พัชรี โพธสุธน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พัชรี โพธสุธน
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2509 (56 ปี)
อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี
พรรค พรรคชาติไทยพัฒนา

นางสาวพัชรี โพธสุธน (เกิด 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2509) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี 2 สมัย

ประวัติ[แก้]

นางสาวพัชรี โพธสุธน เกิดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2509 เป็นบุตรสาวของนายประสิทธิ์ และดวงแข โพธสุธน และเป็นหลานสาวของ นายประภัตร โพธสุธน และเป็นพี่สาวของนายยุทธนา โพธสุธน สำเร็จการศึกษา บัญชีบัณฑิต จาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จาก University of Dallas และ Cerificate in Advanced Management Studies Babson College ประเทศสหรัฐอเมริกา

งานการเมือง[แก้]

พัชรี เคยประกอบธุรกิจเกี่ยวกับรองเท้า[1] ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว ก่อนที่จะเข้าสู่วงการการเมืองด้วยการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

ต่อมา ลงสมัครเลือกตั้งแทนที่นายยุทธนา เนื่องจาก ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เป็นระยะเวลา 5 ปี และได้รับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก ใน พ.ศ. 2552 สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา และได้รับเลือกติดต่อกันจนถึง พ.ศ. 2554 รวม 2 สมัย [2]

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 เธอได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ลำดับที่ 15[3] แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร[แก้]

พัชรี โพธสุธน ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว 2 สมัย คือ

  1. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2552 (เลือกตั้งซ่อม) จังหวัดสุพรรณบุรี สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา
  2. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 จังหวัดสุพรรณบุรี สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Thaiswatch TV นางสาวพัชรี โพธสุธน
  2. ศูนย์ข้อมูลนักการเมือง
  3. เปิด 67 รายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ชาติไทยพัฒนา ‘วราวุธ ศิลปอาชา’ ขึ้นเบอร์ 1
  4. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๕, เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๓๕ ข หน้า ๖๑, ๓ ธันวาคม ๒๕๕๕
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๓, เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๑๔ ข หน้า ๑๔๒, ๘ ธันวาคม ๒๕๕๓