ผลต่างระหว่างรุ่นของ "โมโม"

ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เพิ่มขึ้น 500 ไบต์ ,  7 ปีที่แล้ว
(เก็บกวาดบทความด้วยบอต)
 
== ประเด็นหลัก ==
ตามที่รู้จักกันดีในงานของเขา [[จินตนาการไม่รู้จบ]] ({{lang-en|The Neverending Story}}; {{lang-de|Die unendliche Geschichte}}) มิชาเอล เอนเด้ ใช้จินตนาการและสัญญลักษณ์สัญลักษณ์ที่จะจัดการกับเรื่องของโลกแห่งความเป็นจริง เช่น ธรรมชาติและความสำคัญของเวลา อำนาจของเรื่องราว มิตรภาพ ความสัมพันธ์ ความเห็นอกเห็นใจ ความสงสาร และความคุ้มค่าของสิ่งเล็กๆน้อยๆ เพื่อทำให้ชีวิตมีคุณค่ามากขึ้น
 
หัวใจหลักของโมโม คือการเปรียบเทียบถึงวิธีการใช้เวลาของคนในสังคมว่าวิธีการที่เราใช้นั้นถูกต้องดีงามแล้วหรือ โดยแสดงถึงการใช้เวลาอย่างรีบเร่งของคนในสังคมเมืองที่ต้องใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่าที่สุด โดยมองว่าการทำงานเสร็จไวนั้นเป็นสิ่งดี จึงได้มีการตัดลดขั้นตอนหลายอย่างไปเพื่อประหยัดเวลา แต่ก็ทำให้เรานั้นขาดความใส่ใจต่อคนรอบข้าง เพียงเพื่อเอาประโยชน์ที่ได้จากการประหยัดนั้นมาใช้ไปกับสิ่งของฟุ่มเฟื่อย เป็นกระแสของสังคมเมืองที่กำลังรุกรานวิถีชิวิตของเราทุกคน ซึ่งนั้นไม่ได้ทำให้คนเรามีความสุข แต่กลับจะทำให้คนเราเหินห่างกันมากขึ้น จนทำให้เราตกเป็นทาสของการบูชาวัตถุสิ่งของได้ง่าย
หัวใจหลักของโมโม คือการแสดงถึงสภาพสังคมบริโภคนิยมที่ทุกคนต้องรีบเร่งในการใช้ชีวิต ทุกนาทีมีคุณค่าต้องใช้มันให้คุ้มที่สุด เพียงเพื่อใช้ในการแลกสิ่งของฟุ่มเฟื่อยเกินจำเป็น แต่นั้นไม่ได้ทำให้คนเรานั้นมีความสุข แต่กลับจะทำให้เราตกเป็นทาสของการบริโภคมากยิ่งขึ้น ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดถูกชักนำโดยกลุ่มนายทุน โดยเอาความเจริญของสังคมเมืองเป็นตัวอย่าง เพื่อใช้ชักจูงผู้คนให้เห็นดีเห็นงานกับการดำเนินชีวิตอย่างนี้ เพียงเพื่อผลประะโยชน์ของนายทุนที่ผลิตสินค้าออกมาขายเท่านั้น
 
การเสนอโลกในมุมมองของเด็กเป็นจุดเด่นที่ มิซาเอล เอนเด้ นิยมหยิบมาจึงได้เสนอโลกในของในมุมมองของโมโม เด็กที่ไม่มีสมบัติอะไรติดตัวและไม่มีการศึกษา แต่สามารถเป็นที่พึ่งของทุกคนได้เพียงแค่ใช้เพื่อแสดงถึงแนวคิดการฟังอย่างแท้จริงเท่านั้น ซึ่งเป็นทักษะที่เรามักหลายคนหลงลืมมันไปเมื่อการให้ความเอาใจใส่ต่อบุคคลรอบข้างย่อมเป็นผู้ใหญ่ เด็กเกราะป้องกันที่ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาตินั้นดีต่อการครอบงำของกระแสของการบูชาวัตถุที่กำลังแผ่ขยาย ทำให้เป็นเป้าหมายที่ยากยิ่งสำหรับผู้ชายในชุดสีเทา เด็กไม่สามารถเชื่อได้ว่าการละเล่นของพวกเขาเป็นการสูญเสียเวลาไปเปล่าๆ จึงได้มีการใช้ตุ๊กตา[[บาร์บี้]]และของเล่นแพงๆ เพื่อชักชวน จูงใจ โมโมให้เข้าสู่วิถีของหันมายึดติดกับวัตถุแทน แต่โมโมไม่ได้เชื่อว่าการกระทำของตัวเองนั้นเป็นผู้บริโภคการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่กลับเห็นคุณค่าของการใส่ใจต่อผู้คนและกำลังพยายามทวงคืนสิ่งนั้นกลับมาจากผู้ชายในชุดสีเทา
 
วิธีที่จะหนีออกมาจากวิถีการบริโภคนั้นคือการคิดอย่างอิสระ เป็นตัวของตัวเอง ไม่ตกอยู่ในกระแสสังคมและการโฆษณาชวนเชื่อ โดยการพิจารณาไตร่ตรองอย่างมีสติ คุณจะพบวิถีชีวิตที่เหมาะสมสำหรับตัวของคุณเอง
 
== คำติชม ==
34

การแก้ไข

รายการนำทางไซต์