พายุไต้ฝุ่นทิป (พ.ศ. 2522)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พายุไต้ฝุ่นทิป
พายุไต้ฝุ่น (JMA)
พายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 5 (SSHWS)
ไต้ฝุ่นทิปขณะที่มีความเร็วลมสูงสุดในวันที่ 12 ตุลาคม
ไต้ฝุ่นทิปขณะที่มีความเร็วลมสูงสุดในวันที่ 12 ตุลาคม
ก่อตัว 4 ตุลาคม พ.ศ. 2522
สลายตัว 24 ตุลาคม พ.ศ. 2522
ความเร็วลม
สูงสุด
เฉลี่ยลมใน 10 นาที:
260 กม./ชม. (160 ไมล์/ชม.)
เฉลี่ยลมใน 1 นาที:
305 กม./ชม. (190 ไมล์/ชม.)
ความกดอากาศต่ำสุด 870 เฮกโตปาสกาล (มิลลิบาร์)
ผู้เสียชีวิต รวมประมาณ 99 คน
ความเสียหาย ไม่ทราบ
พื้นที่ได้รับ
ผลกระทบ
หมู่เกาะแคโรไลน์, ฟิลิปปินส์, คาบสมุทรเกาหลี, ญี่ปุ่น, จีน, รัสเซีย, อะแลสกา
ส่วนหนึ่งของ
ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2522

พายุไต้ฝุ่นทิป (อังกฤษ:Typhoon Tip) พายุหมุนเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดและรุนแรงที่สุด[1] เป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน 43 ,เป็นพายุโซนร้อนที่ 19 และเป็นพายุไต้ฝุ่นที่ 12 และพายุไต้ฝุ่นซุปเปอร์ที่สามของฤดูไต้ฝุ่นแปซิฟิกปี พ.ศ. 2522 พายุลุกนี้พัฒนาจากความไม่สงบในร่องมรสุมเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมใกล้กับโปห์เปอิ เริ่มแรกเป็นเพียงพายุโซนร้อนโดยเคลื่อนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งเป็นขัดขวางการพัฒนาและการเคลื่อนที่ของทิป แต่หลังจากที่พายุเคลื่อนไปทางเหนือไกลขึ้นพายุทิปกลับมีความรุนแรงขึ้น หลังจากผ่านกวม พายุทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วและไปถึง 305 กม. / ชม. (190 ไมล์ต่อชั่วโมง) และแรงดันจากระดับน้ำทะเลที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ที่ 870 hPa (25.69 inHg) เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ,พายุไต้ฝุ่นทิปเป็นพายุหมุนเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยเส้นผ่าศูนย์กลางลม 2,220 กม. (1,380 ไมล์) หลักจากนั้นพายุไต้ฝุ่นทิปก็อ่อนแรงลงอย่างช้า ๆ ขณะที่ยังคงเคลื่อนที่ต่อไปทางตะวันตกเฉียงเหนือและต่อมาหันไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ พายุไต้ฝุ่นทิปขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมและกลายเป็นพายุหมุนนอกเขตร้อนเพียงหลังจากนั้นไม่นาน พายุไต้ฝุ่นทิปแม้จะกลายเป็นพายุหมุนนอกเขตร้อนแต่ยังคงมีขนาดใหญ่อยู่และยังคงเคลื่อนที่ไปทางตะวันออก - ตะวันออกเฉียงเหนือเศษเล็กเศษน้อยจนกระทั่งพายุสลายไปที่บริเวณหมู่เกาะอะลูเชียนเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม

เครื่องบินกองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ทำการบินไปปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนทางอากาศจำนวนถึง 60 ครั้งในพายุไต้ฝุ่นทิปทำให้ไต้ฝุ่นทิปเป็นหนึ่งในพายุหมุนเขตร้อนที่สังเกตเห็นได้มากที่สุด สภาพอากาศจากทิปนำไปสู่การเสียชีวิตของนาวิกโยธิน 13 คนและบาดเจ็บ 68 คนที่ศูนย์ฝึกอาวุธรวมค่ายฟูจิในจังหวัดชิซุโอกะประเทศญี่ปุ่น และในพื้นที่อื่นๆในประเทศ พายุไต้ฝุ่นทำให้เกิดน้ำท่วมอย่างหนักและมีผู้เสียชีวิต 42 ราย และในซากเรืออับปางมีผู็เสียชีวิตและสูญหายรวม 44 คน

ประวัติทางอุตุนิยมวิทยา[แก้]

การเคลื่อนที่ของไต้ฝุ่นทิป ตามมาตราเฮอร์ริเคนแซฟเฟอร์-ซิมป์สัน

ประวัติทางอุตุนิยมวิทยาของพายุไต้ฝุ่นทิป[2]

  • ต้นเดือนตุลาคม ได้เกิดร่องมรสุมบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเยื้องออกมาจากฟิลิปปินส์ไปทางหมู่เกาะมาร์แชล
  • วันที่ 3 ตุลาคม พายุโซนร้อนโรเจอร์ก่อตัวจากร่องมรสุมเดียวกันทางตะวันตกเฉียงใต้ของกวม
  • วันที่ 5 ตุลาคม ความไม่สงบที่เกิดจากการเคลื่อนย้ายของความดันต่ำมีความรุนแรงมากพอที่จะกำหนดให้เป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนที่ 23
  • วันที่ 9 ตุลาคม การเคลื่อนที่ไปข้างหน้าของพายุทิปเสถียรมากขึ้นและเคลื่อนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือไปยังกวม หลังจากนั้นพายุหมุนเขตร้อนทิปหันไปทางทิศตะวันตกและกลายเป็นพายุไต้ฝุ่นในไม่นาน
  • วันที่ 11 ตุลาคม พายุไต้ฝุ่นทิปเป็นไต้ฝุ่นซุปเปอร์ที่มีความเร็วลมลมอย่างน้อย 241 กม. / ชม. (150 ไมล์ต่อชั่วโมง) และวัดเส้นผ่านศูนย์กลางของพายุไต้ฝุ่นได้ 2220 กิโลเมตร
  • วันที่ 12 ตุลาคม พายุไต้ฝุ่นทิปยังคงทวีความรุนแรงเหนือน่านน้ำเปิดของแปซิฟิกตะวันตกจนกระทั่งถึงจุดสูงสุดประมาณ 837 กม. (520 ไมล์) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกวม เมื่อมาถึงจุดนี้วัดอัตรเร็วลมได้ 306 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (190 ไมล์ต่อชั่วโมง) ตาพายุกว้าง 15 กม. (9.3 ไมล์) และแรงดันส่วนกลางอยู่ที่ 870 มิลลิบาร์ (hPa)
  • วันที่ 17 ตุลาคม พายุไต้ฝุ่นก็อ่อนกำลังลง มีขนาดเล็กลงจากนั้นเคลื่อนที่โค้งไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
  • วันที่ 19 ตุลาคม ไต้ฝุ่นทิปที่อ่อนแอลงอย่างมากได้ขึ้นฝั่งที่แผ่นดินฮอนชูซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นด้วยอัตราเร็วลมที่ 129 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (80 ไมล์ต่อชั่วโมง)
  • วันที่ 22 ตุลาคม พายุเคลื่อนตัวไปข้ามเกาะอย่างรวดเร็วและสลายตัวอย่างรวดเร็ว พายุกลายเป็นพายุเขตร้อนชื้นเหนือฮอนชูทางเหนือเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากขึ้นฝั่งแผ่นดินใหญ่
  • วันที่ 24 ตุลาคม พายุถูกพบครั้งสุดท้ายใกล้กับหมู่เกาะอะลูเชียนอะแลสกา

อ้างอิง[แก้]

  1. https://journals.ametsoc.org/doi/pdf/10.1175/1520-0493%281980%29108%3C1915%3AAAOSTT%3E2.0.CO%3B2
  2. http://www.hurricanescience.org/history/storms/1970s/tip/