ผลต่างระหว่างรุ่นของ "มหาจุฬาลงกรณ์"

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เนื้อหาที่ลบ เนื้อหาที่เพิ่ม
Tanapat1996 (คุย | ส่วนร่วม)
ไม่มีความย่อการแก้ไข
Korrawit (คุย | ส่วนร่วม)
ไม่มีความย่อการแก้ไข
บรรทัด 1: บรรทัด 1:
{{วิกิซอร์ซ|มหาจุฬาลงกรณ์}}
{{วิกิซอร์ซ|มหาจุฬาลงกรณ์}}


'''{{audio|MahaChulalongkorn.ogg|มหาจุฬาลงกรณ์ }}''' เป็น[[เพลงพระราชนิพนธ์]]ลำดับที่ 11 ของ[[พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช]] โดยพระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพลง โดยมี[[สมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา|ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา]] และ [[สุภร ผลชีวิน]] เป็นผู้ประพันธ์เนื้องเพลง พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ให้เป็นเพลงประจำสถาบันของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
'''{{audio|MahaChulalongkorn.ogg|มหาจุฬาลงกรณ์ }}''' เป็น[[เพลงพระราชนิพนธ์]]ลำดับที่ 11 ของ[[พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช]] โดยพระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพลง โดยมี[[สมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา|ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา]] และ [[สุภร ผลชีวิน]] เป็นผู้ประพันธ์เนื้อเพลง พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ให้เป็นเพลงประจำสถาบันของ[[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]


== ประวัติ ==
== ประวัติ ==
บรรทัด 9: บรรทัด 9:
เมื่อปี [[พ.ศ. 2492]] เนื่องจากในขณะนั้นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังไม่มีเพลงประจำสถาบัน ศาสตราจารย์ ม.ร.ว.สุมนชาติ สวัสดิกุล จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานเพลงประจำมหาวิทยาลัย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทำนองเพลงนี้ โดยมี[[สมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา|ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา]] และ [[สุภร ผลชีวิน]] เป็นผู้ประพันธ์คำร้องขึ้นถวาย<ref> [http://www.memocent.chula.ac.th/knowledge/kn06_04.html ความเป็นมาของเพลงมหาจุฬาลงกรณ์] จาก เว็บไซต์หอประวัติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</ref> ดังนั้น เพลงมหาจุฬาลงกรณ์จึงใช้เป็นเพลงประจำสถาบันของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งแต่นั้นมา
เมื่อปี [[พ.ศ. 2492]] เนื่องจากในขณะนั้นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังไม่มีเพลงประจำสถาบัน ศาสตราจารย์ ม.ร.ว.สุมนชาติ สวัสดิกุล จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานเพลงประจำมหาวิทยาลัย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทำนองเพลงนี้ โดยมี[[สมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา|ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา]] และ [[สุภร ผลชีวิน]] เป็นผู้ประพันธ์คำร้องขึ้นถวาย<ref> [http://www.memocent.chula.ac.th/knowledge/kn06_04.html ความเป็นมาของเพลงมหาจุฬาลงกรณ์] จาก เว็บไซต์หอประวัติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</ref> ดังนั้น เพลงมหาจุฬาลงกรณ์จึงใช้เป็นเพลงประจำสถาบันของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งแต่นั้นมา


หลังจากนั้น ในปี [[พ.ศ. 2497]] พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นาย[[เทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล]] นำทำนองเพลง "'''มหาจุฬาลงกรณ์'''" ซึ่งเป็นเพลงที่มีทำนองเพลงในแนวสากลมาปรับปรุงให้มีทำนองเพลงในแนวไทยเดิมเพื่อใช้สำหรับเป็นเพลงโหมโรงก่อนการบรรเลง[[ดนตรีไทย]] นายเทวาประสิทธิ์รับพระราชทานลงมาทำและบรรเลงถวายด้วย[[วงปี่พาทย์]]ถึงสองครั้งด้วยกัน หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแก้ไขจนเป็นที่พอพระราชหฤทัยแล้วจึงพระราชทานเพลงนี้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งนับเป็นเพลงไทยเพลงแรกที่ประดิษฐ์ขึ้นมาจากเพลงไทยสากล<ref>[http://www.kanchanapisek.or.th/kp8/art/f_musical_th.html พระปรีชาสามารถในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในด้านดนตรี]</ref> ต่อมา เมื่อนายเทวาประสิทธิ์ไปสอนดนตรีไทยให้แก่ชมรมดนตรีของสโมสรนิสิต [[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]] จึงได้นำ '''"เพลงโหมโรงมหาจุฬาลงกรณ์"''' มาสอนนิสิตชมรมดนตรีไทย และใช้เป็นเพลงโหมโรงในการบรรเลงดนตรีไทยของชมรม ฯ ตลอดมา
หลังจากนั้น ในปี [[พ.ศ. 2497]] พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นาย[[เทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล]] นำทำนองเพลง "'''มหาจุฬาลงกรณ์'''" ซึ่งเป็นเพลงที่มีทำนองเพลงในแนวสากลมาปรับปรุงให้มีทำนองเพลงในแนวไทยเดิมเพื่อใช้สำหรับเป็นเพลงโหมโรงก่อนการบรรเลง[[ดนตรีไทย]] นายเทวาประสิทธิ์รับพระราชทานลงมาทำและบรรเลงถวายด้วย[[วงปี่พาทย์]]ถึงสองครั้งด้วยกัน หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแก้ไขจนเป็นที่พอพระราชหฤทัยแล้วจึงพระราชทานเพลงนี้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งนับเป็นเพลงไทยเพลงแรกที่ประดิษฐ์ขึ้นมาจากเพลงไทยสากล<ref>[http://www.kanchanapisek.or.th/kp8/art/f_musical_th.html พระปรีชาสามารถในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในด้านดนตรี]</ref> ต่อมา เมื่อนายเทวาประสิทธิ์ไปสอนดนตรีไทยให้แก่ชมรมดนตรีของสโมสรนิสิต[[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]] จึงได้นำ '''"เพลงโหมโรงมหาจุฬาลงกรณ์"''' มาสอนนิสิตชมรมดนตรีไทย และใช้เป็นเพลงโหมโรงในการบรรเลงดนตรีไทยของชมรมฯ ตลอดมา


เพลงพระราชนิพนธ์มหาจุฬาลงกรณ์ จัดเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้เป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัย 1 ใน 3 แห่ง ซึ่งอีก 2 เพลง ได้แก่ เพลง "''[[ยูงทอง]]''" ซึ่งพระราชทานให้เป็นเพลงประจำ[[มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]] และเพลง "''[[เกษตรศาสตร์ (เพลงพระราชนิพนธ์)|เกษตรศาสตร์]]''" ซึ่งพระราชทานให้เป็นเพลงประจำ[[มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์]] โดยพระองค์มีพระราชดำรัสถึงการแต่งเพลงประจำสถาบันไว้ว่า<ref>[http://www.culture.go.th/supreme/majestic.php?no=2&subno=3&subdetail=6 หออัครศิลปิน: พระอัจฉริยภาพด้านพระราชพิพนธ์บทเพลง] จาก สำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม</ref>
เพลงพระราชนิพนธ์มหาจุฬาลงกรณ์ จัดเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้เป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัย 1 ใน 3 แห่ง ซึ่งอีก 2 เพลง ได้แก่ เพลง "''[[ยูงทอง]]''" ซึ่งพระราชทานให้เป็นเพลงประจำ[[มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]] และเพลง "''[[เกษตรศาสตร์ (เพลงพระราชนิพนธ์)|เกษตรศาสตร์]]''" ซึ่งพระราชทานให้เป็นเพลงประจำ[[มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์]] โดยพระองค์มีพระราชดำรัสถึงการแต่งเพลงประจำสถาบันไว้ว่า<ref>[http://www.culture.go.th/supreme/majestic.php?no=2&subno=3&subdetail=6 หออัครศิลปิน: พระอัจฉริยภาพด้านพระราชพิพนธ์บทเพลง] จาก สำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม</ref>
บรรทัด 51: บรรทัด 51:


== แหล่งข้อมูลอื่น ==
== แหล่งข้อมูลอื่น ==
* [http://w3.chula.ac.th/arts/cu_song/song01_th.html ประวัติเพลงและเนื้อเรื่อง] จากเว็บจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
* [http://www.chula.ac.th/about/symbol_songs/index.htm#mahachula ประวัติเพลงและเนื้อร้อง] จากเว็บจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
* [http://w3.chula.ac.th/arts/cu_song/song/CuBand_MahaChulalongkorn.mp3 ฟังเพลงมหาจุฬาลงกรณ์]
* [http://www.chula.ac.th/idcucm1/groups/guniverity/documents/cu_web_multimedia/cu_001945.mp3 ฟังเพลงมหาจุฬาลงกรณ์] จากเว็บจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


[[หมวดหมู่:เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช]]
[[หมวดหมู่:เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช]]

รุ่นแก้ไขเมื่อ 15:11, 5 พฤษภาคม 2554

ไม่พบไฟล์เสียง "MahaChulalongkorn.ogg" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 11 ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยพระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพลง โดยมีท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา และ สุภร ผลชีวิน เป็นผู้ประพันธ์เนื้อเพลง พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ให้เป็นเพลงประจำสถาบันของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประวัติ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพลงเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2492 โดยเป็นเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกที่ใช้ทำนองเพลงแบบ Pentatonic Scale หรือ Five Tone Scale ซึ่งหมายถึง ในบทเพลงจะประกอบด้วยตัวโน้ตทั้งหมดเพียง 5 เสียงเท่านั้น[1]

เมื่อปี พ.ศ. 2492 เนื่องจากในขณะนั้นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังไม่มีเพลงประจำสถาบัน ศาสตราจารย์ ม.ร.ว.สุมนชาติ สวัสดิกุล จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานเพลงประจำมหาวิทยาลัย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทำนองเพลงนี้ โดยมีท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา และ สุภร ผลชีวิน เป็นผู้ประพันธ์คำร้องขึ้นถวาย[2] ดังนั้น เพลงมหาจุฬาลงกรณ์จึงใช้เป็นเพลงประจำสถาบันของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งแต่นั้นมา

หลังจากนั้น ในปี พ.ศ. 2497 พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายเทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล นำทำนองเพลง "มหาจุฬาลงกรณ์" ซึ่งเป็นเพลงที่มีทำนองเพลงในแนวสากลมาปรับปรุงให้มีทำนองเพลงในแนวไทยเดิมเพื่อใช้สำหรับเป็นเพลงโหมโรงก่อนการบรรเลงดนตรีไทย นายเทวาประสิทธิ์รับพระราชทานลงมาทำและบรรเลงถวายด้วยวงปี่พาทย์ถึงสองครั้งด้วยกัน หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแก้ไขจนเป็นที่พอพระราชหฤทัยแล้วจึงพระราชทานเพลงนี้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งนับเป็นเพลงไทยเพลงแรกที่ประดิษฐ์ขึ้นมาจากเพลงไทยสากล[3] ต่อมา เมื่อนายเทวาประสิทธิ์ไปสอนดนตรีไทยให้แก่ชมรมดนตรีของสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้นำ "เพลงโหมโรงมหาจุฬาลงกรณ์" มาสอนนิสิตชมรมดนตรีไทย และใช้เป็นเพลงโหมโรงในการบรรเลงดนตรีไทยของชมรมฯ ตลอดมา

เพลงพระราชนิพนธ์มหาจุฬาลงกรณ์ จัดเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้เป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัย 1 ใน 3 แห่ง ซึ่งอีก 2 เพลง ได้แก่ เพลง "ยูงทอง" ซึ่งพระราชทานให้เป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเพลง "เกษตรศาสตร์" ซึ่งพระราชทานให้เป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยพระองค์มีพระราชดำรัสถึงการแต่งเพลงประจำสถาบันไว้ว่า[4]

"...เรื่องเพลงที่แต่งขึ้นใหม่นั้นต้องขอชี้แจงสักนิด ฟังแล้วอาจจะตกใจ เพราะว่าเพลงที่ประจำในมหาวิทยาลัยเมืองไทย เดี๋ยวนี้ก็มีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้วก็ของธรรมศาสตร์ที่ได้ให้ทั้งสองเพลงนั้น กับเพลงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นี้ ต้องบอกว่ายาวเท่ากัน ไม่ต้องอิจฉาว่าของเขายาวกว่าหรือสั้นกว่า ยาวเท่ากัน แล้วก็การสร้างแบบนั้นก็สร้างในแบบเดียวกัน ไม่ต้องอิจฉาอะไร แล้วก็ถ้าชอบก็บอกว่าชอบ ถ้าไม่ชอบก็ไม่รู้จะทำอย่างไร อาจจะแก้ไข อย่างไรก็ตาม ก็มีอย่างหนึ่ง คือ เพลงของจุฬาฯ เขาก็บอกว่าเพลงของเขาเพราะที่สุด ถ้าไปถามชาวธรรมศาสตร์ว่าเพลงไหนเพราะที่สุด เขาก็บอกว่าเพลงธรรมศาสตร์ แล้วถ้าถามพวกเกษตร น่ากลัวบอกว่าเพลงเกษตรเพราะกว่า ก็เลยไม่รู้จะทำอย่างไรนะ แต่ว่าเพลงของจุฬาฯ เขาโอ้อวดว่าสง่าผ่าเผยมาก แล้วก็เพราะมาก ถ้าพูดถึงว่าเพลงธรรมศาสตร์เขาก็บอกว่าองอาจดี เดินก็ได้ จุฬาฯ เขาก็ตอบว่าของเขาก็เดินได้เหมือนกัน เป็นเพลงสำหรับนำแถวได้..."

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร เมื่อครั้งได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้ประพันธ์คำร้องเพลงเกษตรศาสตร์นั้น ได้กล่าวถึงเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ว่า "เนื้อเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ดีเยี่ยม จนทำให้ผู้เขียนแหยงว่าไม่มีทางประพันธ์ให้ไพเราะใกล้เคียงกับเพลงนั้นได้"[5]

ไม่พบไฟล์เสียง "MahaChulalongkorn.ogg"

น้ำใจน้องพี่สีชมพู
ทุกคนไม่รู้ลืมบูชา
พระคุณของแหล่งเรียนมา
จุฬาลงกรณ์

ขอทูนขอเทิดพระนามไท
พระคุณแนบไว้นิรันดร
ขอองค์พระเอื้ออาทร
หลั่งพรคุ้มครอง

นิสิตพร้อมหน้า
สัญญาประคอง
ความดีทุกอย่างต่างปอง
ผยองพระเกียรติเกริกไกร

ขอตราพระเกี้ยวยั้งยืนยง
นิสิตประสงค์เป็นธงชัย
ถาวรยศอยู่คู่ไทย
เชิดชัย ชโย

มีเดีย

ดูเพิ่ม

คอนเสิร์ตประสานเสียงสามสถาบัน จุฬาฯ เกษตรศาสตร์ ธรรมศาสตร์

อ้างอิง

แหล่งข้อมูลอื่น