พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุธารส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุธารส
พระนามพระองค์เจ้าชายสุธารส
พระอิสริยยศพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ ชั้น 4
ฐานันดรศักดิ์พระองค์เจ้าชั้นโท
ราชวงศ์ราชวงศ์จักรี
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ3 สิงหาคม พ.ศ. 2383
สิ้นพระชนม์19 มิถุนายน พ.ศ. 2436
(พระชันษา 54 ปี)
พระบิดาพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมารดาเจ้าจอมมารดากุหลาบ
พระชายาหม่อมเอี่ยม สุธารส ณ อยุธยา
พระบุตรหม่อมเจ้าเว็น สุธารส

พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุธารส มีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าชายสุธารส เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 10 ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวกับเจ้าจอมมารดากุหลาบ

พระประวัติ[แก้]

พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุธารส ประสูติเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2383 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 10 ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวกับเจ้าจอมมารดากุหลาบ ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงได้รับพระราชทานเบี้ยหวัด ปีละ 5 ชั่ง และได้รับพระราชทานเครื่องยศพานทองใหญ่ จนในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้รับพระราชทานเงินปี ปีละ 15 ชั่ง

พระองค์เจ้าสุธารส ประชวรพระยอดขึ้นใต้พระชิวหา แล้วแตกออก แพทย์ระบุว่าเป็นมะเร็ง วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2436 มีพระอาการโลหิตไหลไม่หยุด เสวยพระกระยาหารและน้ำมิได้[1] ทรงสิ้นพระชนม์ในวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2436 พระชันษา 54 ปี พระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุวัดสระเกศ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2438[2]

พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุธารส ทรงเป็นต้นราชสกุลสุธารส ณ อยุธยา

พระธิดา[แก้]

พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุธารส มีพระชายาคือ หม่อมเอี่ยม สุธารส ณ อยุธยา มีนามเดิมว่า เอี่ยม สวัสดิ์-ชูโต ทรงมีพระธิดาเพียงพระองค์เดียวคือ

ในรัชกาลที่ 6 ทรงได้รับพระราชทานนามสกุลว่า "สุธารส" ทรงเป็นหม่อมเจ้าพระองค์เดียวที่ได้ใช้นามสกุลนี้ ภายหลังหม่อมเจ้าหญิงเว็นสิ้นชีพิตักษัย ราชสกุลนี้จึงหมดสิ้นไป โดยที่ไม่มีใครสืบสกุลนี้จนปัจจุบัน

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "ข่าวสิ้นพระชนม์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 10 (ตอน 14): หน้า 167. 2 กรกฎาคม 2436. สืบค้นเมื่อ 4 สิงหาคม 2564. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  2. คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ กรมศิลปากร ราชสกุลวงศ์ Archived 2017-02-02 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน พิมพ์ครั้งที่ 4; กรุงเทพฯ, สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์: 2554