ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สงครามอ่าว"

ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เพิ่มขึ้น 5,417 ไบต์ ,  8 ปีที่แล้ว
ในวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2534 ทหารสหรัฐจำนวน 540,000 นายเริ่มทำการถอนกำลังออกจากอ่าวเปอร์เซีย
 
== การมีส่วนร่วมของกองกำลังผสม ==
[[Image:Various Arabic Troops during Operation Desert Storm.jpg|thumbnail|right|กองกำลังผสมจากอียิปต์ ซีเรีย โอมาน และคูเวตในปฏิบัติการพายุทะเลทราย]]
สมาชิกของกองกำลังผสมมีอาร์เจนติน่า ออสเตรเลีย บาห์เรน บังกลาเทศ เบลเยียม แคนาดา เชสโกสโลวาเกีย เดนมาร์ก อียิปต์ ฝรั่งเศส กรีซ ฮอนดูรัส ฮังการี อิตาลี คูเวต โมรอกโก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ ไนเจอร์ นอร์เวย์ โอมาน ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ โปแลนด์ โปรตุเกส การ์ตา โรมาเนีย ซาอุดิอาระเบีย เซเนกัล เกาหลีใต้ สเปน ซีเรีย ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา<ref name="Tread">{{cite book|last=Crocker III|first=H. W.|title=Don't Tread on Me|publisher=Crown Forum|year=2006|location=New York|pages=384|isbn=9781400053636}}</ref> เยอรมนีและญี่ปุ่นนั้นเป็นฝ่ายให้ทุนช่วยเหลือและมอบฮาร์ดแวร์แทนที่จะเป็นการช่วยเหลือโดยตรง สหรัฐได้ขอให้[[อิสราเอล]]อย่าเข้าร่วมสงคราม แม้ว่าการโจมตีจากขีปนาวุธจะเกิดขึ้นในอิสราเอลก็ตาม [[อินเดีย]]ได้ให้การสนับสนุนทางทหารแก่สหรัฐในรูปแบบของการให้เชื้อเพลิงใน[[ทะเลอาหรับ]]
{{Main|กองกำลังผสมในสงครามอ่าวเปอร์เซีย}}
 
สมาชิกของในกองกำลังผสมมีอาร์เจนติน่าประกอบด้วย อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บาห์เรนบาเรนห์ บังกลาเทศ เบลเยียม แคนาดา เชสโกสโลวาเกียเชกโกสโลวาเกีย เดนมาร์ก อียิปต์ ฝรั่งเศส กรีซ ฮอนดูรัส ฮังการี อิตาลี คูเวต มาเลเซีย โมรอกโก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ ไนเจอร์ นอร์เวย์ โอมาน ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ โปแลนด์ โปรตุเกส การ์ตากาตาร์ โรมาเนีย ซาอุดิอาระเบีย เซเนกัล เกาหลีใต้ สเปน สวีเดน ซีเรีย ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา<ref name="Tread">{{citeCite book|last=Crocker III|first=H. W.|title=Don't Tread on Me|publisher=Crown Forum|year=2006|location=New York|pagespage=384|isbn=9781400053636978-1-4000-5363-6}}</ref> เยอรมนีและญี่ปุ่นนั้นเป็นฝ่ายให้ทุนช่วยเหลือและมอบฮาร์ดแวร์แทนที่จะเป็นการช่วยเหลือโดยตรง สหรัฐได้ขอให้[[อิสราเอล]]อย่าเข้าร่วมสงคราม แม้ว่าการโจมตีจากขีปนาวุธจะเกิดขึ้นในอิสราเอลก็ตาม [[อินเดีย]]ได้ให้การสนับสนุนทางทหารแก่สหรัฐในรูปแบบของการให้เชื้อเพลิงใน[[ทะเลอาหรับ]]
=== สหราชอาณาจักร ===
[[สหราชอาณาจักร]]เป็นประเทศจากยุโรปที่มีส่วนร่วมมากที่สุด [[ปฏิบัติการแกรนบี้]]เป็นชื่อของปฏิบัติการในอ่าวเปอร์เซีย กองทัพบก (มีกองกำลังหลักคือกองพลยานเกราะที่ 1) กองทัพอากาศ และกองทัพเรือของอังกฤษได้เคลื่อนกำลังเข้าสู่อ่าว กองทัพอากาศได้ใช้อากาศยานหลายรูปแบบที่ปฏิบัติการจาก[[ฐานบิน]]ในซาอุดิอาระเบีย]] มียานเกราะเกือบ 2,500 คันและทหาร 43,000 นาย<ref name="Tread"/> were shipped for action.
 
เยอรมนีและญี่ปุ่นให้การช่วยเหลือทางการเงินและบริจาคอุปกรณ์ทางทหาร แต่ไม่ได้ส่งกองกำลังใดๆ เข้าร่วมรบ ต่อมาวิธีดังกล่าวถูกเรียกว่า การทูตแบบสมุดเช็ค
ทางกองทัพเรือได้วางกำลังเรือในอ่าวโดยมี[[เรือฟริเกต ไทป์ 22|เรือฟริเกตชั้นบรอดซอร์ด]] และ[[เรือพิฆาต ไทป์ 42|เรือพิฆาตชั้นเชฟฟีลด์]] เรือบรรทุกเครื่องบินขนาดเบา[[เรือหลวงอาร์คโรยัล (อาร์07)|อาร์คโรยัล]]ไม่ได้ถูกนำมาใช้ในพื้นที่อ่าว แต่ถูกวางตำแหน่งไว้ที่[[ทะเลมิดิเตอร์เรเนียน]]แทน
=== สหราชอาณาจักร ===
[[File:Challenger-ODS-1.JPEG|thumb|left|รถถัง[[ชาลเลนเจอร์ 1]] ของกองทัพบกอังกฤษในปฏิบัติการพายุทะเลทราย]]
 
[[สหราชอาณาจักร]]เป็นประเทศจากชาติยุโรปที่มีส่วนร่วมส่งกองทัพเข้าร่วมรบมากที่สุดในสงคราม ปฏิบัติการทั้งหลายในสงครามอ่าวถูกเรียกว่า[[ปฏิบัติการแกรนบี้]]เป็นชื่อของปฏิบัติการในอ่าวเปอร์เซีย กองพลจาก[[กองทัพบกอังกฤษ]] (มีกองกำลังหลักคือส่วนใหญ่มาจากกองพลยานเกราะที่ 1) กองทัพอากาศ และกองทัพเรือของอังกฤษได้เคลื่อนกำลังเข้าสู่ร่วมในสงครามอ่าว กองทัพอากาศได้อังกฤษใช้อากาศยานหลายรูปแบบที่ปฏิบัติการจาก[[ฐานบิน]]ในซาอุดิอาระเบีย]] มียานเกราะเกือบ 2,500 คันและทหาร 4353,000462 นาย<refถูกส่งมาทางเรือ{{citation nameneeded|date="Tread"/> were shipped forFebruary action.2013}}
=== ฝรั่งเศส ===
กองกำลังของยุโรปที่ใหญ่รองลงมาคือของฝรั่งเศส โดยมีทหาร 18,000 นาย<ref name="Tread"/> พวกเขาทำหน้าที่ที่ด้านปีกซ้ายของกองพลขนส่งทางอากาศที่ 18 ของสหรัฐ กองกำลังหลักของฝรั่งเศสคือกองพลยานเกราะขนาดเบาที่ 6 รวมทั้งทหารจากกองกำลังต่างแดนของฝรั่งเศส ในตอนแรกฝรั่งเศสทำหน้าที่ภายใต้คำสั่งและการควบคุมที่แยกต่างหาก แต่ก็ทำงานร่วมกับอเมริกา ซาอุ และเซนท์คอม (''CENTCOM'') อย่างใกล้ชิด ในเดือนมกราคมกองกำลังก็ถูกวางกำลังภายใต้การควบคุมของกองพลขนส่งทางอากาศที่ 18 ของสหรัฐ ฝรั่งเศสยังได้วางกำลังอากาศยานและเรือรบอีกด้วย ฝรั่งเศสเรียกมันว่า[[Opération Daguet]]
 
เรือกของราชนาวีอังกฤษประกอบด้วย[[เรือฟริเกต ไทป์ 22|เรือฟริเกตชั้น"บรอดซอร์ด"]]และ[[เรือพิฆาตร ไทป์ 42|เรือพิฆาตรชั้น"เชฟฟิลด์"]] นอกจากนี้ยังมีกองเรือสนับสนุนบางส่วนร่วมด้วย เรือบรรทุกอากาศยานขนาดเบา[[เอชเอ็มเอส อาร์คโรยัล (อาร์07)|เอชเอ็มเอส "อาร์คโรยัล"]]เข้าประจำตำแหน่งในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
=== แคนาดา ===
[[ไฟล์:DF-ST-92-08022-C.jpg|thumb|right|upright|แถวของ[[เอพีซี]]เอ็ม-113 และยานพาหนะอื่นๆ ของ[[กองทัพบกซาอุดิอาระเบีย]]ที่กำลังเคลื่อนพลไปตามทางฝ่าทุ่งกับระเบิดในปฏับัติการพายุทะเลทรายใน[[คูเวต]] เมื่อวันที่ [[1 มกราคม]] [[พ.ศ. 2534]]]]
 
หน่วยปฏิบัติการพิเศษจากหน่วย[[เอสเอเอส]]ก็เข้าร่วมเช่นกัน
[[แคนาดา]]เป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่ตกลงที่จะลงโทษการกระทำของอิรักและไม่นานก็ร่วมกับกองกำลังผสมที่นำโดยสหรัฐ ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2534 [[นายกรัฐมนตรีแห่งแคนาดา]][[ไบรอัน มัลโรนีย์]]ได้สั่งให้กองกำลังแคนาดาใช้[[เรือหลวงอธาบาสคัน (ดีดีเอช 282)|เรือหลวงอธาบาสคัน]]และ[[เรือหลวงเทอร์ราโนว่า (ดีดีเอช 259)|เรือรบหลวงเทอร์ราโนว่า]]เพื่อเข้าร่วมกับกองกำลังบุกทางทะเล เรือเสบียง[[เรือหลวงโปรเทกเตอร์ (เอโออาร์ 509)|เรือหลวงโปรเทกเตอร์]]ก็ถูกส่งเข้าไปให้การช่วยเหลือกองกำลังผสมในอ่าวเปอร์เซีย เรือลำที่สี่คือ[[เรือหลวงฮิวรอน (ดีดีเอช 281)|เรือหลวงฮิวรอน]]ที่เข้าร่วมเมื่อศัตรูทำการหยุดยิงและไปเยือนคูเวต
 
=== ฝรั่งเศส ===
หลังจากที่ยูเอ็นได้ออกคำสั่งให้ใช้กองกำลังเต็มรูปแบบเพื่อจัดการกับอิรัก กองกำลังของแคนาดาได้ใช้[[ซีเอฟ-18 ฮอร์เน็ท]]พร้อมกับบุคลากรสนับสนุนเช่นเดียวกับโรงพยาบาลสนามเพื่อช่วยเหลือคนเจ็บ เมื่อสงครามทางอากาศเริ่มขึ้นซีเอฟ-18 ของแคนาดาก็ถูกรวมเข้ากับกองกำลังผสมและได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่คุ้มกันทางอากาศและโจมตีเป้าหมายบนพื้นดิน นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่[[สงครามเกาหลี]]ที่กองทัพแคนาดาได้มีส่วนร่วมในปฏิบัติการโจมตี
[[File:Iraqi Type 69 destroyed by the French 6th Light Armored Division during the Gulf War.JPEG|thumb|right|ทหารสหรัฐและฝรั่งเศสกำลังตรวจดูซากรถถัง[[ไทป์ 69/79|ไทป์ 69]] ของอิรักที่ถูกทำลายโดยกองพลยานเกราะขนาดเบาที่ 6 ของฝรั่งเศสในปฏิบัติการพายุทะเลทราย]]
 
กองกำลังของอีกชาติยุโรปที่ใหญ่รองลงมาส่งทหารเข้าร่วมรบมากเป็นอันดับสองคือของฝรั่งเศส โดยมีส่งทหารเข้าร่วมศึก 18,000 นาย<ref name="Tread"/> พวกเขาฝรั่งเศสทำหน้าที่ที่ด้านรักษาปีกซ้ายของกองพลน้อยขนส่งทางอากาศที่ 18 ของสหรัฐ กองกำลังหลักของฝรั่งเศสคือมาจากกองพลยานเกราะขนาดเบาที่ 6 รวมทั้งและทหารจากกองกำลังกองพลรบต่างแดนของฝรั่งเศส ในตอนแรกเริ่มแรกฝรั่งเศสทำหน้าที่ภายใต้คำสั่งและการควบคุมที่ปฏิบัติการแยกต่างหากจากกองกำลังอื่น แต่ก็ทำงานร่วมกับอเมริกา ซาอุ และเซนท์คอม (''CENTCOM'') อาศัยการร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทหารอเมริกันและซาอุ ในเดือนมกราคมกองกำลังก็ถูกวางกำลังกองพลดังกล่าวได้ทำงานภายใต้การควบคุมของกองพลน้อยขนส่งทางอากาศที่ 18 ของสหรัฐ ฝรั่งเศสยังได้วางกำลังส่งอากาศยานและเรือรบอีกด้วยเรือเข้ารบเช่นกัน ฝรั่งเศสเรียกมันปฏิบัติการทั้งหมดว่า[[Opération Daguetปฏิบัติการดาเก]]
 
=== แคนาดา ===
[[File:CF-18 Cold Lake Alberta.jpg|thumb|left|alt=A fighter jet taking off from a runway|[[ซีเอฟ-18 ฮอร์เน็ท]]ของแคนาดาที่มีส่วนร่วมในสงครามอ่าว]]
{{See also|ปฏิบัติการฟริกชัน}}
แคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่ไม่เห็นด้วยกับการรุกรานของอิรักและเข้าร่วมกับกองกำลัังผสมอย่างรวดเร็ว ในเดอืนสิงหาคม พ.ศ. 2533 นายกรัฐมนตรี[[ไบรอัน มัลโรนีย์]]ได้สั่งการให้กองกำลังของแคนาดาสร้างกองเรือเฉพาะกิจขึ้นมา เรือพิฆาตร[[เอชเอ็มซีเอส อธาบัสคัน (ดีดีจี 282)|เอชเอ็มซีเอส "อธาบัสคัน"]]และ[[เอชเอ็มซีเอส เทอร์ราโนวา (ดีดีอี 259)|เอชเอ็มซีเอส "เทอร์ราโนวา"]]เข้าร่วมรบพร้อมกับการสนับสนุนจากเรือ[[เอชเอ็มซีเอส โพรเทกเตอร์ (เอโออาร์ 509)|เอชเอ็มซีเอส "โพรเทกเตอร์"]]ใน[[ปฏิบัติการฟริกชัน]] กลุ่มเรือเฉพาะกิจของแคนาดาได้นำการหนุนกำลังของกองกำลังผสมเข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย เรือลำที่สี่คือเรือ[[เอชเอ็มซีเอส ฮูรอน (ดีดีเอช 281)|เอชเอ็มซีเอส "ฮูรอน"]] ซึ่งเข้ามาหลังจากที่ทีการหยุดยิงและเป็นเรือพันธมิตรลำแรกที่เข้าเยี่ยมคูเวต
 
หลังจากที่มีการอนุญาตให้ใช้กำลังกับอิรัก กองกำลังของแคนาดาก็นำฝูงบิน[[แมคดอนเนลล์ ดักลาส ซีเอฟ-18 ฮอร์เน็ท|ซีเอฟ-18 ฮอร์เน็ท]]และ[[ซิคอร์สกี้ ซีเอช-124 ซีคิง|ซีเอช-124 ซีคิง]]พร้อมกับทหารอากาศเข้ารวมการรบ นอกจากนี้ยังมีศูนย์พยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้บาดเจ็บจากการรบภาคพื้นดินอีกด้วย เมื่อการศึกทางอากาศเริ่มต้นขึ้น ซีเอฟ-18 ก็เข้าร่วมกับกองกำลังผสมและได้รับหน้าที่ปกป้องและโจมตีเป้าหมายบนพื้นดิน นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่[[สงครามเกาหลี]]ที่กองทัพแคนาดาได้มีบทบาททางทหารในเชิงรุก มีซีเอฟ-18 เพียงลำเดียวที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าได้เอาชนะเครื่องบินของศัตรูในการรบใน[[ยุทธการบูบียัน]]<ref>{{cite book|last1=Morin|last2=Gimblett|first1=Jean H.|first2=Richard Howard|title=Operation Friction, 1990–1991: The Canadian Forces in the Persian Gulf|year=1997|publisher=Dundurn Press|isbn=978-1-55002-257-5|page=170}}</ref>
 
ผู้บัญชาการของแคนาดาที่ทำหน้าที่ในตอนนั้นคือผู้การผู้การ[[เคนเนธ เจ. ซัมเมอร์ส]]
 
===ออสเตรเลีย===
[[File:HMAS Sydney 1991.jpg|left|thumb|เรือ[[เอชเอ็มเอเอส ซิดนีย์ (เอฟเอฟจี 03)|เอชเอ็มเอเอส "ซิดนีย์"]]ในอ่าวเปอร์เซียเมื่อปีพ.ศ. 2534]]
 
{{Main|การช่วยเหลือของออสเตรเลียในสงครามอ่าวเปอร์เซีย พ.ศ. 2534}}
 
ออสเตรเลียได้ส่งกองเรือเฉพาะกิจเข้าร่วมสงคราม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองเรือนานาชาติในอ่าวเปอร์เซียและ[[อ่าวโอมาน]]ใน'''ปฏิบัติการดามาส์ค''' นอกจากนี้แล้วยังมีทีมแพทย์ที่ทำหน้าที่บนเรือพยาบาลของสหรัฐแและทีมกวาดทุ่นระเบิดใต้น้ำที่ได้ทำการกำจัดทุ่นระเบิดที่ท่าเรือของคูเวตหลังจากการรบสิ้นสุดลง
 
แม้ว่ากองกำลังของออสเตรเลียจะไม่ได้ทำการปะทะใดๆ แต่พวกเขาก็มีบทบาทสำคัญในการคว่ำบาตรอิรัก เช่นเดียวกับการให้การสนับสนุนอื่นๆ ในปฏิบัติการพายุทะเลทราย หลังจากสิ้นสุดสงครามออสเตรเลียได้ส่งหน่วยแพทย์ไปทำหน้าที่ใน[[ปฏิบัติการฮาบิแทต]]ที่ทางตอนเหนือของอิรัก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ[[ปฏิบัติการโพรไวด์คอมเฟิร์ท]]
 
===อาร์เจนตินา===
อาร์เจนตินาได้เข้าร่วมใน'''ปฏิบัติการบิชอป'''ด้วยการส่งเรือพิฆาตร[[เออาร์เอ อัลมิรันเตบราวน์ (ดี-10)|เออาร์เอ "อัลมิรันเตบราวน์"]]และเรือคอร์เวต[[เออาร์เอ สปิโร (พี-43)|เออาร์เอ "สปิโร"]] ต่อมาทั้งสองลำถูกแทนที่ด้วยเรือคอร์เวต[[เออาร์เอ โรซาเลส (พี-42)|เออาร์เอ "โรซาเลส"]]และเรือขนส่ง[[เออาร์เอ บาเฮียซานบลาส (บี-4)|เออาร์เอ "บาเฮียซานบลาส"]]
<!-- This clears the floating of the above image so the next section renders properly -->
<div style="clear:both"></div>
 
== กำลังพลสูญเสีย ==
3,879

การแก้ไข

รายการนำทางไซต์