ข้ามไปเนื้อหา

พระเจ้าฟัยศ็อลที่ 1 แห่งอิรัก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฟัยศ็อลที่ 1
فيصل الأول
พระบรมฉายาลักษณ์ทางการ, ป.ค.ศ. 1918
พระมหากษัตริย์อิรัก
ครองราชย์23 สิงหาคม 1921 – 8 กันยายน 1933
ก่อนหน้าทหารยึดครอง
ถัดไปฆอซีที่ 1
นายกรัฐมนตรี
พระมหากษัตริย์ซีเรีย
ครองราชย์8 มีนาคม 1920 – 25 กรกฎาคม 1920
ก่อนหน้าทหารยึดครอง
ถัดไปยุบเลิกระบอบ
นายกรัฐมนตรี
ประสูติ(1885-05-20)20 พฤษภาคม ค.ศ. 1885[1][2]
มักกะฮ์ ฮิญาซวิลาเยต จักรวรรดิออตโตมัน[1][2]
สวรรคต8 กันยายน ค.ศ. 1933(1933-09-08) (48 ปี)
แบร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ฝังพระศพสุสานหลวงอิรัก อัลอะอ์เซาะมียะฮ์
ชายาฮุซัยมะฮ์ บินต์ นาศิร (สมรส 1904)
พระราชบุตร
พระนามเต็ม
ฟัยศ็อลที่ 1 บิน ฮุซัยน์ บิน อะลี อัลฮาชิมี
ราชวงศ์ฮัชไมต์
พระราชบิดาฮุซัยน์ พระมหากษัตริย์ฮิญาซ
พระราชมารดาAbdiyah bint Abdullah
ศาสนาอิสลามนิกายซุนนี[3]
ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง
รับใช้
สงคราม

สมเด็จพระเจ้าฟัยศ็อลที่ 1 บิน ฮุซัยน์ บิน อะลี อัลฮาชิมี (อาหรับ: فيصل بن حسين بن علي الهاشمي, อักษรโรมัน: Fayṣal bin Ḥusayn bin ʻAlī al-Hāshimī; 20 พฤษภาคม ค.ศ. 1885[1][2][4] – 8 กันยายน ค.ศ. 1933) ทรงเป็นรัฐบุรุษชาวฮิญาซที่ครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์อิรักในวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ. 1921 จนกระทั่งสวรรคตใน ค.ศ. 1933 พระองค์เป็นสมาชิกฮัชไมต์ เป็นหัวหน้ากบฏอาหรับในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ราชอาณาจักรอาหรับซีเรียที่ไม่ได้รับการรับรองในเดือนมีนาคมถึงกรกฎาคม ค.ศ. 1920 ซึ่งถูกฝรั่งเศสเนรเทศ[5]

ฟัยศ็อลเป็นพระราชโอรสองค์ที่สามในฮุซัยน์ บิน อะลี แกรนด์เอมีร์และชะรีฟแห่งมักกะฮ์ พระองค์เสด็จพระราชสมภพที่มักกะฮ์ และเติบโตที่อิสตันบูล ใน ค.ศ. 1916 ถึง 1918 พระองค์มีบทบาทสำคัญในการกบฏต่อจักรวรรดิออตโตมัน ด้วยความช่วยเหลือจากอังกฤษ พระองค์ช่วยสถาปนารัฐบาลอาหรับในซีเรียที่มีฐานในดามัสกัส และเป็นผู้นำคณะผู้แทนอาหรับในการประชุมสันติภาพปารีสใน ค.ศ. 1919 ใน ค.ศ. 1920 สภาแห่งชาติซีเรียประกาศให้ฟัยศ็อลเป็นกษัตริย์ โดยปฏิเสธการอ้างสิทธิ์ในการปกครองซีเรียของฝรั่งเศส เพื่อเป็นการตอบโต้ ฝรั่งเศสจึงเข้ารุกรานซีเรียในอีกไม่กี่เดือนต่อมา ล้มล้างราชอาณาจักร และบังคับให้พระองค์ลี้ภัย

ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1921 ตามมติในที่ประชุมไคโร อังกฤษได้จัดให้ฟัยศ็อลเป็นกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรอิรักใหม่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ในรัชสมัยของพระองค์ ฟัยศ็อลส่งเสริมความสามัคคีระหว่างชาวมุสลิมซุนนีและชีอะฮ์ เพื่อส่งเสริมความจงรักภักดีร่วมกันและส่งเสริมอุดมการณ์รวมกลุ่มอาหรับ โดยมีเป้าหมายในการสร้างรัฐอาหรับที่รวมอิรัก ซีเรีย และดินแดนอื่น ๆ ในพระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ์ ใน ค.ศ. 1932 พระองค์ทรงเป็นประธานในพิธีประกาศเอกราชของราชอาณาจักรอิรักเมื่อสิ้นสุดการเป็นอาณัติของอังกฤษ และเข้าเป็นสมาชิกสันนิบาตชาติ ฟัยศ็อลสวรรคตด้วยโรคพระหทัยวายใน ค.ศ. 1933 ที่เมืองแบร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยพระชนมพรรษา 48 พรรษา และฆอซี พระราชโอรสองค์โต ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระองค์

พระชนม์ชีพช่วงต้น

[แก้]

ฟัยศ็อลเสด็จพระราชสมภพที่มักกะฮ์ จักรวรรดิออตโตมัน[2] (ปัจจุบันอยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบีย) ใน ค.ศ. 1885[2] เป็นพระราชโอรสองค์ที่สามในฮุซัยน์ บิน อะลี แกรนด์ชะรีฟแห่งมักกะฮ์ พระองค์เติบโตที่คอนสแตนติโนเปิล และเรียนรู้ความเป็นผู้นำจากรพะราชบิดา

สงครามโลกครั้งที่หนึ่งและกบฏอาหรับ

[แก้]

สวรรคต

[แก้]
ป้ายหลุมฝังพระศพของพระเจ้าฟัยศ็อลที่แบกแดด
ฝูงชนที่มาร่วมไว้อาลัยแด่พระเจ้าฟัยศ็อลรวมตัวกันอยู่หน้าถนนเทศบาลที่อัมมาน ทรานส์จอร์แดนใน ค.ศ. 1933

พระเจ้าฟัยศ็อลสวรรคตด้วยพระหทัยวายในวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 1933 ที่แบร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์[2] โดยมีพระชนม์พรรษา 48 พรรษา ฆอซี พระราชโอรสองค์โต ขึ้นครองราชบัลลังก์ต่อจากรพระองค์

มีจัตุรัสที่ตั้งชื่ออุทิศแด่พระองค์ที่ปลายถนนไฮฟา แบกแดด ซึ่งมีพระบรมรูปทรงม้าตั้งตระหง่าน พระบรมรูปถูกโค่นหลังการล้มเลิกระบอบกษัตริย์ใน ค.ศ. 1958 แต่ภายหลังมีการฟื้นฟูใหม่

สมรสกับพระราชโอรสธิดา

[แก้]

ฟัยศ็อลทรงราชาภิเษกสมรสกับชะรีฟะฮ์ฮุซัยมะฮ์ บินต์ นาศิร และมีพระราชโอรสองค์เดียวกับพระราชธิดา 3 พระองค์

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 "rulers.org". rulers.org. สืบค้นเมื่อ 2 January 2012.
  2. 1 2 3 4 5 6 "britannica.com". britannica.com. 8 September 1933. สืบค้นเมื่อ 2 January 2012.
  3. IRAQ – Resurgence In The Shiite World – Part 8 – Jordan & The Hashemite Factors, APS Diplomat Redrawing the Islamic Map, 14 February 2005
  4. Allawi 2014.
  5. Hahn, Peter (2007). Historical dictionary of United States-Middle East relations (ภาษาEnglish). Scarecrow Press, Lanham. p. 56. ISBN 9780810864566. OCLC 1021765856.{{cite book}}: CS1 maint: unrecognized language (ลิงก์)

ข้อมูล

[แก้]

อ่านเพิ่ม

[แก้]
  • Chalak, Zouheir (1989). Min Awraq al-Intidab: Tarikh Ma Aghfalahu al-Tarikh [From the Papers of the Mandate: History That History Overlooked]. Beirut: Dar al-Nafais. LCCN 90962841.
  • Simon, Reeva S. (Jun 1974). "The Hashemite 'Conspiracy': Hashemite Unity Attempts, 1921–1958". International Journal of Middle East Studies. 5 (3): 314–327. doi:10.1017/s0020743800034966. JSTOR 162381. S2CID 162677596.
  • Tripp, Charles (2007). A History of Iraq (3 ed.). New York: Cambridge University Press. ISBN 978-0-521-87823-4.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]