ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เมซุท เออซิล"

ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
{{Infobox football biography
| name = เมซุท โอเออซิล
| image = [[ไฟล์:20180602 FIFA Friendly Match Austria vs. Germany Mesut Özil 850 0704.jpg|220px]]
| image_size =
| youthyears3 = 1999–2000 | youthclubs3 = Falke Gelsenkirchen
| youthyears4 = 2000–2005 | youthclubs4 = [[Rot-Weiss Essen]]
| youthyears5 = 2005–2006 | youthclubs5 = [[สโมสรฟุตบอลชาลเก้ชัลเคอ 04|ชาลเก้ชัลเคอ 04]]
| years1 = 2006–2008 | clubs1 = [[สโมสรฟุตบอลชาลเก้ชัลเคอ 04|ชาลเก้ ชัลเคอ 04]] | caps1 = 30 | goals1 = 0
| years2 = 2008–2010 | clubs2 = [[เอ็สเฟา แวร์เดอร์เบรเมิน|แวร์เดอร์เบรเมิน]] | caps2 = 71 | goals2 = 13
| years3 = 2010–2013 | clubs3 = [[สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด|เรอัลมาดริด]] | caps3 = 105 | goals3 = 19
| nationalteam-update = 16:19, 27 มิถุนายน ค.ศ. 2018 (UTC)
}}
'''เมซุท โอเออซิล''' ({{lang-de|Mesut Özil}}; เกิดวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ. 1988) เป็นนักฟุตบอลชาวเยอรมันเชื้อสายตุรกี<ref>{{cite web|last=White |first=Duncan |url=http://www.telegraph.co.uk/sport/football/world-cup-2010/teams/germany/7823376/Germany-v-Australia-Mesut-Ozil-at-head-of-the-vanguard-for-new-generation.html |title=Germany v Australia: Mesut Ozil at head of the vanguard for new generation |publisher=Telegraph |date = 12 June 2010 | accessdate = 17 June 2010}}</ref> ปัจจุบันเล่นในตำแหน่ง[[กองกลาง#กองกลางตัวรุก|กองกลางตัวรุก]]ให้กับ[[สโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล|อาร์เซนอล]]
 
โอวิลซิลเออซิลเล่นให้กับ[[แวร์เดอร์ เบรเมน|แวร์เดอร์เบรเมิน]]และ[[ฟุตบอลทีมชาติเยอรมนี|ทีมชาติเยอรมนี]] ต่อมาได้ย้ายไป[[สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด|เรอัลมาดริด]] และได้ย้ายมาอาร์เซนอลด้วยค่าตัวราว 42.5 ล้านปอนด์ในไม่กี่ชั่วโมงก่อนปิดการซื้อขายตัวนักฟุตบอล ในช่วงต้น[[พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013–14|ฤดูกาล 2013–14]] โอเออซิลเป็นผู้เล่นตัวทำเกมที่มากความสามารถ โดยยิงประตูให้เรอัลมาดริดถึง 74 ลูก ในปี 2010–13
 
โดยการย้ายมาอาร์เซนอลครั้งนี้ นับเป็นการทำสถิติการซื้อตัวนักฟุตบอลที่สูงสุดในประวัติศาสตร์ของอาร์เซนอล<ref>หน้า 20 กีฬา, ''มองการบริหารจัดการจาก 'ตลาดนักเตะ'''. "ฟรีสไตล์" โดย ณัฐวุฒิ ประคองศิลป์. '''เดลินิวส์'''ฉบับที่ 23,340: เสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556</ref>
 
ใน[[พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014–15|ฤดูกาล 2014–15]]โอ เออซิลถูกวิจารณ์ว่าการเล่นตกลงไป ไม่โดดเด่นเหมือนฤดูกาลที่แล้ว ในต้นเดือนตุลาคม ค.ศ. 2014 ขณะที่เดินทางกลับไปเยอรมนี โอเออซิลได้ถูกตรวจพบว่าได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า ต้องพักรักษาเป็นเวลาราว 3 เดือน<ref>{{cite web|url= http://www.thairath.co.th/content/455503|title='ปืน'ปวดตับ! 'อินทรี'ยัน'โอซิล' เข่าพังพักยาว 12 วีค|publisher=ไทยรัฐ |date = 8 October 2014 | accessdate = 12 January 2015}}</ref> ก่อนที่จะเริ่มกลับมาซ้อมและกลับมาลงเล่นอีกครั้งได้ในต้นปี ค.ศ. 2015<ref>{{cite web|url=http://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view.php?code=150111111544 |title=เวนเกอร์เผยโอซิลกระสันโชว์ฟอร์มแจ่ม|publisher=สยามสปอร์ต |date =11 January 2015 | accessdate = 12 January 2015}}</ref> ในฐานะตัวสำรอง ที่เปลี่ยนตัวลงไปในนาทีที่ 73 แทนที่[[ออลีวีเย ฌีรู]] ที่ถูกเปลี่ยนออก ในนัดที่อาร์เซนอลพบกับ[[สโมสรฟุตบอลสโตกซิตี|สโตกซิตี]] ที่สนามเอมิเรตส์สเตเดียม ผลการแข่งขันอาร์เซนอลชนะไป 3-0<ref>{{cite web|url=http://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view.php?code=150111202910|title=อเล็กซิสเบิ้ล!ปืนยิงสลุตรัวช่างปั้นหม้อยับ3-0|publisher=สยามสปอร์ต |date =11 January 2015 | accessdate = 12 January 2015}}</ref> โอเออซิลถูกส่งลงแข่งขันเป็นตัวจริงนัดแรกหลังจากหายบาดเจ็บกลับมา ใน[[เอฟเอคัพ ฤดูกาล 2014–15|รายการเอฟเอคัพ]]รอบสี่ ที่อาร์เซนอลบุกไปเอาชนะ[[ไบรตัน & โฮปอัลเบียน]] ไปได้ 3-2 โดยเป็นผู้ยิงประตูที่ 2 ได้ในนาทีที่ 24 ด้วย<ref>{{cite web|url=http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9580000009619|title="ปืนโต" เชือดหวิว 3-2 "วัลคอตต์-โอซิล" คัมแบ็กซัด|publisher=ผู้จัดการออนไลน์ |date =26 January 2015 | accessdate = 26 January 2015}}</ref> และยิงเป็นครั้งแรกในพรีเมียร์ลีกหลังจากหายอาการบาดเจ็บกลับมา ในนัดที่ 23 ของฤดูกาล ที่อาร์เซนอลเป็นฝ่ายเอาชนะ[[แอสตันวิลลา]] ไปได้ถึง 5-0 ที่สนามเอมิเรตส์สเตเดียม โดยโอเออซิลยิงได้ในนาทีที่ 56 นับเป็นประตูที่ 2 ของการแข่งขันนัดนี้<ref>หน้า 17 ต่อ 19 กีฬา, ''ปืนใหญ่ยิงสลุตวิลลายับ 5-0''. "ปืนใหญ่รัวฆ่าสิงห์ผงาด". '''เดลินิวส์'''ฉบับที่ 23,853: วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 3 ปีมะเมีย</ref>
 
และต่อมาได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ (PFA) ประจำเดือนเมษายน ค.ศ. 2015<ref>{{cite web|url=http://www.arsenal.in.th/?p=2616|title=โอซิล ผงาดซิวนักเตะยอดเยี่ยม PFA เดือนเมษายน|publisher=arsenal.in.th |date =1 May 2015 | accessdate = 2 May 2015}}</ref>
 
ใน[[ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2015–16 รอบแบ่งกลุ่ม]] อาร์เซนอลอยู่ในกลุ่มเอฟ และมีสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องชนะ[[บาเยิร์นมิวนิก]]ให้ได้ที่สนามเอมิเรตส์ เนื่องจากอาร์เซนอลก่อนหน้านั้นแพ้มาแล้ว 2 นัด ยังไม่มีคะแนนเลย ขณะที่บาเยิร์นมิวนิกตั้งแต่เปิดฤดูกาลมายังไม่เคยแพ้ใคร ซ้ำยังเป็นผู้ชนะติดต่อกันรวด 12 นัดในทุกรายการ และผู้เล่นทุกคนเล่นได้อย่างโดดเด่นมาก โดยเฉพาะ[[รอแบร์ต แลวันดอฟสกี]] กองหน้าของทีม ที่ยิงในบุนเดสลีกาได้ถึง 5 ลูกก่อนหน้านั้น แต่ในครั้งนี้ โอเออซิลสามารถยิงประตูได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 4 ของครึ่งหลัง นับเป็นประตูที่ 2 จบการแข่งขันอาร์เซนอลชนะบาเยิร์นมิวนิกไป 2-0 ทำให้ยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์เข้ารอบต่อไป และทำให้บาเยิร์นมิวนิกแพ้เป็นนัดแรกของฤดูกาลอีกด้วย<ref>{{cite news | date=2015-05-31 | url=http://www.livescore.net/soccer/champions-league/group-f/arsenal-vs-bayern-munich/1-2088186/ | title=Arsenal 2 - 0 Bayern Munich| publisher=livescore.net| accessdate=2015-10-21}}</ref>
 
ใน[[พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2015–16|ฤดูกาล 2015–16]] โอเออซิลได้ทำสถิติใหม่ ด้วยเป็นผู้จ่ายส่งลูกบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้ในลีกมากที่สุด โดยลงเล่นทั้งหมด 57 นัดทำไป 21 การจ่ายส่ง คิดเป็นจ่าย 1 ประตูต่อ 2.71 นัด และยังทำสถิตินี้ติดต่อกันถึง 10 ครั้งด้วยกัน ชนิดที่ไม่มีผู้เล่นคนไหนทำได้มาก่อน<ref>{{cite news | date=2015-11-10 | url=http://www.thairath.co.th/content/538278| title=ราชาแอสซิสต์| publisher=ไทยรัฐ| accessdate=2015-11-11}}</ref> ทำลายสถิติเดิมของ[[เอริก ก็องโตนา]] ของ[[แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด]] ที่เคยทำไว้ที่ 1 ประตูต่อ 2.79 นัด<ref>{{cite news | date=2015-10-27 | url= http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9580000119900| title=“โอซิล” ขึ้นแท่น “ราชาแอสซิสต์” แห่งพรีเมียร์ฯ แซง “ก็องโต”| publisher=ผู้จัดการออนไลน์| accessdate=2015-11-11}}</ref>ปัจจุบัน โอซิล ประกาศเลิกเล่นกับทีมชาติเยอรมนีเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อปี 2018
 
ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2017 โอเออซิลได้ออกหนังสืออัตชีวประวัติในชื่อ ''The Magic of the Game / Gunning for Greatness''<ref>{{cite news | url=http://metro.co.uk/2017/03/03/revealed-how-mesut-ozil-pleaded-with-arsenal-manager-arsene-wenger-to-end-his-real-madrid-hell-6485256/ | title= Revealed: How Mesut Ozil pleaded with Arsenal manager Arsene Wenger to end his Real Madrid hell | publisher = Metro.co.uk | date = 3 March 2017 | accessdate = 13 March 2017}}</ref><ref>{{cite news | url=http://www.independent.co.uk/sport/football/premier-league/arsenal-news-mesut-ozil-jose-mourinho-row-real-madrid-coward-a7607316.html | title= Arsenal's Mesut Özil was called a 'coward' by Jose Mourinho in blistering dressing-room row at Real Madrid | publisher = Independent.co.uk | date = 2 March 2017 | accessdate = 13 March 2017}}</ref>
 
== อ้างอิง ==
132,068

การแก้ไข

รายการนำทางไซต์