ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เรือบรรทุกอากาศยาน"

ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
(เก็บกวาดบทความด้วยบอต)
 
 
[[ไฟล์:Japanese aircraft carrier Hōshō Tokyo Bay.jpg|thumb|left|ภาพถ่ายจากอากาศของ[[กองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่น]]ที่แสดงให้เห็น[[เรือบรรทุกอากาศยานเฮาเชา]]ที่เสร็จสมบูรณ์ในเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2465]]
[[ไฟล์:Japanese aircraft carrier Hōshō Tokyo Bay.jpg|thumb|left|Aerial view of [[Imperial Japanese Navy|IJN]] ''[[Japanese aircraft carrier Hōshō|Hōshō]]'' as completed in December 1922.]]
การพัฒนาเรือดาดฟ้าเรียบทำให้เกิดเรือขนาดใหญ่ลำแรกๆ ขึ้น ในปีพ.ศ. 2461 เรือ[[เอชเอ็มเอส อาร์กัส (ไอ49)|เอชเอ็มเอส ''อาร์กัส'']]ได้กลายเป็นเรือบรรทุกอากาศยานลำแรกของโลกที่สามารถนำเครื่องบินขึ้นและลงจอดได้<ref>Geoffrey Till, "Adopting the Aircraft Carrier: The British, Japanese, and American Case Studies" in {{cite book |title= Military Innovation in the Interwar Period|edition=|editor1-first= Williamson|editor1-last= Murray|editor2-first= Allan R|editor2-last= Millet |year= 1996|publisher=Cambridge University Press|location= New York|isbn= 0-521-63760-0|page= 194}}</ref> เมื่อถึงช่วงกลางทศวรรษที่ 2463 การปฏิวัติเรือบรรทุกแบบต่างๆ ก็เป็นไปได้ด้วยดี ส่งผลให้เกิดเรืออย่าง [[เรือบรรทุกอากาศยานเฮาเชา|เรือเฮาเชา]] (พ.ศ. 2465) [[เอชเอ็มเอส เฮอร์เมส (95)|เอชเอ็มเอส เฮอร์เมส]] (พ.ศ. 2467) และ[[เรือบรรทุกอากาศยานเบียน|เรือเบียน]] (พ.ศ. 2470) เรอืบรรทุกอากาศยานลำแรกๆ นั้นเป็นเรือที่ดัดแปลงมาจากเรือหลายแบบ เช่น เรือบรรทุก เรือลาดตระเวน เรือลาดตระเวนประจัญบาน หรือเรือประจัญบาน [[สนธิสัญญาวอชิงตัน]]ในปีพ.ศ. 2465 มีผลต่อการสร้างเรือบรรทุก สหรัฐและราชอาณาจักรได้รับอนุญาตให้สร้างเรือบรรทุกที่มีขนาดใหญ่ได้ถึง 135,000 ตัน ในขณะที่บางกรณีที่มีข้อยกเว้นให้สามารถดัดแปลงเรือหลักขนาดใหญ่กว่าให้เป็นเรือบรรทุกได้ Most early aircraft carriers were conversions of ships that were laid down (or had served) as different ship types: cargo ships, cruisers, battlecruisers, or battleships. Theเช่น [[Washington Naval Treatyเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นเลกซิงตัน]] of 1922 affected aircraft carrier plans(พ. The U.S. and UK were permitted up to 135,000 tons of carriers each, while specific exemptions on the upper tonnage of individual ships permitted conversion of capital ship hulls to carriers such as the {{Sclass|Lexington|aircraft carrier|1}}s (19272470).
 
[[ไฟล์:Attack on carrier USS Franklin 19 March 1945.jpg|thumb|left|Attackการเข้าโจมตีเรือ[[ยูเอสเอส onแฟรงคลิน carrier {{USS|Franklin|CV(ซีวี-13)|6}},[[ยูเอสเอส แฟรงคลิน]]เมื่อวันที่ 19 Marchมีนาคม 1945พ.ศ. The2488 casualtiesส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต included742 724 killed.คน]]
 
ในช่วงทศวรรษที่ 2456 กองทัพเรือมากมายเริ่มสั่งซื้อและสร้างเรือบรรทุกอากาศยานที่ทำการออกแบบเป็นพิเศษ นี่ทำให้การออกแบบนั้นตอบรับกับบทบาทในอนาคตและทำให้เกิดเรือที่ทรงอานุภาพ ใน[[สงครามโลกครั้งที่ 2]] เรือเหล่านี้ได้กลายมาเป็นกำลังสำคัญของกองเรือสหรัฐ อังกฤษ และญี่ปุ่น โดยเรียกเรือเหล่านี้ว่า [[กองเรือบรรทุกอากาศยาน]]
 
เรือบรรทุกอากาศยานถูกใช้อย่างหนักในสงครามโลกครั้งที่สองและมีแบบที่หลากหลายตามมา [[เรือบรรทุกอากาศยานคุ้มกัน]] เช่น [[ยูเอสเอส โบก (ซีวีอี-9)|ยูเอสเอส โบก]]ถูกสร้างขึ้นแต่ตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ว่าเรือบางลำจะถูกสร้างมาเพื่อจุดประสงค์นั้นๆ แต่เรือส่วนมากเป็นเรือดัดแปลงจากเรือสินค้าเพราะว่าเป็นเรือที่มีระยะหยุดเหมาะที่จะให้การสนับสนุนทางอากาศแก่ขบวนเรือและการรุกสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก [[เรือบรรทุกอากาศยานขนาดเบา]]ที่สร้างขึ้นโดยสหรัฐ เช่น [[ยูเอสเอส อินดีเพนเดนซ์ (ซีวีแอล-22)|ยูเอสเอส อินดีเพนเดนซ์]]เป็นเรือที่นำแนวคิดเรือบรรทุกอากาศยานคุ้มกันมาทำเป็นเรือที่ใหญ่ขึ้นและมีศักยภาพทางทหารมากขึ้น แม้ว่าเรือบรรทุกขนาดเบามักจะบรรทุกกองบินที่มีขนาดเท่ากับกองบินบนเรือบรรทุกคุ้มกัน แต่เรือบรทุกขนาดเบามีความได้เปรียบด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเพราะเรือเหล่านี้ถูกดัดแปลงมาจากเรือครุยเซอร์
 
== อ้างอิง ==
{{รายการอ้างอิง}}
3,879

การแก้ไข

รายการนำทางไซต์