ข้ามไปเนื้อหา

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์
แผนที่
ก่อตั้งพ.ศ. 2547[1]
ที่ตั้งเขื่อนขุนด่านปราการชล บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก
พิกัดภูมิศาสตร์14°18′48″N 101°18′59″E / 14.3132206°N 101.3162954°E / 14.3132206; 101.3162954
ประเภทพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
เจ้าของสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร
เว็บไซต์www.finearts.go.th/nakhonnayokmuseum

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ มีชื่อเดิมว่า พิพิธภัณฑ์เขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งบริเวณเขื่อนขุนด่านปราการชล บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก จัดแสดงเกี่ยวกับเขื่อนขุนด่านปราการชล และโครงการพระราชดำริในจังหวัดนครนายกของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ประวัติ

[แก้]

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ ก่อตั้งขึ้นจากแนวพระราชดำริในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 พระองค์ทรงริเริ่มร่วมกับจรัสศรี ทีปิรัช ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกในเวลานั้นในการดำเนินการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์เขื่อนคลองท่าด่านหรือภายหลังใช้ชื่อว่าพิพิธภัณฑ์เขื่อนขุนด่านปราการชล กรมศิลปากรเป็นผู้รับผิดชอบออกแบบอาคารพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการภายใน

เมื่อ พ.ศ. 2547 สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) จัดวรรงบประมาณประจำปี 50,000,000 บาทสำหรับการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ การจัดนิทรรศการ และระบบสาธารณูปโภค

เมื่อ พ.ศ. 2550 พิพิธภัณฑ์เขื่อนขุนด่านปราการชลสร้างแล้วเสร็จ พิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยกลุ่มอาคาร 5 หลัง อาคารมีพื้นที่รวม 2,800 ตารางเมตร บนพื้นที่รวม 10 ไร่

ต่อมาอาคารพิพิธภัณฑ์ได้รับความเสียหายจากพายุฝน ในช่วงเวลานั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงมีพระราชดำริกับหม่อมหลวงจิรพันธุ์ ทวีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2559 โดยให้ทางสำนักงานประสานกับกรมศิลปากร กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ที่จัดตั้งภายในโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดําริ สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยาในสังกัดกรมศิลปากรได้จัดทำโครงการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์เขื่อนขุนด่านปราการชลขึ้นเพื่อซ่อมแซมอาคารและปรับปรุงนิทรรศการภภายในให้สอดคล้องกับการใช้งานใหม่

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2564 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานชื่อใหม่ให้พิพิธภัณฑ์เขื่อนขุนด่านปราการชลว่า "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์" มีความหมายว่า "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำจังหวัดนครนายกที่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรโปรดเกล้าฯ พัฒนาการชลประทานของจังหวัด"[1][2]

ส่วนจัดแสดง

[แก้]

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ แบ่งส่วนจัดแสดงเป็น 4 ส่วนตามอาคารจัดแสดง 4 อาคาร:[1][3]

  • อาคารจัดแสดงที่ 1 ปฐมบทการสร้างเขื่อนขุนด่านปราการชล: จัดแสดงเกี่ยวกับปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยในจังหวัดนครนายก ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งโครงการบริหารจัดการน้ำเนื่องในพระราชดำริหลายโครงการ
  • อาคารจัดแสดงที่ 2 อดีตชลประทานถึงเขื่อนขุนด่านปราการชล: จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติระบบชลประทานของโลกและของประเทศไทย ข้อมูลและหลักฐานทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ของงหวัดนครนายก รวมไปถึงประวัติความเป็นมาของงเขื่อนขุนด่านปราการชล
  • อาคารจัดแสดงที่ 3 พระบารมีปกเกล้าชาวนครนายก: จัดแสดงเกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในจังหวัดนครนายกของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และการแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของราษฎรด้วยการบริหารจัดการน้ำและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอื่น ๆ ในจังหวัดนครนายก
  • อาคารจัดแสดงที่ 4 น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ: จัดแสดงเกี่ยวกับพระราชประวัติของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่โดดเด่นของพระองค์ รวมถึงกิจกรรมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพที่จัดขึ้นในจังหวัดนครนายก

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์". ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร. สืบค้นเมื่อ 2025-11-22.
  2. "ประวัติและบทบาทหน้าที่". พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์. สืบค้นเมื่อ 2025-11-21.
  3. "นิทรรศการถาวร". พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์. สืบค้นเมื่อ 2025-11-21.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]