ผลต่างระหว่างรุ่นของ "รัฐสวัสดิการ"

ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
'''รัฐสวัสดิการ''' ({{lang-en|welfare state}}) คือ มโนทัศน์การปกครองซึ่งรัฐมีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีทางเศรษฐกิจและสังคมของพลเมือง โดยอาศัยหลักความเสมอภาคของโอกาส การกระจายความมั่งคั่งอย่างชอบธรรม และความรับผิดชอบต่อสาธารณะแก่ผู้ไม่สามารถจัดหาขั้นต่ำสำหรับชีวิตที่ดีได้ กลุ่มประเทศนอร์ดิก เช่น ไอซ์แลนด์ สวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์กและฟินแลนด์ รวมอยู่ในรัฐสวัสดิการสมัยใหม่
'''รัฐสวัสดิการ''' ({{lang-en|Welfare state}}) เป็นระบบทางสังคมที่[[รัฐ]]ให้หลักประกันแก่ประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกันในด้านปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการมีคุณภาพชีวิตที่ดี เช่น หลักประกันด้านสุขภาพ ทุกคนมีสิทธิ์ได้รับบริการป้องกันและรักษาโรคฟรี หลักประกันด้านการศึกษา ทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาตามความสามารถโดยได้รับทุนการศึกษาฟรีจนทำงานได้ตามความสามารถในการเรียน หลักประกันด้านการว่างงาน รัฐต้องช่วยให้ทุกคนได้งานทำ ใครยังหางานไม่ได้รัฐต้องให้เงินเดือนขั้นต่ำไปพลางก่อน หลักประกันด้านชราภาพ รัฐให้หลักประกันด้านบำนาญสำหรับผู้สูงอายุทุกคน หลักประกันด้านที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน เป็นต้น
 
รัฐสวัสดิการเกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนเงินทุนจากรัฐสู่บริการที่จัดให้ (เช่น สาธารณสุข การศึกษา) ตลอดจนสู่ปัจเจกบุคคลโดยตรง ("ผลประโยชน์) รัฐสวัสดิการจัดหาเงินทุนจากการเก็บภาษีแบบแบ่งความมั่งคั่ง (redistributionist taxation) และมักเรียกว่าเป็น "[[เศรษฐกิจแบบผสม]]" ประเภทหนึ่ง การเก็บภาษีดังกล่าวปกติรวมการเก็บภาษีเงินได้จากผู้มีรายได้สูงมากกว่าผู้มีรายได้ต่ำ เรียก [[ภาษีอัตราก้าวหน้า]] ซึ่งช้วยลดช่องว่างรายได้ระหว่างคนรวยและคนจน
ประเทศที่มีระบบรัฐสวัสดิการจะใช้ระบบการเก็บภาษีแบบก้าวหน้า คือเก็บภาษีจากคนรวยในอัตราต่อรายได้สูงกว่าคนจนมาก เก็บจากชนชั้นกลางในระดับพอประมาณ และเก็บจากคนจนน้อยหรือไม่เก็บเลยถ้าจนมาก นอกจากนั้นอาจมีการเก็บเบี้ย[[ประกันสังคม]]จากคนที่มีงานทำตามอัตราเงินเดือน เงินที่เก็บได้ทั้งหมดรัฐก็จะนำมาใช้จ่ายสำหรับบริการทางสังคมทั้งหมดในระบบรัฐสวัสดิการ ระบบนี้จึงเป็นการ ‘เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข’ คนที่มีรายได้ดีต้องช่วยจ่ายค่าบริการทางสังคมส่วนหนึ่งแก่คนที่ยากจนกว่า
 
นอกจากนี้จะเน้นไปที่[[ภาษีทางตรง]] คือเก็บจากรายได้ มากกว่า[[ภาษีทางอ้อม]] เช่น [[ภาษีมูลค่าเพิ่ม]] เพราะอย่างหลังจะถูกบวกในราคาสินค้า รวมถึงสินค้าจำเป็นอุปโภคบริโภค ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม เพราะคนรวยคนจนก็บริโภคสิ่งจำเป็นพอๆกัน ทำให้คนจนเสียภาษีทางอ้อมในอัตราที่มากกว่าคนรวย
 
องค์ประกอบหลักของรัฐสวัสดิการ ประกอบด้วย 3 ส่วน ดังนี้
1.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบก้าวหน้า (Progressive Income Tax)
2.การบังคับใช้กฎหมาย (Law Enforcement)
3.รูปแบบของสวัสดิการหลากหลาย ทั้งด้านการศึกษาและสุขภาพ (Welfare Programs)
 
จากหลักฐานผ่านงานวิจัยเชิงประจักษ์พบว่ารัฐสวัสดิการมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำในสังคม
 
== อ้างอิง ==
1.สรุปจากข้อมูลบางส่วนในหนังสือ "[http://www.pcpthai.org/ebook/welStpam.pdf รัฐสวัสดิการ ทางเลือกที่ดีกว่าประชานิยมของไทยรักไทย]" โดย [[ใจ อึ๊งภากรณ์]] และเก่งกิจ กิติเรียงลาภ
 
2.วรรณพงษ์ ดุรงคเวโรจน์. (2554). การปฏิรูปประเทศไทยเข้าสู่รัฐสวัสดิการ. คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เข้าถึงได้จาก [http://library.cmu.ac.th/faculty/econ/Exer751409/2554/Exer2554_no225]
 
== แหล่งข้อมูลอื่น ==
 
[[หมวดหมู่:อุดมการณ์ทางการเมือง]]
 
[[ru:Социальное государство]]

รายการนำทางไซต์