ผลต่างระหว่างรุ่นของ "จักรพรรดิเจิ้งถ่ง"

ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
 
=== วิกฤตการตูมู่ ===
แม้[[ราชวงศ์หยวน]]จะถูกโค่นล้มไปแล้วและพวกมองโกลก็ถอยกลับคืนสู่ถิ่นเดิมในมองโกเลีย แต่เผ่ามองโกลต่างๆก็ยังคงเข้มแข็งและเข้ารุกรานจีนราชวงศ์หมิงอยู่บ่อยครั้ง ใน[[พ.ศ. 1992]] ผู้นำมองโกลเผ่าออยรัต คือ [[อีเซ็น ไทอีซีราชครูเหย่เซียน]] นำทัพขนาดใหญ่บุกเข้าภาคกลาง ขันทีหวังเฉินเจิ้นแนะนำฮ่องเต้เจิ้งถ่งว่าทรงควรที่จะนำทัพด้วยพระองค์เอง ทัพต้าหมิงจึงถูกเกณฑ์อย่างรีบๆ มีขุนพลระดับสูงหลายคนติดตาม มีหวังเฉินเจิ้นเป็นผู้นำทัพหน้า
 
ทัพมองโกลเอาชนะทัพต้าหมิงของหวังเฉินเจิ้นได้อย่างราบคาบ ฮ่องเต้เจิ้งถ่งเห็นท่าไม่ดีจึงทรงแต่งตั้งพระอนุชาต่างมารดา คือ จู ฉียู่ฉีอี้ เป็นผู้สำเร็จราชการแทนในขณะที่พระองค์ออกรบ เมื่อทรงเดินทัพออกไปปรากฏฝนตกหนักดินเลนทำให้เดินทางลำบาก บรรดาขุนนางพากันเห็นว่าควรจะส่งฮ่องเต้กลับพระราชวัง แต่หวังเฉินเจิ้นยืนกรานว่างานนี้ฮ่องเต้ต้องทรงนำทัพเอง
 
หวังเฉินเจิ้นไม่อยากให้เดินทัพผ่านบ้านของเขาที่ยูโจว จึงให้อ้อมไปโจมตีทัพมองโกลทางตะวันออกเฉียงเหนือ แต่พอถึงเซียนฟูทัพหวังเฉินเจิ้นก็ถูกทัพมองโกลตีตลบหลังแตกพ่ายไปสิ้น ฝ่ายทัพหลวงอยู่ที่ป้อมตูมู่ บรรดาขุนนางเห็นว่าควรจะส่งฮ่องเต้ไปประทับที่เมืองฮวยไหล่ที่มีกำแพงแข็งแรง ซึ่งหวังเฉินเจิ้นก็คัดค้าน ทัพมองโกลยกทัพปิดทางออกแม่น้ำไว้มิให้ทัพต้าหมิงได้น้ำ และล้อมป้อมตูมู่ไว้ หวังเฉินปฏิเสธการเจรจาใดๆ และยกทัพไปทางแม่น้ำ ก็พบกับทัพมองโกลที่รออยู่ ทัพมองโกลตีทัพต้าหมิงแตกย่อยยับ สังหารขุนนางระดับสูงทุกคน รวมทั้งขันทีหวังเฉินเจิ้น และจับองค์ฮ่องเต้เจิ้งถ่ง
 
ทัพมองโกลที่ดักรอที่แม่น้ำนั้นมีกำลังน้อยมาก ทัพต้าหมิงที่มีการบัญชาการที่ไม่ดีต้องพ่ายแพ้แก่ทัพมองโกลเพียงหยิบมือ และการจับฮ่องเต้เป็นตัวประกันเท่ากับว่าอีเซ็นเหย่เซียนมีโอกาสจะฟื้นฟูราชวงศ์มองโกลโดยการยึดปักกิ่งด้วยซ้ำ เป็นวิกฤตการร้ายแรงของราชวงศ์หมิง เรียกว่า '''วิกฤตการตูมู่ '''
 
แต่โอกาสทั้งหลายของอีเซ็นเหย่เซียนก็ถูกทำลายด้วยความสามารถของขุนนางจีนที่ยู่ เฉียน เมื่ออีเซ็นเหย่เซียนยกทัพมาห่างจากปักกิ่งเพียง 80 กิโลเมตร ยู่ เฉียน นำทัพต้าหมิงเข้าเอาชนะทัพมองโกลและขับกลับไปได้ สำหรับปัญหาฮ่องเต้เจิ้งถ่งยู่ เฉียนก็แก้ปัญหาโดยการตั้งองค์ชายจูฉียู่ฉีอี้ พระอนุชาต่างมารดาของฮ่องเต้เจิ้งถ่ง ขึ้นครองราชย์เป็น[[ฮ่องเต้จิ่งไถ่]]แทน และให้ฮ่องเต้เจิ้งถ่งเป็น'''ไท่ซ่างหวางไท่ซ่างหวง''' (ฮ่องเต้สละราชย์)
 
ฝ่ายอีเซ็นเหย่เซียนเมื่อฝ่ายต้าหมิงมีฮ่องเต้องค์ใหม่แล้วก็มิรู้ว่าจะกักตัวฮ่องเต้เจิ้งถ่งไว้เพื่ออะไร จึงปล่อยตัวอดีตฮ่องเต้ออกมาในปีต่อมา[[พ.ศ. 1993]] เมื่อไท่ซ่างหวางกลับหวงกลับถึงปักกิ่ง ก็พบว่าพระองค์เองนั้นมิได้อำนาจอะไรเลยในฐานะไท่ซ่างหวางไท่ซ่างหวง ฮ่องเต้จิ่งไถ่จัดที่ประทับให้ที่พระราชวังทักษิณใน[[พระราชวังต้องห้าม]] และห้ามมิให้ติดต่อใครเว้นแต่จะได้รับพระอนุญาตจากฮ่องเต้จิ่งไถ่ เท่ากับทรงถูกกุมขังดีๆนี่เอง
 
=== ไท่ซ่างหวง ===
=== ไท่ซ่างหว่าง ===
ฮ่องเต้จิ่งไถ่ยังปลดองค์ชายรัชทายาทที่เป็นพระโอรสของฮ่องเต้เจิ้งถ่ง และแต่งตั้งพระโอรสของฮ่องเต้จิ่งไถ่เองเป็นรัชทายาทแทน แต่รัชทายาทองค์นี้ภายหลังก็สิ้นพระชนม์อย่างปริศนา แสดงว่าอิทธิพลของไท่ซ่างหวางไท่ซ่างหวงในราชสำนักนั้นยังมีอยู่พอสมควร ฮ่องเต้จิ่งไถ่เสียพระทัยกับการสิ้นพระชนม์ของพระโอรสมาก จึงประชวรล้มป่วยลงและไม่แต่งตั้งรัชทายาทองค์ใหม่เพราะทรงไม่มีพระโอรสแล้ว
 
ใน[[พ.ศ. 2000]] ไท่ซ่างหวางไท่ซ่างหวงเห็นเป็นโอกาส จึงก่อการยึดอำนาจปราบดาภิเษกตนเองเป็นฮ่องเต้อีกครั้ง ฮ่องเต้จิ่งไถ่สิ้นพระชนม์อย่างปริศนาอีกเดือนต่อมา คาดว่านะจะเป็นการบงการของไท่ซ่างหวางไท่ซ่างหวง พร้อมทั้งบรรดาขุนนางทั้งหลายที่พลักดันให้ฮ่องแต้จิ่งไถ่ครองราชย์ เช่น ยู่ เฉียน ก็ถูกประหารชีวิต
 
== รัชสมัยที่สอง ==
32

การแก้ไข

รายการนำทางไซต์