ผลต่างระหว่างรุ่นของ "การอับปางของเรืออาร์เอ็มเอสไททานิก"

ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
==== ผลของการชน ====
[[ไฟล์:Iceberg and titanic (en).svg|thumb|ภูเขาน้ำแข็งทำให้แผ่นโลหะโค้งงอ หมุดยึดหลุดออก และสร้างความเสียหายแก้ห้องเรือ|alt=Diagram showing how the iceberg buckled Titanic's hull, causing the riveted plates to come apart]]
ผลของการชนกับภูเขาน้ำแข็งทำให้เกิดช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ตัวเรือ ''ไททานิก'' "มีความยาวไม่น้อยกว่า {{convert|300|ft}} สูง {{convert|10|ft|0}} จากระดับกระดูกงู"{{sfn|Hoffman|Grimm|1982|p=20}} ในการไต่สวนของอังกฤษหลังจากเกิดอุบัติเหตุ เอ็ดเวิร์ด ไวล์ดิ้ง (Edward Wilding) (หัวหน้าวิศวกรรมต่อเรือแห่งฮาร์แลนด์และวูล์ฟ) คำนวณบนพื้นฐานจากการสังเกตการณ์จากน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในห้องเรือด้านหน้าที่เกิดขึ้นภายในสี่สิบนาทีหลังจากการชน ยืนยันว่าพื้นที่ช่องเปิดรั่วของเรือ "ประมาณ 12 ตารางฟุต (1.1 ตารางเมตร)"<ref name=wilding>{{cite web|url=http://www.titanicinquiry.org/BOTInq/BOTInq19Wilding03.php|title=Testimony of Edward Wilding|publisher=|accessdate=6 October 2014}}</ref> นอกจากนี้เขายังระบุด้วยว่า "ฉันเชื่อว่าช่องเปิดต้องไม่ยาวต่อเนื่อง" แต่เป็นช่องเปิดหลายช่อง ยาวออกไปประมาณ 300 ฟุต ซึ่งเป็นเหตุผลของน้ำท่วมในหลายๆห้องเรือ<ref name=wilding /> จากการสำรวจซากเรือด้วย[[คลื่นเสียงความถี่สูง]]สมัยใหม่ พบว่าความเสียหายที่แท้จริงบนตัวเรือนั้น คล้ายกับรายงานของไวล์ดิ้ง ซึ่งประกอบด้วยช่องเปิดแคบที่เกิดจากการชนหกช่อง คิดเป็นพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 12 ถึง 13 ตารางฟุต (1.1 ถึง 1.2 ตารางเมตร) อ้างอิงกับ พอล เค. แมทเธียสส์ (Paul K. Matthias) ที่ทำการวัดความเสียหาย ความเสียหายประกอบด้วย "มีลำดับของความผิดรูปในด้านกราบขวาที่ไม่ต่อเนื่องยาวตามตัวเรือ ... ประมาณ {{convert|10|ft|0}} เหนือท้องเรือ"{{sfn|Broad|1997}}
 
ช่องเปิดที่ยาวที่สุดซึ่งยาวประมาณ {{convert|39|ft}} ปรากฏยาวไปตามเส้นแผ่นตัวเรือ นี่แสดงให้เห็นว่าหมุดเหล็กตามแนวตะเข็บของแผ่นหลุดออกทำให้เกิดช่องว่างแคบๆที่น้ำเข้าตัวเรือได้ วิศวกรจากฮาร์แลนด์และวูล์ฟ (Harland and Wolff) ผู้สร้าง ''ไททานิก'' ได้เสนอสถานการณ์ที่น่าจะเป็นนี้ในการไต่สวนของกรรมาธิการเหตุอับปางแห่งสหราชอาณาจักรหลังจากเกิดภัยพิบัติ แต่มุมมองของเขาไม่มีใครเชื่อถือ{{sfn|Broad|1997}} โรเบิร์ต บาลลาร์ด ผู้ค้นพบซากเรือ ''ไททานิก'' ได้ให้ความเห็นว่าเรือที่ประสบเหตุเนื่องจากรอยแตกนั้น "เป็นผลพลอยได้จากมนต์ขลังของไททานิก ไม่มีใครเชื่อว่าเรือใหญ่ลำนี้จะอับปางด้วยเสี้ยนไม้"{{sfn|Ballard|1987|p=25}} ความผิดพลาดในตัวเรืออาจเป็นปัจจัยร่วม ชิ้นส่วนของแผ่นเหล็กที่กู้คืนมาดูเหมือนจะแตกหักเป็นชิ้นเมื่อกระทบกับภูเขาน้ำแข็งโดยไม่โค้งงอ{{sfn|Zumdahl|Zumdahl|2008|p=457}}
<!--The gaps, the longest of which measures about {{convert|39|ft}} long, appear to have followed the line of the hull plates. This suggests that the iron rivets along the plate seams snapped off or popped open to create narrow gaps through which water flooded. An engineer from ''Titanic''{{'s}} builders, [[Harland and Wolff]], suggested this scenario at [[British Wreck Commissioner's inquiry into the sinking of the RMS Titanic|the British Wreck Commissioner's inquiry]] following the disaster but his view was discounted.{{sfn|Broad|1997}} ''Titanic''{{'s}} discoverer, [[Robert Ballard]], has commented that the assumption that the ship had suffered a major breach was "a by-product of the mystique of the ''Titanic''. No one could believe that the great ship was sunk by a little sliver."{{sfn|Ballard|1987|p=25}} Faults in the ship's hull may have been a contributing factor. Recovered pieces of ''Titanic''{{'s}} hull plates appear to have shattered on impact with the iceberg, without bending.{{sfn|Zumdahl|Zumdahl|2008|p=457}}
 
แผ่นเหล็กในส่วนกลาง 60 เปอร์เซ็นต์ของตัวเรือถูกยึดด้วยหมุดเหล็กเหนียวสามแถว แต่แผ่นเหล็กที่หัวเรือและท้ายเรือถูกยึดติดด้วยหมุดเหล็กอ่อนสองแถว ซึ่งตามความเห็นของนักวิทยาศาสตร์ด้านวัสดุทิม โฟค (Tim Foecke) และเจนนิเฟอร์ แมคคาร์ตี้ (Jennifer McCarty) - หมุดเข้าใกล้กับขีดจำกัด[[ความเค้น]]ก่อนเกิดการชน{{sfn|''Materials Today'', 2008}}{{sfn|McCarty|Foecke|2012|p=83}} "Best" หรือหมุดเหล็ก No.&nbsp;3 มีกากแร่ในระดับสูงทำให้มีความเปราะมากกว่า "Best-Best" หรือหมุดเหล็ก No.&nbsp;4 และมีแนวโน้มที่จะแตกหักเมื่อเกิดความเค้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่อากาศเย็นจัด{{sfn|Broad|2008}}{{sfn|Verhoeven|2007|p=49}} ทอม แมคคลัสกี้ (Tom McCluskie) นักจดหมายเหตุเกษียณอายุของฮาร์แลนด์และวูล์ฟ ชี้ให้เห็นว่าเรือ ''[[อาร์เอ็มเอส โอลิมปิก|โอลิมปิก]]'' ซึ่งเป็นเรือพี่น้องกับ ''ไททานิก'' ใช้หมุดเหล็กชนิดเดียวกัน และให้บริการโดยไม่เกิดอุบัติเหตุเป็นเวลาเกือบ 25 ปี รอดพ้นจากการชนหนักหลายครั้ง ซึ่งรวมถึงการถูกกระแทกโดย[[เรือลาดตระเวน]]อังกฤษ{{sfn|Ewers|2008}} เมื่อ ''โอลิมปิก'' ชนและจม[[เรืออู]] ''อู 103'' ทางหัวเรือ ทวนหัวบิด แผ่นเหล็กตัวเรือทางกราบขวาโค้งงอ แต่ไม่ทำลายความมั่นคงของตัวเรือ{{sfn|Ewers|2008}}{{sfn|Mills|1993|p=46}}
The plates in the central 60&nbsp;percent of her hull were held together with triple rows of [[mild steel]] rivets, but the plates in the bow and stern were held together with double rows of [[wrought iron]] rivets which were&nbsp;– according to materials scientists [[Tim Foecke]] and Jennifer McCarty&nbsp;– near their [[Stress (mechanics)|stress]] limits even before the collision.{{sfn|''Materials Today'', 2008}}{{sfn|McCarty|Foecke|2012|p=83}} These "Best" or No.&nbsp;3 iron rivets had a high level of slag inclusions, making them more brittle than the more usual "Best-Best" No.&nbsp;4 iron rivets, and more prone to snapping when put under stress, particularly in extreme cold.{{sfn|Broad|2008}}{{sfn|Verhoeven|2007|p=49}} Tom McCluskie, a retired archivist of Harland & Wolff, pointed out that {{RMS|Olympic||2}}, ''Titanic''{{'}}s sister ship, was riveted with the same iron and served without incident for nearly 25&nbsp;years, surviving several major collisions, including being rammed by a British [[cruiser]].{{sfn|Ewers|2008}} When ''Olympic'' rammed and sank the [[U-boat]] {{ship|SM|U-103||2}} with her bow, the stem was twisted and hull plates on the starboard side were buckled without impairing the hull's integrity.{{sfn|Ewers|2008}}{{sfn|Mills|1993|p=46}}
 
<!--Above the waterline, there was little evidence of the collision. The stewards in the first class dining room noticed a shudder, which they thought might have been caused by the ship shedding a propeller blade. Many of the passengers felt a bump or shudder&nbsp;– "just as though we went over about a thousand marbles",<ref>{{cite web|url=http://www.titanicinquiry.org/USInq/AmInq12White01.php|title=Testimony of Mrs J Stuart White at the US Inquiry|accessdate=1 May 2017}}</ref> as one survivor put it&nbsp;– but did not know what had happened.{{sfn|Butler|1998|pp=67–69}} Those on the lowest decks, nearest the site of the collision, felt it much more directly. Engine Oiler Walter Hurst recalled being "awakened by a grinding crash along the starboard side. No one was very much alarmed but knew we had struck something".{{sfn|Barratt|2010|p=151}} [[Fireman (steam engine)|Fireman]] George Kemish heard a "heavy thud and grinding tearing sound" from the starboard hull.{{sfn|Barratt|2010|p=156}}
 
[[ไฟล์:Titanic side plan annotated English.png|thumb|upright=4|center|Bulkhead arrangement with damaged areas shown in green|alt=Line diagram showing Titanic from the side]]
9,292

การแก้ไข

รายการนำทางไซต์