ข้ามไปเนื้อหา

ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พระเจ้าเหี้ยนเต้"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ไม่มีความย่อการแก้ไข
ไม่มีความย่อการแก้ไข
จนวุยอ๋องโจโฉสิ้นพระชนม์ [[โจผี]] พระโอรสในพระเจ้าโจโฉขึ้นเป็นอ๋องครองแคว้นเว่ยต่อจากโจโฉผู้เป็นพระบิดา วุยอ๋องโจผีมีพระทัยที่เหิมเกริมจนขับไล่พระเจ้าเหี้ยนเต้ออกไปจากราชบัลลังก์ในปี [[พ.ศ. 763]] และขึ้นเป็นพระจักรพรรดิแห่งแคว้นเว่ยเสีย แต่ว่าราชวงศ์ฮั่นยังไม่สิ้นสุดเมื่อฮันต๋งอ๋อง[[เล่าปี่]] สถาปนาตนเองขึ้นเป็นพระมหาจักรพรรดิในแดนเสฉวนเพื่อรักษาราชวงศ์ฮั่นและเชื้อสายราชตระกูลเล่า และในปี [[พ.ศ. 772]] ง่ออ๋อง[[ซุนกวน]]ก็สถาปนาตนเองขึ้นเป็นมหาจักรพรรดิในแดนกังตั๋งเช่นกัน นับแต่นั้นมาแผ่นดินจีนก็แตกออกเป็นสามอาณาจักรอย่างแท้จริง
 
พระเจ้าเหี้ยนเต้ถูกลดพระอิสริยยศจากพระจักรพรรดิหรือฮ่องเต้ เป็น ชนชั้นสูง ตำแหน่ง ซานหยางกง ถูกเนรเทศพร้อมครอบครัวให้ไปอยู่ที่ เมืองซานหยาง และใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างสงบสุขเรื่อยมา โดยท่านกับพระนางโจเฮา มักไปเก็บสมุนไพรบนเขา และท่องไปตามหมู่บ้าน รักษาโรค ช่วยเหลือประชาชน เป็นที่รักใคร่ของผู้คนเป็นอันมาก จนได้ขนานนามว่า แพทย์พญามังกรพญาหงส์ จนพระเจ้าเหี้ยนเต้มีชีวิตต่อมาอีก 14 ปี จนเสด็จสวรรคตในปี [[พ.ศ. 777]] ขณะมีพระชนมายุ 53 พรรษา ในรัชสมัยของพระเจ้าโจยอย ปิดฉากตำนานแห่งจักรพรรดิจักรพรรดิ์หุ่นเชิดโดยสมบูรณ์ และได้รับการบรรจุพระศพด้วยเกียรติยศดังพระจักรพรรดิ์ตามพิธีของราชวงศ์ฮั่น โดยมีพระเจ้าโจยอยเป็นผู้ไว้ทุกข์ให้ตามจารีตธรรมเนียม เนื่องจากบุตรชายเสียชีวิตหมดแล้ว และจากนั้นอีก 26 ปีถัดมา พระนางโจเฮาก็สวรรคตตามไป ในรัชสมัยของพระเจ้าโจฮวน พระศพของทั้งคู่ถูกฝังไว้เคียงข้างกัน ณ สุสานจังหลิง โดยปัจจุบันสุสานแห่งนี้ยังอยู่ในสภาพสมบูณ์ ถึงแม้กาลเวลาจะล่วงเลยมาเกือบ 1,800 ปี เนื่องจากถูกดูแลอย่างดีจากชาวเมืองซึ่งเชื่อว่าตนเป็นลูกหลานของพระเจ้าเหี้ยนเต้
 
พระเจ้าเหี้ยนเต้มีลูกสาวบุตรสาว 3 คน โดยลูกสาวบุตรสาว 2 คนแรก เกิดจากสนม ภายหลังได้ยกให้เป็นสนมของพระเจ้าโจผี และเกิดจากพระนางโจเฮา 1 คน คือ องค์หญิงหลิวมั่น ขณะที่ลูกชายมีบุตรชายซึ่งเกิดจากพระนางฮกเฮา 2 คน (ถูกโจโฉฆ่าตายไปพร้อมแม่) คงเหลือบรรดาลูกชายและบุตรชายที่เกิดจากสนม 4 คน ทำให้ทั้งนี้ยังคงมีสายตระกูลของพระเจ้าเหี้ยนเต้สืบทอดสืบต่อกันมาอีกสามชั่วคน โดนหลังจากพระเจ้าเหี้ยนเต้สวรรคต หลานชาย ชื่อ หลิวคัง, เหลนชาย ชื่อ หลิวจิน และลื่อชาย ชื่อ หลิวชง ได้รับตำแหน่งต่อมาอีกประมาณร่วม 75 กว่าปี จนถึงช่วงปลายราชวงศ์จิ้น ชนเผ่า[[ซฺยงหนู]] ได้กรีฑาทัพเข้ามารุกรานเมืองซานหยาง ทำให้สายตระกูลในการสืบทอดตำแหน่งซานหยางกงสิ้นสุดลง แต่มีลื่อทายาทรุ่นหลังของพระเจ้าเหี้ยนเต้คนหนึ่ง ชื่อ หลิวอาจือ ได้ตัดสินใจพาครอบครัวและคณะกว่าสองพันคน ลงเรือหนีภัยสงครามอพยพไปเกาะญี่ปุ่น และได้เข้ารับราชการในราชสำนักญี่ปุ่น เป็นต้นตระกูล ‘ฮาราดะ’ และแยกสายตระกูลออกไปอีกนับสิบสกุล การย้ายไปตั้งถิ่นฐานในญี่ปุ่นครั้งนั้น ได้นำเอาอารยธรรมแบบจีนไปเผยแผ่แก่ญี่ปุ่น ซึ่งขณะนั้นอารยธรรมญี่ปุ่นโบราณยังไม่เจริญนัก ทำให้อารยธรรมญี่ปุ่นส่วนมากได้รับอิทธิพลมาจากจีน และได้รับเอาตัวอักษรแบบจีนซึ่งมีรากฐานมาจากอักษรภาพมาใช้ และโดยผ่านทางสื่อตัวอักษรนี้เอง ชาวญี่ปุ่นได้เรียนความรู้เบื้องต้นทางการแพทย์ การใช้ปฏิทินและดาราศาสตร์ ตลอดจนปรัชญาของลัทธิขงจื๊อ
 
== พระบรมวงศานุวงศ์ ==
ผู้ใช้นิรนาม