ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เอริก ซาตี"

ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ไม่มีการเปลี่ยนแปลงขนาด ,  5 ปีที่แล้ว
เพื่อที่จะเข้าใจว่าทำไมซาตีถึงมีนิสัยชอบประชดแดกดัน ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจความสัมพันธ์อันสลับซับซ้อนระหว่างตัวซาตีเอง กับอารมณ์ขัน
* ในวัยหนุ่ม เขาเป็นคนเอาจริงเอาจัง หลายครั้งที่เขาต้องการที่จะเปลี่ยนความคิดแบบเดิมๆของตน แต่แทนที่จะประกาศยอมรับอย่างเปิดเผย เขามักพูดในทำนองติดตลก ทำให้ผู้คนทั่วไปไม่ทราบว่าเขาเขาพูดจริงหรือพูดเล่น เรื่องทำนองเห็นได้ชัดในบทประพันธ์เรื่อง ''ความทรงจำของคนที่เป็นโรคความจำเสื่อม'' ซึ่งคงไม่มีสำนักพิมพ์ใดยอมตีพิมพ์ให้หากว่าเป็นผลงานของนักประพันธ์คนอื่นที่ไม่ใช่ซาตี (ซึ่งที่จริงแล้ว ซาตียังล้อเลียนผลงานของตนเอง)
* นอกเหรือจากบุคนอกเหนือจากบุคคลิกที่ต้องซ่อนไว้ ซาตีได้ใช้ความสามารถส่วนที่ดีในการเป็นศิลปินในวงคาบาเรต์ (ด้วยการแต่งท่วงทำนองน่าเวียนหัวประกอบบทกวีชวนขบขัน แต่ว่าในช่วงหลัง เขาได้ประกาศว่างานทั้งหมดนี้ขัดกับนิสัยที่แท้จริงของเขา แต่งานเหล่านี้ก็เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เป็นต้นว่าเพลง ''Je te veux'' หมายความว่า อย่าสนใจบทวิจารณ์ใด ๆ ที่ล้อเลียนผลงานที่ซาตีปฏิเสธโดยสิ้นเชิง
* นอกเหนือจากนี้ เขายังได้แต่งเรื่องตลกในฐานะนักประพันธ์คุณภาพ เช่นเรื่อง ''Le piège de Méduse'' (ซึ่งมีบางส่วนเป็นอัตชีวประวัติ แต่เราก็ไม่อาจหาแก่นสารอะไรกับซาตีได้)
* แต่อารมณ์ขันของซาตีชัดเจนที่สุดในโน้ตแผ่นที่เขาเขียน ซึ่งแน่นอนว่าโน้ตแผ่นนั้นจะมีเขาคนเดียวที่อ่าน เป็นต้นว่าเขาเขียนว่า ''Vivache'' (วัวจงเจริญ) แทนที่คำว่า ''Vivace'' (เล่นให้มีชีวิตชีวา) ในบทเพลงโซนาตีน บูโรเครติก (ซึ่งเขาตั้งใจล้อเลียนเคลเม็นติ) ในแบบเดียวกัน เขาก็ได้แต่งเพลงล้อเลียนเพลงมาร์ชงานศพของ[[เฟรเดริก ฟรองซัวส์ โชแปง|โชแปง]] (บทที่สองของ ''embryons desséchés'') ที่เขาเขียนไว้ว่า ''คำคมจากมาร์ซูก้าชื่อดังของ[[ฟรานซ์ ปีเตอร์ ชูเบิร์ต|ชูเบิร์ต]]'' (ชูเบิร์ตไม่เคยแต่งมาร์ซูก้า มีเพียงโชแปงที่ชอบแต่งมาร์ซูก้า) เราพบข้อความล้อเลียนต่างๆในโน้ตแผ่นลายมือต้นฉบับของซาตี ทั้งที่ล้อเลียนซังต์ แซน เดบุซซี่ ฯลฯ สรุปว่า อย่าหาแก่นสารอะไรกับซาตี เนื่องจากซาตีเองไม่เคยยึดถือคีตกวีคนอื่นๆอย่างเป็นจริงเป็นจัง
ผู้ใช้นิรนาม

รายการนำทางไซต์