พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง
ทางเข้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง | |
![]() | |
| ก่อตั้ง | พ.ศ. 2518[1] |
|---|---|
| ที่ตั้ง | หมู่ที่ 13 ถนนสุทธิพงษ์ ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี[2] |
| พิกัดภูมิศาสตร์ | 17°24′26″N 103°14′10″E / 17.4073327°N 103.2362131°E |
| ประเภท | พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ |
| ผลงานสำคัญ | ภาชนะดินเผาเขียนสีลวดลายต่าง ๆ[3] |
| เจ้าของ | สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร |
| เว็บไซต์ | www |
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ในบริเวณแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง บนถนนสุทธิพงษ์ ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี
ประวัติ
[แก้]เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2515 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จประพาสทอดพระเนตรหลุมขุดค้นทางโบราณคดีบ้านเชียงในบริเวณวัดโพธิ์ศรีใน ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี การเสด็จประพาสครั้งนี้ได้กระตุ้นให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงซึ่งขณะนั้นกำลังประสบปัญหาการลักลอบค้าโบราณวัตถุ ดังนั้นกรมศิลปากรจึงดำเนินการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงขึ้นในบริเวณแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงเมื่อ พ.ศ. 2518
เมื่อ พ.ศ. 2526 มูลนิธิจอห์น เอฟ.เคนเนดีมอบทุนสนับสนุนในการสร้างอาคารหลังที่ 2 ของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งได้รับการตั้งชื่อว่า "อาคารสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี" เพื่อเป็นเกียรติแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินีเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอาคารอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530
เมื่อ พ.ศ. 2549 กรมศิลปากรรับงบประมาณตามโครงการปรับปรุงแหล่งประวัติศาสตร์วัฒนธรรมเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในภูมิภาคอินโดจีน ในการดำเนินการก่อสร้างอาคารหลังใหม่เพื่อปรับปรุงและขยายพื้นที่การจัดนิทรรศการหลัก พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานชื่อของอาคารว่า "อาคารกัลยาณิวัฒนา" เพื่อเป็นเกียรติแด่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี โดยโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอาคารอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553[1]
ส่วนจัดแสดง
[แก้]พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงแบ่งส่วนจัดแสดงดังนี้[4]:
- อาคารสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี: เป็นอาคารศูนย์รวมส่วนบริการต่าง ได้แก่ จุดประชาสัมพันธ์และจำหน่ายบัตรเข้าชม ห้องประชุม และห้องจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน
- อาคารกัลยาณิวัฒนา: เป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการหลัก แบ่งส่วนจัดแสดงย่อยเป็น 9 ส่วน
- พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชกับบ้านเชียง: จัดแสดงเกี่ยวกับการเสด็จประพาสหลุมขุดค้นทางโบราณคดีบ้านเชียงของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเมื่อ พ.ศ. 2515
- การดำเนินงานทางโบราณคดีที่บ้านเชียง: นำเสนอลำดับเวลาการศึกษาทางด้านโบราณคดีในบ้านเชียง
- การปฏิบัติงานทางโบราณคดีที่บ้านเชียง: นำเสนอขั้นตอนการทำงานและการศึกษาระหว่างการขุดค้นโดยนักโบราณคดีระหว่าง พ.ศ. 2517-2518
- หลุมขุดค้นทางโบราณคดี: จำลองฉากและบรรยากาศของหลุมขุดค้นระหว่าง พ.ศ. 2517-2518
- โบราณวัตถุจากการขุดค้นทางโบราณคดีที่วัดโพธิ์ศรี: จัดแสดงโบราณวัตถุที่พบในหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรี แบ่งออกตามสมัยของวัฒนธรรมบ้านเชียง 3 สมัย
- วัฒนธรรมบ้านเชียงยุคก่อนประวัติศาสตร์: จัดแสดงฉากจำลองและโบราณวัตถุเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในวัฒนธรรมบ้านเชียง
- การค้นพบยุคสำริดที่หายสาบสูญ: นิทรรศการที่จัดแสดงดัดแปลงมาจากนิทรรศการที่จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียในประเทศสหรัฐอเมริกาและสิงคโปร์ อธิบายการศึกษาทางโบราณคดีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีปโดยสังเขปจนถึงการค้นพบวัฒนธรรมยุคสัมฤทธิ์ที่แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง
- มรดกโลก: นิทรรศการที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาสที่แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงได้รับเลือกเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เมื่อ พ.ศ. 2535
- การกระจายตัวของวัฒนธรรมบ้านเชียง: จัดแสดงโบราณวัตถุที่ถูกพบระหว่างการสำรวจจากแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ใกล้เคียงกับแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงตั้งแต่ พ.ศ. 2515 เพื่อศึกษาการกระจายตัวของวัฒนธรรมบ้านเชียงในบริเวณแอ่งสกลนคร
- อาคารนิทรรศการไทพวน: จัดแสดงเกี่ยวกับวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของชาวไทพวน ซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง เดิมเป็นบ้านของพจน์ มนตรีพิทักษ์ ซึ่งอนุญาตให้กรมศิลปากรมาขุดค้นทางโบราณคดีเมื่อ พ.ศ. 2515 หลังการเสด็จประพาสหลุมขุดค้นทางโบราณคดีบ้านเชียงของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พจน์จึงบริจาคบ้านและที่ดินให้กรมศิลปากรเพื่อสงวนรักษาและเป็นอนุสรณ์สถานของการเสด็จประพาสครั้งนั้น บ้านหลังนี้ได้รับพระราชทานรางวัลด้านการอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2550 โดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์
- หลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน: ตั้งอยู่ในบริเวณวัดโพธิ์ศรีใน ห่างจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงไปทางตะวันออกประมาณ 500 เมตร หลังการเสด็จประพาสหลุมขุดค้นของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเมื่อ พ.ศ. 2515 กรมศิลปากรได้ปรับปรุงหลุมขุดค้นภายในวัดโพธิ์ศรีในเพื่อจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- 1 2 "ความเป็นมา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง". พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง กรมศิลปากร. สืบค้นเมื่อ 2026-01-29.
- ↑ "ติดต่อเรา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง". พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง กรมศิลปากร. สืบค้นเมื่อ 2026-01-29.
- ↑ "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง". มิวเซียมไทยแลนด์. สืบค้นเมื่อ 2026-01-29.
- ↑ "นิทรรศการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง". พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง กรมศิลปากร. สืบค้นเมื่อ 2026-01-29.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- เว็บไซต์ทางการ
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ที่เฟซบุ๊ก
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ที่เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง กรมศิลปากร
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ที่เว็บไซต์มิวเซียมไทยแลนด์
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ที่เว็บไซต์ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ที่เว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
