พระเจ้ามนูหะ
| พระเจ้ามนูหะ မကုတရာဇာ မနူဟာ | |||||
|---|---|---|---|---|---|
รูปปั้นพระเจ้ามนูหะและพระมเหสี | |||||
| กษัตริย์แห่งสุธรรมวดี | |||||
| ครองราชย์ | ราวคริสต์ทศวรรษที่ 1030–ค.ศ. 1057[1] | ||||
| ก่อนหน้า | Udinna | ||||
| ประสูติ | สะเทิม | ||||
| สวรรคต | พุกาม | ||||
| |||||
| ราชวงศ์ | สุธรรมวดี | ||||
| พระราชบิดา | Udinna | ||||
| ศาสนา | พุทธเถรวาท | ||||
พระเจ้ามนูหะ (พม่า: မနူဟာ; มอญ: မကုတရာဇာ; มอญโบราณ:
, เสียงอ่านภาษามอญ: [mɛ̌̀tǔtɑ̌ɾɛ̀ɑʝɛ̀ɑnɛ̀ɑmɛ̌̀]) หรือ มกุตะ เป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของอาณาจักรสุธรรมวดี พระเจ้ามนูหะปกครองอาณาจักรสุธรรมวดีตั้งแต่คริสต์ทศวรรษที่ 1030 จนถึง ค.ศ. 1057 เมื่อพระองค์ปราชัยแก่พระเจ้าอโนรธาแห่งอาณาจักรพุกาม[2]: 150 ตามความเชื่อของชาวมอญพระเจ้ามนูหะเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 59 ในราชวงศ์ที่สันนิษฐานว่าก่อตั้งอาณาจักรสุธรรมวดีขึ้นในสมัยพุทธกาล หรือ ศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล
การตีความตามความเชื่อของพม่าและมอญยังกล่าวอีกว่า พระเจ้าอโนรธา ผู้ซึ่งเพิ่งเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาทได้ขอคัมภีร์พระไตรปิฎกจากพระเจ้ามนูหะ กษัตริย์มอญปฏิเสธคำขอของพระเจ้าอโนรธา โดยกล่าวว่าชาวพม่าทางเหนือที่ไม่มีอารยธรรมนั้นไม่คู่ควรกับศาสนา การปฏิเสธนี้ถูกใช้เป็นข้ออ้างโดยพระเจ้าอโนรธาเพื่อรุกรานและพิชิตอาณาจักรมอญ[3] แม้จะมีเรื่องราวนี้ แต่ก็เป็นไปได้มากที่พระเจ้าอโนรธาจะพิชิตอาณาจักรสุธรรมวดีเพื่อสกัดกั้นการรุกคืบไปทางตะวันตกของอาณาจักรพระนครในชายฝั่งตะนาวศรี ตามความเชื่อดั้งเดิม พระเจ้ามนูหะและครอบครัวของพระองค์ พร้อมด้วยพระสงฆ์และช่างฝีมือประมาณ 30,000 คน ถูกนำตัวกลับไปยังพุกาม ช่วง ค.ศ. 1050 ถึงราว ค.ศ. 1085 ช่างฝีมือและช่างศิลป์มอญได้ช่วยกันสร้างอนุสรณ์สถานประมาณสองพันแห่งที่พุกาม ซึ่งซากปรักหักพังในปัจจุบันมีความงดงามไม่แพ้นครวัด[4]
พระเจ้ามนูหะได้ขอและได้รับอนุญาตให้สร้าง วัดมนูหะ ในพุกาม ค.ศ. 1059 ภายในวัดมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 3 องค์ สององค์เป็นปางขัดสมาธิและหนึ่งองค์เป็นปางไสยาสน์ ซึ่งดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับบริเวณที่ประดิษฐาน กล่าวกันว่าท่าทางที่อึดอัดเหล่านั้นแสดงถึงความเครียดและความไม่สะดวกสบายที่ "กษัตริย์ผู้ถูกจองจำ" ต้องทนทุกข์ทรมาน[5]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Spiro 1996: 113
- ↑ Coedès, George (1968). Walter F. Vella (บ.ก.). The Indianized States of Southeast Asia. trans.Susan Brown Cowing. University of Hawaii Press. ISBN 978-0-8248-0368-1.
- ↑ Htin Aung 1967: 32–33
- ↑ South 2003: 67
- ↑ "Manuha Temple". AncientBagan.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-04-06. สืบค้นเมื่อ 2009-11-26.
บรรณานุกรม
[แก้]- Aung-Thwin, Michael (2005). The Mists of Rāmañña: the Legend that was Lower Burma. University of Hawaii Press. ISBN 978-0-8248-2886-8.
- Htin Aung, Maung (1967). A History of Burma. New York and London: Cambridge University Press.
- Lieberman, Victor B. (2003). Strange Parallels: Southeast Asia in Global Context, c. 800–1830, volume 1, Integration on the Mainland. Cambridge University Press. ISBN 978-0-521-80496-7.
- South, Ashley (2003). Mon nationalism and civil war in Burma: the golden sheldrake. Routledge. ISBN 9780700716098.
- Spiro, Melford (1996). Burmese supernaturalism. Transaction Publishers. p. 113. ISBN 9781560008828.