรมศิลปากร, จดหมายเหตุนครราชสีมา 11 กันยายน พ.ศ. 2497, พิมพ์สนองคุณ เจ้าพระยานครราชสีมา (ปิ่น ณ ราชสีมา) และ เจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอินท์ ณ ราชสีมา), กรุงเทพฯ: ห้องสมุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ม.ป.ป.)</ref><ref>[http://koratdaily.com/blog.php?id=6834 ต้นสกุล ณ ราชสีมา ย้อนเรื่อง เมืองโคราช]</ref><ref>หากนับทางสายสกุลพระมารดา กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมทรงเป็นผู้สืบสายสกุล “ณ ราชสีมา” ชั้น 5 สาย "พระยาสุริยเดช (ทัศน์ รายณสุข ณ ราชสีมา)" และ ชั้น 4 สาย "เจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอินทร์ ณ ราชสีมา)"</ref> เป็นพระเจ้าลูกเธอองค์ที่ 25 และเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 13 ในรัชกาลที่ 4 ประสูติใน[[พระบรมมหาราชวัง]] เมื่อวันเสาร์ เดือน 5 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ปีมะโรง จุลศักราช 1218 ตรงกับวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2399 เมื่อสมโภชเดือนแล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ เพราะในวันประสูติมีผู้นำทองคำก้อนใหญ่ ซึ่งขุดได้ที่ตำบลบางสะพานในเวลานั้นได้เข้ามาทูลเกล้าฯ ถวาย ทรงถือว่าเป็นศุภนิมิตมงคลสำหรับพระเจ้าลูกเธอพระองค์นี้
 
พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ มีพระอนุชา พระขนิษฐาร่วมเจ้าจอมมารดาเดียวกันอีก 3 พระองค์คือ
* '''พระองค์เจ้าหญิงกาญจนากร'''
 
พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ ทรงเริ่มการศึกษาวิชาอักษรไทย และ[[ภาษาบาลี]] กับพระองค์เจ้ากฤษณา หม่อมเจ้าหญิงจอ และพระยาปริยัติธรรมธาดา (เปี่ยม) และทรงศึกษาภาษาต่างประเทศกับ นางเลียวโนเว็น และ นายแป็ตเตอสัน จนสามารถตรัส และเขียนภาษาอังกฤษได้ดี
 
[[ไฟล์:สุริยุปราคาเต็มดวง๒๔๑๘.jpg|thumb|200px|right|ภาพวาดสุริยุปราคาเต็มดวง วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2418]]
ผนวชเป็นสามเณรที่[[วัดพระศรีรัตนศาสดาราม]] เมื่อ พ.ศ. 2411 และเสด็จไปประทับ ณ [[วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร]] ผนวชที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อ พ.ศ. 2418 และประทับที่[[วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร]] และได้ศึกษาพระธรรมวินัยกับ[[สมเด็จพระสังฆราชอริยวงศาคตญาณ (สา ปุสฺสเทวมหาเถรสฺสเทโว)]] เมื่อลาสิกขาแล้วทรงศึกษาวิชากฎหมายจากขุนหลวงไกรศรี (หนู) แล้วเข้ารับราชการเป็นนักเรียนศาลฎีกาในสมัย[[พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระเทเวศร์วัชรินทร์]] เป็นอธิบดี[[ศาลฎีกา]]
 
[[ไฟล์:Prince Prachak.jpg|thumb|200px|right|นายพลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม แม่ทัพฝ่ายใต้ (ฉายก่อนหน้าที่จะยกกองทัพไปปราบฮ่อวันหนึ่ง)]]
เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2418 ได้เกิด[[สุริยุปราคาเต็มดวง]] ขึ้นในประเทศไทยพระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ ได้ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคาถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คณะนักดาราศาสตร์อังกฤษได้ตั้งค่ายสังเกตสุริยุปราคาที่แหลมเจ้าลาย [[จังหวัดเพชรบุรี]] นักดาราศาสตร์เหล่านี้ไม่สามารถถ่ายภาพสุริยุปราคาไว้ได้ คงมีแต่ภาพวาดฝีพระหัตถ์ของพระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ และถูกบันทึกอยู่ในตำราดาราศาสตร์ ในนามของ Prince Tong
 
[[พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว]]ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทรงกรมเมื่อ พ.ศ. 2424 เป็นกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม ทรงเป็นกำลังสำคัญของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการรักษาดินแดนไทยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือในกรณีพิพาทกับ[[ประเทศฝรั่งเศส]]ครั้ง[[วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112]] ทรงเป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้ปราบปราม[[สงครามปราบฮ่อ|กบฏจีนฮ่อ]]ในมณฑลลาวพวนจนสงบราบคาบ และได้รับแต่งตั้งเป็น[[องคมนตรี]]<ref>ราชกิจจานุเบกษา, [http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2430/006/45.PDF ข่าวตั้งปริวีเคาน์ซิลเลอร์], เล่ม 4, หน้า 45</ref><ref>ราชกิจจานุเบกษา, [http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2430/006/47.PDF สัญญาบัตรปริวีเคาน์ซิลเลอร์], เล่ม 4, หน้า 47-48</ref>
 
ในเวลาต่อมาทรงดำรงตำแหน่งข้าหลวงต่างพระองค์สำเร็จราชการมณฑลฝ่ายเหนือ พ.ศ. 2436 ทรงตั้งกองบัญชาการมณฑลลาวพวนที่บ้านหมากแข้ง ทรงสร้างความเจริญจากหมู่บ้านชนบทจนเป็นเมืองอุดรซึ่งต่อมาได้ยกฐานะเป็น[[จังหวัดอุดรธานี]]
 
พ.ศ. 2442 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ทรงดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารเรือ <ref> [http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2442/001/4.PDF พระบรมราชโองการ ประกาศตั้งผู้บัญชาการกรมทหารเรือและผู้บังคับการกรมต่าง ๆ] </ref>
 
ภายหลังเกิด[[คดีพญาระกา]]ขึ้นในปี พ.ศ. 2452 - พ.ศ. 2453 ในหลวงรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงกระทำปัพพานิยกรรมปัพพานียกรรม ขับกรมหลวงประจักษ์ฯ และพระโอรส-ธิดาออกจากพระราชสำนัก พระองค์เองทรงถูกห้ามมิให้เข้าเฝ้าในที่รโหฐาน ให้เฝ้าได้แต่ในท้องพระโรงหรือในที่มีผู้เฝ้าอยู่มากเท่านั้น ห้ามหม่อมเจ้าไศลทองโดยเฉพาะมิให้เข้าในเขตพระราชฐาน และห้ามหม่อมเจ้าหญิงชายอื่น ๆ ในกรมหลวงประจักษ์ฯ มิให้ขึ้นสู่พระราชมณเฑียร ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2453 เป็นต้นมาจนตลอดรัชกาลก็มิได้พ้นพระราชอาญาจนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สวรรคต
 
== สิ้นพระชนม์ ==
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม สิ้นพระชนม์ ณ [[วังตรอกสาเก]] เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2467 จากโรคอันตะ (ไส้ใหญ่ ) พิการ สิริพระชันษาได้ 67 ปี
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม สิ้นพระชนม์ด้วยโรคพระอันตะ (ไส้ใหญ่ ) พิการ ณ [[วังตรอกสาเก]] เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2467 (นับแบบปัจจุบันเป็น พ.ศ. 2468) เวลา 18.00 น. สิริพระชันษาได้ {{อายุปีและวัน|2399|4|5|2467|1|25}} วันต่อมา เวลา 17.00 น. [[สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช]] เสด็จแทนพระองค์ไปพระราชทานน้ำหลวงสรงพระศพ เจ้าพนักงานเชิญพระศพขึ้นรถพระวอวิมานไป[[พระที่นั่งทรงธรรม]] [[วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร]] เชิญพระศพขึ้นตั้งบนแว่นฟ้าสองชั้น ประกอบโกศมณฑป แวดล้อมด้วยเครื่องสูง สมเด็จกรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดชทรงทอดผ้าไตรถวายพระภิกษุ 20 รูป มี[[สมเด็จพระวันรัต (จ่าย ปุณฺณทตฺโต)]] เป็นประธาน<ref>{{cite journal|journal=ราชกิจจานุเบกษา|title=ข่าวสิ้นพระชนม์|pages=3849|publisher=[[สำนักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา]]|issue=ง |volume=41 |url=http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2467/D/3849.PDF|date=1 กุมภาพันธ์ 2467|accessdate=8 กรกฎาคม 2563}}</ref>
 
== พระโอรสและพระธิดา ==
*พระอนุสาวรีย์พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เป็นพระอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณภายในพื้นที่ค่ายประจักษ์ศิลปาคม '''กรมทหารราบที่13 มณฑลทหารบกที่24 อุดรธานี''' เป็นพระอนุสาวรีย์ทรงยืนขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นสำหรับเป็นสถานที่สักการะของทหารในสังกัดมณฑลทหารบกที่24
*พระอนุสาวรีย์พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เป็นพระอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณห้าแยกกรมหลวงประจักษ์ ถนนทหาร ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เป็นพระอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นสำหรับเป็นสถานที่สักการะของประชาชนทั่วไป แต่เดิมประดิษฐานอยู่ที่ สนาม[[ทุ่งศรีเมือง]] ต่อมาจึงได้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ '''ห้าแยกกรมหลวงประจักษ์'''
*พระอนุสาวรีย์พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เป็นพระอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณภายใน[[โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคม|'''โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคม''']] [[อำเภอประจักษ์ศิลปาคม]]
 
== วันก่อตั้งเมือง[[จังหวัดอุดรธานี|อุดรธานี]] ==
วันที่18 มกราคม ของทุกปีเป็นวันที่พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ยกทัพมาสร้างบ้านแปลงเมือง ณ บ้านเดื่อหมากแข้ง ทางจังหวัดอุดรธานีจึงได้เลือกวันดังกล่าวเป็นวัดเฉลิมฉลองครบรอบการก่อตั้งเมืองอุดรธานีและจะมีการรำบวงสรวงทุกปีเพื่อแสดงออกถึงความรักและความสามัคคีของคนอุดรธานี
 
== แหล่งข้อมูลอื่น ==
* [http://thaiastro.nectec.or.th/royal/rama5.html สุริยุปราคาเต็มดวงในประเทศไทย 6 เมษายน 2418]
| ช่วงเวลา = 2 กันยายน พ.ศ. 2442 - 15 มกราคม พ.ศ. 2443
}}
 
{{สืบตำแหน่ง
| สี1 = #e9e9eb
[[หมวดหมู่:กรมหลวง]]
[[หมวดหมู่:พระราชโอรสในรัชกาลที่ 4]]
[[หมวดหมู่:องคมนตรีในรัชกาลที่ 5]]
[[หมวดหมู่:ราชสกุลทองใหญ่| ]]
[[หมวดหมู่:รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไทย]]
[[หมวดหมู่:ผู้ได้รับเหรียญจักรมาลา]]
[[หมวดหมู่:ผู้ได้รับเหรียญจักรพรรดิมาลา]]
[[หมวดหมู่:สกุล ณ ราชสีมา|ป]]
[[หมวดหมู่:เสียชีวิตจากโรคระบบทางเดินอาหาร]]
[[หมวดหมู่:สมาชิกเครื่องราชอิสริยาภรณ์อาทิตย์อุทัยชั้นที่ 1]]

รายการนำทางไซต์