พารามีเซียม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พารามีเซียม
Paramecium.jpg
Paramecium aurelia
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: โพรทิสต์ (Protista)
ไฟลัม: ซิลิเอต (Ciliophora)
ชั้น: Oligohymenophorea
อันดับ: Peniculida
วงศ์: Parameciidae
สกุล: พารามีเซียม (Paramecium)
Müller, ค.ศ. 1773

พารามีเซียม (อังกฤษ: Paramecium) เป็นโปรโตซัวสกุลหนึ่ง อยู่ในอาณาจักรโพรทิสตา มีขนรอบๆ ตัว โดยใช้ขนในการเคลื่อนที่ เรียกว่า ซิเลีย (cilia)

ลักษณะภายนอก[1] ลำตัวแบนรูปไข่ ด้านหน้า (anterior end) ค่อนข้างกลม ส่วนด้านท้าย (posterior end) จะเรียวแหลมกว่า รูปร่างของลำตัวจะคล้ายรองเท้าแตะ (slipper-shaped) หรือคล้ายเท้า (foot-shaped) ทำให้มีชื่อเรียกว่า Slipper Animalcule ผนังเซลล์เป็นแบบ pellicle มีร่องเป็นรูปหกเหลี่ยมเรียงไปทั่วตัว มีความยืดหยุ่นดี และทำให้มีรูปร่างคงที่ ผิวนอกลำตัวจะมีขน (cilia) ปกคลุมอยู่โดยรอบ ทำให้เคลื่อนที่หรือว่ายน้ำได้ดี ด้านข้างลำตัวมีร่องเว้าเป็นปากเด่นชัด เรียก peristome หรือ oral groove มี cilia เรียงอยู่ภายในขอบปากโดยรอบ และมีช่องเล็กๆทางด้านท้ายลำตัว (cytoproct หรือ anal pore) สำหรับขับถ่าย

ลักษณะภายใน[2] ภายในเซลล์ (endoplasm) ประกอบด้วยนิวเคลียสขนาดใหญ่ (macronucleus) รูปไข่อยู่เกือบกลางเซลล์ ทำหน้าที่ควบคุมการเจริญและการทำงานของเซลล์ มีนิวเคลียสเม็ดเล็ก (micronucleus) อยู่ใกล้ๆ ทำหน้าที่ควบคุมการสืบพันธุ์แบบใช้เพศ มี contractile vacuole ทั้งทางด้านหน้าและท้ายลำตัว ทำหน้าที่ในการขับถ่ายของเสียคล้ายไต และมี food vacuole ที่เกิดจากการกินอาหารอยู่จำนวนมาก

  การเคลื่อนที่[1]   พารามีเซียมจัดเป็นโปรโตซัวที่เคลื่อนที่ไปมาอย่างรวดเร็วและชอบเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา โดยอาศัยการโบกพักของ cilia  

 การดำรงชีวิต[1] พารามีเซียมกินอาหารแบบกลืนกิน (holozoic) โดยการโบกพักของ cilia ทำให้เกิดการหมุนเวียนของน้ำนำเอาจุลินทรีย์หรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กต่างๆเข้าไปในปาก แล้วถูกล้อมรอบ กลายเป็น food vacuole เข้าไปในเซลล์    

การแพร่พันธุ์ของพารามีเซียม[2]   [แก้]

                 พารามีเซียมมีการแพร่พันธุ์ได้ 2 แบบ คือ  

                      1 การแพร่พันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ   โดยวิธีการแบ่งตัวตามขวาง (Transverse binary fission) ด้วยการแบ่งนิวเคลียสก่อน โดย macronucleus จะแบ่งแบบ Amitosis ส่วน micronucleus จะแบ่งแบบ Mitosis  จากนั้นจึงเกิดการแบ่ง cytoplasm การขยายพันธุ์วิธีนี้จะเกิดในภาวะปกติที่มีอาหารสมบูรณ์   หรือในสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม ซึ่งปกติพารามีเซียมแต่ละตัวจะมีการแบ่งตัวประมาณวันละ 4 ครั้ง โดยใช้เวลาครั้งละประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นการแพร่พันธุ์ที่เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว

                      2 การแพร่พันธุ์แบบอาศัยเพศ   โดยวิธี Conjugation การสืบพันธุ์ด้วยวิธีนี้มักเกิดขึ้นภายหลังจากที่มีการแพร่พันธุ์โดยการแบ่งตัวมากๆเข้า จนทำให้ร่างกายเกิดอ่อนแอลง จึงต้องมีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับเซล การ   Conjugation ของพารามีเซียมมีขั้นตอนดังนี้

1. Paramecium 2 ตัวมาจับคู่กัน แต่ละตัวจะเรียก conjugant โดยหัน oral groove เข้าหากันแล้ว pellicle บริเวณนั้นค่อยๆสลายไป ทำให้เนื้อของทั้ง 2 ตัวผสานเป็นเนื้อเดียวกัน ระหว่างนี้ทั้ง 2 ตัวจะมีการเคลื่อนที่คู่กันไปเรื่อยๆ

2. micronucleus (2n) ของแต่ละตัวจะเกิดการแบ่งตัวแบบ Meiosis  ได้ micronucleus (n) จำนวน 4 อัน แล้ว3 ใน 4 อันสลายไปเหลือเพียงอันเดียว

3. micronucleus ที่เหลือเพียงอันเดียวเกิดการแบ่งตัวแบบ Mitosis ได้ micronucleus (n) จำนวน 2 อัน

4. micronucleus (n) 1 อัน ของแต่ละตัวจะเคลื่อนที่สลับกันไป แล้วไปรวมกับ micronucleus (n)  ของอีกตัวหนึ่ง กลายเป็น Zygote  nucleus

5. จากนั้น pellicle จะเริ่มปรากฏแล้ว Paramecium ทั้ง 2 ตัวจะแยกออกจากกัน  เรียกแต่ละตัวว่า Exconjugant

6. exconjugant จะมีการเปลี่ยนแปลงภายในอีก คือ macronucleus ของแต่ละตัวจะเริ่มสลายไป แล้ว Zygote nucleus จะแบ่งตัวแบบ Mitosis 3 ครั้งได้ 8 อัน ต่อมา 4 ใน 8 อันจะกลายเป็น macronucleus ทำให้ exconjugant แต่ละตัวมี micronucleus 4 อัน และ macronucleus 4 อัน

7. จากนั้น exconjugant แต่ละตัวจะแบ่ง cytoplasm ออกไปอีก 2 ครั้ง แต่ละตัวได้เป็น 4 ตัวที่มี micronucleus 1 อัน  และ macronucleus 1 อัน

สรุป  จากการ conjugation แต่ละครั้ง Paramecium  1 ตัว จะให้ Paramecium  ใหม่ 4  ตัว  หรือการconjugation แต่ละครั้งจะให้ Paramecium  ใหม่ 8 ตัว  ซึ่งมีความแข็งแรงกระปรี้กระเปร่าพร้อมที่จะแพร่พันธุ์แบบไม่อาศัยเพศต่อไป

.

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 http://home.kku.ac.th/pracha/Paramecium.htm
  2. 2.0 2.1 http://home.kku.ac.th/pracha/Paramecium.htm