ข้ามไปเนื้อหา

ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ประวัติศาสตร์ลาว"

ย้อนการแก้ไขที่ 6144075 สร้างโดย 161.200.155.6 (พูดคุย)
ไม่มีความย่อการแก้ไข
(ย้อนการแก้ไขที่ 6144075 สร้างโดย 161.200.155.6 (พูดคุย))
'''ประวัติศาสตร์ลาว''' เริ่มตั้งแต่[[อาณาจักรล้านช้าง]] จนถึงสมัย[[สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว]]
 
== อาณาจักรล้านช้าง ==
ในค่ายกักกันจนสิ้นพระชนม์ และสถาปนาประเทศลาวเป็น "สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว" ในวันที่ [[2 ธันวาคม]] [[พ.ศ. == ดูเพิ่ม ==
{{บทความหลัก|อาณาจักรล้านช้าง}}
 
ประวัติศาสตร์ยุคแรกๆ ของลาว เชื่อว่าอยู่ภายใต้การครอบครองของ[[อาณาจักรน่านเจ้า]]มีตำนานโดยขุนบรม และขุนลอ มีลูกสืบหลานต่อๆ กันมา จนถึงรัชสมัย[[พระเจ้าฟ้างุ้ม]]ผู้รวบรวม[[อาณาจักรล้านช้าง]]ได้เป็นผลสำเร็จในช่วงสมัยพุทธศตวรรษที่ 19 และมีกษัตริย์ปกครองสืบทอดต่อกันมาหลายพระองค์ ที่สำคัญ เช่น
* '''[[พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช]]''' พระองค์มีความสัมพันธไมตรีที่แนบแน่นกับกษัตริย์ไทย โดยเฉพาะในรัชสมัย[[สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ]]
* '''พระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช ''' รัชสมัยของพระองค์นับเป็นยุคทองของราชอาณาจักรล้านช้าง ภายหลังเมื่อพระองค์สวรรคตแล้ว เชื้อพระวงศ์ลาวต่างก็แก่งแย่งราชสมบัติกัน จนอาณาจักรล้านช้างแตกแยกเป็น 3 ส่วนคือ '''อาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง''' '''อาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์'''และ'''[[อาณาจักรล้านช้างจำปาศักดิ์]]'''
 
[[ไฟล์:Vientiane-pha that luang.jpg|thumb|พระบรมราชานุสาวรีย์[[พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช]] หน้า[[พระธาตุหลวง]] [[นครหลวงเวียงจันทน์]]]]
 
== ความแตกแยกในอาณาจักรล้านช้าง ==
{{บทความหลัก|อาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง|อาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์|อาณาจักรล้านช้างจำปาศักดิ์}}
 
อาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง อาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ และอาณาจักรล้านช้างจำปาศักดิ์ ต่างเป็นอิสระไม่ขึ้นแก่กัน และเพื่อชิงความเป็นใหญ่ต่างก็ขอสวามิภักดิ์ต่อเมืองเพื่อนบ้านเช่นไทย พม่า เพื่อขอกำลังมาสยบอาณาจักรลาวด้วยกัน ในลักษณะนี้ในที่สุดอาณาจักรลาวทั้ง 3 แห่งนี้จะตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรสยามในปี พ.ศ. 2321
 
== สงครามเจ้าอนุวงศ์ ==
{{บทความหลัก|สงครามเจ้าอนุวงศ์}}
 
[[พ.ศ. 2369]] อาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์มี[[พระเจ้าอนุวงศ์]]เป็นกษัตริย์ ได้รับราชการกับ[[พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย]]แห่งกรุงสยามมีความชอบมาก จึงประทานเมือง[[จำปาสัก]]ให้[[เจ้าราชบุตรโย้]] ราชโอรสของเจ้าอนุวงศ์ปกครอง ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จสวรรคต [[พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว]]เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลต่อมา เจ้าอนุวงศ์เห็นว่าเป็นช่วงเปลี่ยนแผ่นดินจึงคิดแยกตัวเป็นอิสระไม่ขึ้นกับไทยอีกต่อไป จึงระดมกำลังรวมกับเจ้าราชบุตรโย้ซึ่งครองจำปาสักยกทัพมาตีสยามทางด้านภาคอีสานของไทยในปัจจุบัน พร้อมทั้งแสวงหาพันธมิตรจาก[[หลวงพระบาง]]และหัวเมือง[[ล้านนา]]แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง เนื่องจากหัวเมืองดังกล่าวฝักใฝ่กับฝ่ายไทยมากกว่า เมื่อกองทัพของเจ้าอนุวงศ์ยกทัพมาถึง[[นครราชสีมา|เมืองนครราชสีมา]]เห็นจะทำการไม่สำเร็จจึงตัดสินใจเผาเมืองนครราชสีมาทิ้งและกวาดต้อนเชลยตามรายทางกลับไปเวียงจันทน์ ระหว่างทางเชลยที่ถูกกวาดต้อนก็ได้ลุกขึ้นต่อสู้กองทัพลาวที่ทุ่งสำริดจนเสียกำลังทหารลาวส่วนหนึ่งด้วย ด้านฝ่ายไทยซึ่งทราบข่าวค่อนข้างช้าก็ได้ส่งกองทัพภายใต้การนำของ[[กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย์]]และ[[เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)]] ขึ้นมาปราบปราม กองทัพเจ้าอนุวงศ์สู้ไม่ได้จึงแตกพ่าย ตัวเจ้าอนุวงศ์และราชวงศ์เชื้อสายก็ต้องหนีภัยไปพึ่ง[[จักรวรรดิเวียดนาม]] ฝ่ายสยามจึงยึดกรุงเวียงจันทน์ไว้โดยยังมิได้ทำลายเมืองลงแต่อย่างใด เป็นแต่แต่งกองทหารจำนวนหนึ่งรักษาเมืองไว้เท่านั้น
 
ในปี [[พ.ศ. 2371]] เจ้าอนุวงศ์ได้กลับมายังกรุงเวียงจันทน์โดยมากับขบวนราชทูต[[เวียดนาม]]พามาเพื่อขอสวามิภักดิ์สยามอีกครั้ง แต่พอสบโอกาสเจ้าอนุวงศ์จึงนำทหารของตนฆ่าทหารไทยที่รักษาเมืองจนเกือบทั้งหมดและยึดกรุงเวียงจันทน์คืน กองทัพสยามจึงถอนกำลังเพื่อรวบรวมกำลังพลและยกทัพมาปราบปรามเจ้าอนุวงศ์อีกครั้ง ฝ่ายเจ้าอนุวงศ์เมื่อสู้กองทัพไทยไม่ได้จึงไปหลบภัยที่[[เมืองพวน]] ([[แขวงเชียงขวาง]]ในปัจจุบัน) แต่เจ้าน้อยเมืองพวนกลับจับตัวเจ้าอนุวงศ์และพระราชวงศ์ที่เหลืออยู่ส่งลงมากรุงเทพ [[พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว]]ทรงพระพิโรธเจ้าอนุวงศ์มากจึงทรงให้คุมขังเจ้าอนุวงศ์ประจานกลางพระนครจนสิ้นพระชนม์ ส่วนกรุงเวียงจันทน์ก็มีพระบรมราชโองการให้ทำลายจนไม่เหลือสภาพความเป็นเมือง และตั้งศูนย์กลางการปกครองฝ่ายไทยเพื่อดูแลอาณาเขตของอาณาจักรเวียงจันทน์ที่[[หนองคาย|เมืองหนองคาย]]แทน เมืองเวียงจันทน์ที่ถูกทำลายลงในครั้งนั้นมีเพียงแค่หอพระแก้วและวัดสีสะเกดเท่านั้นที่ยังคงสภาพสมบูรณ์มาจนถึงปัจจุบัน
 
สงครามเจ้าอนุวงศ์ที่เกิดขึ้นในเวลานั้น ต่อมาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งระหว่างราชอาณาจักรสยามและ[[จักรวรรดิเวียดนาม]] จนกระทั่งเกิดสงครามที่เรียกว่า "อานามสยามยุทธ" เป็นระยะเวลาถึง 14 ปี เพราะทั้งสองอาณาจักรล้วนต้องการขยายอิทธิพลของตนเข้าไปในดินแดนลาวและเขมร ทั้งสงครามนี้ยังเป็นประวัติศาสตร์บาดแผลระหว่างไทยกับลาวสืบเนื่องต่อมาจนถึงปัจจุบัน
 
== ลาวยุคอาณานิคมฝรั่งเศส ==
=== การขยายอำนาจของฝรั่งเศสสู่ลุ่มแม่น้ำโขง ===
{{บทความหลัก|อินโดจีนฝรั่งเศส|สงครามปราบฮ่อ}}
 
[[ไฟล์:Thailand.gif|thumb|301px|แผนที่การเสียดินแดนของไทยให้แก่ชาติตะวันตก พื้นที่สีฟ้าแสดงดินแดนลาวส่วนที่ไทยยกให้ฝรั่งเศสในปี [[พ.ศ. 2436]] ([[ค.ศ. 1893]]) พื้นที่สีฟ้าหม่นแสดงดินแดนลาวส่วนที่ไทยยกให้ฝรั่งเศสในปี [[พ.ศ. 2447]] ([[ค.ศ. 1904]])]]
 
ครั้นถึงช่วงปลาย[[พุทธศตวรรษที่ 24]] ต่อช่วงต้น[[พุทธศตวรรษที่ 25]] [[ประเทศฝรั่งเศส]]เริ่มให้ให้ความสนใจที่จะขยายอำนาจเข้ามาสู่ดินแดนในแถบลุ่ม[[แม่น้ำโขง]] เพื่อหาทางเข้าถึงดินแดนตอนใต้ของ[[จีน]]เพื่อเปิดตลาดการค้าแห่งใหม่แข่งกับ[[อังกฤษ]] ซึ่งสามารถยึด[[เวียดนาม]]ได้ก่อนหน้านั้นแล้ว โดยฝรั่งเศสเริ่มจากการยึดครอง[[แคว้นโคชินจีน]]หรือเวียดนามใต้ก่อนในปี [[พ.ศ. 2402]] รุกคืบเข้ามาสู่ดินแดนเขมรส่วนนอกซึ่งไทยปกครองในฐานะประเทศราชในปี [[พ.ศ. 2406]] (ไทยตกลงยอมสละอำนาจเหนือเขมรส่วนนอกอย่างเป็นทางการในปี [[พ.ศ. 2410]]) จากนั้นจึงได้ขยายดินแดนใน[[เวียดนาม]]ต่อจนกระทั่งสามารถยึดเวียดนามได้ทั้งประเทศในปี [[พ.ศ. 2426]] พรมแดนของสยามทางด้านประเทศราชลาวจึงประชิดกับดินแดนอาณานิคมของฝรั่งเศสอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
ในระยะเวลาเดียวกัน ใน[[ประเทศจีน]]ได้เกิดเหตุการณ์[[กบฏไท่ผิง]]ต่อต้าน[[ราชวงศ์ชิง]] กองกำลังกบฏชาวจีนฮ่อที่แตกพ่ายได้ถอยร่นมาตั้งกำลังซ่องสุมผู้คนอยู่ในแถบ[[มณฑลยูนนาน]]ของจีน ดินแดน[[สิบสองจุไทย]] และตามแนวชายแดนประเทศราชลาวตอนเหนือ กองกำลังจีนฮ่อได้ทำการปล้นสะดมราษฏรตามแนวพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง สร้างปัญหาต่อการปกครองของทั้งฝ่ายไทยและฝรั่งเศสอย่างยิ่ง เพราะส่งกำลังไปปราบปรามหลายครั้งก็ยังไม่สงบ เฉพาะกับอาณาจักรหลวงพระบางนั้น ทางกรุงเทพถึงกับต้องปลด[[พระเจ้ามหินทรเทพนิภาธร]] เจ้าผู้ครองนครหลวงพระบางออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่สามารถรักษาเมืองและปล่อยให้กองทัพฮ่อเข้าปล้นสะดมและเผาเมืองหลวงพระบางลง และตั้งเจ้าคำสุกขึ้นเป็น[[พระเจ้าสักรินทรฤทธิ์]]ปกครองดินแดนแทน
 
ไทย (หรือสยามในเวลานั้น)จึงร่วมกับฝรั่งเศส[[สงครามปราบฮ่อ|ปราบฮ่อ]]จนสำเร็จ โดยทั้งสองฝ่ายไล่ตีกองกำลังจีนฮ่อจากอาณาเขตของแต่ละฝ่ายให้มาบรรจบกันที่เมืองแถง ([[เดียนเบียนฟู]]ในปัจจุบัน) แต่ก็เกิดปัญหาใหม่ คือ ฝ่ายฝรั่งเศสฉวยโอกาสอ้างสิทธิปกครองเมืองแถงและ[[สิบสองจุไทย]] โดยไม่ยอมถอนกำลังทหารออกจากเมืองแถงเพราะอ้างว่าเมืองนี้เคยส่งส่วยให้เวียดนามมาก่อน ปัญหาดังกล่าวนี้มีที่มาจากภาวะการเป็นเมืองสองฝ่ายฟ้าของเมืองปลายแดน ซึ่งจะส่งส่วยให้แก่รัฐใหญ่ทุกรัฐที่มีอิทธิพลของตนเองเพื่อความอยู่รอด
 
[[เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต)|พระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต)]] แม่ทัพฝ่ายไทย เห็นว่าถ้าตกลงกับฝรั่งเศสไม่ได้จะทำให้ปัญหาโจรฮ่อบานปลายแก้ยาก จึงตัดสินใจทำสัญญากับฝรั่งเศสในวันที่ [[22 ธันวาคม]][[ พ.ศ. 2431]] ให้ฝ่ายไทยตั้งกำลังทหารที่เมืองพวน ([[เชียงขวาง]]) ฝรั่งเศสตั้งกำลังทหารที่สิบสองจุไทย ส่วนเมืองแถงเป็นเขตกลางให้มีทหารของทั้งสองฝ่ายดูแลจนกว่ารัฐบาลทั้งสองชาติจะเจรจาเรื่องปักปันเขตแดนได้ ผลจากสนธิสัญญานี้แม้จะทำให้ฝ่ายไทยร่วมมือปราบฮ่อกับฝรั่งเศสจนสำเร็จ และสามารถยุติความขัดแย้งเรื่องแคว้นสิบสองจุไทย เมืองพวน และ[[หัวพันทั้งห้าทั้งหก]]ยุติลงไปชั่วคราว แต่ก็ต้องเสียดินแดนสิบสองจุไทยโดยปริยายไป
 
=== วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ===
{{บทความหลัก|วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112}}
 
ดินแดนลาวทั้งหมดก็เปลี่ยนไปตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของ [[ประเทศฝรั่งเศส]] จากการใช่เล่ห์เหลี่ยมของโอกุสต์ ปาวี กงสุลฝรั่งเศส โดยการใช้เรือรบมาปิดอ่าวไทยเพื่อบังคับให้ยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง รวมทั้งดินแดนอื่น ๆ ลาวถูกรวมเข้าเป็น[[อินโดจีน]]ของฝรั่งเศส เมื่อ [[พ.ศ. 2436]]
 
=== กรณีพิพาทอินโดจีน ===
{{บทความหลัก|กรณีพิพาทอินโดจีน}}
 
หลังฝรั่งเศสแพ้ต่อนาซีเยอรมนีในช่วงสงครามโลก พลตรี แปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีของไทย ตัดสินใจว่าความพ่ายแพ้ของฝรั่งเศสจะยิ่งให้ไทยมีโอกาสทวงดินแดนที่เคยเสียไปในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกลับคืนมามากกว่า การปกครองอาณานิคมของอินโดจีนฝรั่งเศสถูกตัดขาดจากความช่วยเหลือและกำลังบำรุงจากภายนอก และหลังจากการบุกครองอินโดจีนของญี่ปุ่นเมื่อเดือนกันยายน 2483 ซึ่งฝรั่งเศสถูกบีบให้อนุญาตให้ญี่ปุ่นตั้งฐานทัพ เป็นการชวนให้รัฐบาลแปลกเชื่อว่าวิชีฝรั่งเศสจะไม่สามารถต้านทานการเผชิญหน้ากับไทยอย่างจริงจังได้ รัฐบาลไทยจึงได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลฝรั่งเศสให้ถือเอาร่องแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดน และขอให้ฝรั่งเศสรับรองว่าถ้าฝรั่งเศสไม่สามารถปกป้องได้ ก็คืนลาวและกัมพูชาให้แก่ไทย
การสู้รบดำเนินมาจนวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2484 ญี่ปุ่นเกรงว่าการสู้รบครั้งนี้จะเป็นอุปสรรคต่อนโยบายของญี่ปุ่นจึงเสนอตัวเข้ามาไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่ายจำต้องยินยอม จนในที่สุดการไกล่เกลี่ยผลปรากฏว่าไทยได้ดินแดนที่เป็นข้อพิพาทกลับคืนมา
 
=== ขบวนการลาวอิสระ และเส้นทางสู่เอกราชของลาว ===
{{บทความหลัก|ลาวอิสระ}}
 
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพ[[ญี่ปุ่น]]ได้รุกเข้ามาในลาวและดินแดนอินโดจีนฝรั่งเศสอื่นๆ เมื่อญี่ปุ่นใกล้แพ้สงคราม [[ขบวนการลาวอิสระ]]ซึ่งเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อกู้เอกราชลาวในเวลานั้นประกาศเอกราชให้ประเทศลาวเป็นประเทศ [[ราชอาณาจักรลาว]] หลังญี่ปุ่นแพ้สงคราม ฝรั่งเศสก็กลับเข้ามามีอำนาจในอินโดจีนอีกครั้งหนึ่ง แต่เนื่องจากการที่[[เวียดมินห์]]ปลดปล่อยเวียดนามได้ จึงเป็นการสั่นคลอนอำนาจฝรั่งเศสจนยอมให้ลาวประกาศเอกราชบางส่วนในปี [[พ.ศ. 2492]] และได้เอกราชสมบูรณ์ในปี [[พ.ศ. 2496]] ภายหลังฝรั่งเศสรบแพ้เวียดนามที่เดียนเบียนฟู ผู้ที่มีบทบาทในการประกาศเอกราชคือ [[เจ้าสุวรรณภูมา]] [[เจ้าเพชรราช]] และ [[เจ้าสุภานุวงศ์]] โดยมี[[เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์]] ดำรงตำแหน่งเป็น[[เจ้ามหาชีวิต]] (พระมหากษัตริย์) จากอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบางเดิม และได้รวมทั้ง 3 อาณาจักรคือ ล้านช้างหลวงพระบาง ล้านช้างเวียงจันทน์ และ ล้านช้างจำปาศักดิ์ เข้าด้วยกันเป็นราชอาณาจักรลาว
 
== ราชอาณาจักรลาวและสงครามกลางเมือง ==
{{บทความหลัก|ราชอาณาจักรลาว}}
 
[[พ.ศ. 2502]] [[เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์]]เสด็จสวรรคต [[พระบาทสมเด็จพระเจ้าเชษฐาขัติยวงศา พระมหาศรีสว่างวัฒนา|เจ้าสว่างวัฒนา]]จึงขึ้นครองราชย์เป็นเจ้ามหาชีวิตแทน เหตุการณ์ในลาวยุ่งยากมาก เจ้าสุภานุวงศ์ 1 ในคณะลาวอิสระประกาศตนว่าเป็นพวกฝ่ายซ้ายนิยม[[คอมมิวนิสต์]] และเป็นหัวหน้าขบวนการประเทศลาว ได้ออกไปเคลื่อนไหวทางการเมืองในป่า เนื่องจากถูกฝ่ายขวาในลาวคุกคามอย่างหนัก ถึงปี 2504 [[กองแล|ร้อยเอกกองแล]]ทำการ[[รัฐประหาร]] รัฐบาลเจ้าสุวรรณภูมา แต่ถูกกองทัพฝ่ายขวาและฝ่ายซ้ายรุมจนพ่ายแพ้ กองแลต้องลี้ภัยไป[[สหรัฐ]]จนถึงปัจจุบัน
 
เหตุการณ์ทางการเมืองในระยะเวลาไม่นานหลังจากนั้นบังคับให้ลาวต้องตกอยู่ท่ามกลางสงครามอินโดจีนครั้งที่สอง ซึ่งรุนแรงยิ่งกว่าครั้งแรก และเป็นปัจจัยก่อให้เกิดสงครามกลางเมืองและรัฐประหารหลายครั้งด้วยกัน จนถึงปี พ.ศ. 2518 [[พรรคประชาชนปฏิวัติลาว]]ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก[[สหภาพโซเวียต]] และคอมมิวนิสต์[[เวียดนาม]]โดยการนำของ [[เจ้าสุภานุวงศ์]] ก็ล้มล้างรัฐบาลประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของ[[พระบาทสมเด็จพระเจ้าเชษฐาขัติยวงศา พระมหาศรีสว่างวัฒนา|เจ้ามหาชีวิตสว่างวัฒนา]] ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกาสำเร็จ จึงนำเจ้ามหาชีวิตและมเหสีไปคุมขังในค่ายกักกันจนสิ้นพระชนม์ และสถาปนาประเทศลาวเป็น "สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว" ในวันที่ [[2 ธันวาคม]] [[พ.ศ. 2518]]
 
== สมัยสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ==
{{บทความหลัก|ประเทศลาว}}
 
สภาพการปกครอง และการบริหารด้านเศรษฐกิจของลาวเริ่มผ่อนคลายมากขึ้นในระยะหลังของทศวรรษ 1980 ต่อมาเมื่อเจ้าสุภานุวงศ์สละตำแหน่งจากประธาน ผู้ดำรงตำแหน่งประธานประเทศต่อจากเจ้าสุภานุวงศ์คือ ท่าน[[ไกสอน พมวิหาน]] และเมื่อท่านไกสอนถึงแก่กรรมกะทันหัน ท่าน [[หนูฮัก พูมสะหวัน]] ก็ได้ดำรงตำแหน่งประธานประเทศต่อมา ยุคนี้ลาวกับไทยเปิด[[สะพานมิตรภาพ ไทย - ลาว]] ในปี พ.ศ. 2538 ต่อมาท่านหนูฮักสละตำแหน่ง ท่าน[[คำไต สีพันดอน]]รับดำรงตำแหน่งประธานประเทศต่อ จนถึงปี พ.ศ. 2549 ท่านคำไตลงจากตำแหน่ง ท่าน[[จูมมะลี ไซยะสอน]] จึงเป็นผู้รับตำแหน่งประธานประเทศลาวคนปัจจุบัน
 
== ดูเพิ่ม ==
* [[อาณาจักรล้านช้าง]]
* [[ลำดับกษัตริย์ลาว]]
186

การแก้ไข