พระอาจารย์อริยวังโสภิกขุ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา


พระอาจารย์อริยวังโสภิกขุ(28 มีนาคม พ.ศ.2486-7 มกราคม 2548) เป็นพระสงฆ์ชาวไทย มีนามเดิมว่า ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สุชาติ โกศลกิติวงศ์ ท่านเป็นเจ้าสำนักของสำนักปู่สวรรค์

ชีวประวัติ[แก้]

นายสุชาติ โกศลกิติวงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2486 ในเขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของนายเต็กสือ แซ่ฉั่ว และนางฮุ้ยฮวง แซ่ลิ้ม [1]

อุปนิสัย[แก้]

ในวัยเด็กของพระอาจารย์อริยวังโสภิกขุนั้น เป็นคนชอบพูดเรื่องธรรมะ และไม่สนใจการศึกษาภายในโรงเรียน แต่รักที่จะศึกษาผ่านโลกภายนอก และชอบแบ่งปันสิ่งต่างๆให้กับเพื่อนๆของท่าน[2]

ความสัมพันธ์กับหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด[แก้]

พระอาจารย์อริยวังโสภิกขุ ขณะยังเป็นนายสุชาติ โกศลกิติวงศ์อยู่นั้น เมื่ออายุ ๑๗ ปี ทำงานกับนายสหัส มหาคุณ ที่สมาคมพาณิชย์จีน ระหว่างนั้นมีผู้ประกอบธุรกิจภาพยนตร์ได้นำฟิล์มมาจำนำและขอกู้เงิน นายสุชาติได้ช่วยเจรจากับนายสหัส มหาคุณ จนเป็นผลสำเร็จ ผู้มากู้จึงมอบพระผงหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปว่าศักดิ์สิทธิ์ นายสุชาติได้รับแล้วก็เก็บไว้เฉยๆ ต่อมาอยากพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ นายสุชาติได้รับแล้วก็เก็บไว้เฉยๆ ต่อมาอยากพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ของเหรียญนั้นจึงไปวัดดอนยานนาวาถามพระภิกษุองค์หนึ่งถึงวิธีปลุกเหรียญศักดิ์สิทธิ์ พระก็แนะนำให้ เมื่อลงมือทำก็รู้สึกมีดวงไปใหญ่ดวงหนึ่งแล่นเข้ามาที่หน้าอย่างเต็มที่แล้วก็ไม่รู้สึกตัวสักครู่รู้สึกตัวพวกเพื่อนที่อยู่ที่นั่นบอกว่า หลวงปู่ทวดมา ได้ทดลองอยู่หลายครั้ง ครั้งที่ร้อยกว่าหลวงปู่ทวดได้ผ่านร่างนายสุชาติ ท่านพูดว่าอยากลองดีจะเอาเป็นร่างทรง

เมื่อมีผู้ทราบว่าหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืดมาผ่านร่างนายสุชาติ จึงมีคนไข้ซึ่งป่วยมานาน แพทย์รักษาไม่หาย มาขอให้หลวงปู่ทวดรักษาให้ ก็หายป่วยไปหลายราย ระยะนั้นนายสุชาติไม่สมัครใจที่จะทำงานให้แก่โลกวิญญาณ จึงคิดหนีไปให้พ้น คิดเอาเองว่า ถ้าหนีไปต่างประเทศคงจะพ้น ได้หนีไปประเทศลาว แต่วิญญาณก็ยังไปบีบบังคับได้เหมือนเดิม ระยะนั้นมีปัญหาทางการเมือง ห้ามประชาชนเดินทางข้ามแดน นายสุชาติจึงท้าความศักดิ์สิทธิ์ว่าถ้าหลวงปู่ศักดิ์สิทธิ์จริงก็ต้องช่วยให้กลับเมืองไทยได้ ก็กลับมาได้อย่างมหัศจรรย์ พอดีอายุต้องเกณฑ์ทหาร เป็นทหารอยู่ ๑ ปี ๖ เดือน

รับราชการทหาร[แก้]

นายสุชาติเข้ารับราชการทหารเมื่อ ๒๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๗ สังกัดกรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ ๑ เคยทำหน้าที่พลประจำปืนฝึกอยู่ค่ายธนะรัชต์ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

            ระหว่างเป็นทหาร พลทหารสุชาติ มีความขยันขันแข็งเคารพระเบียบวินัย เชื่อฟังผู้บังคับบัญชา บางครั้งได้รับพลังทิพย์จากโลกวิญญาณ เช่นครั้งหนึ่งกำลังฟังนายทหารบรรยาย พลทหารสุชาติก็ยกมือขั้นขออนุญาตพูดหน้าชั้นเมื่อได้รับอนุญาตแล้วก็พูดถึงยุทธวิธีการรบอันเป็นเรื่องที่เกินความรู้ของพลทหาร ทำให้ผู้ฟังรู้สึกแปลกใจมาก บางวันแดดร้อนจัด พลทหารสุชาติบอกว่าจะเรียกฝนให้ แล้วก็ออกไปนั่งกลางแจ้ง ร้องเพลงแขก ฝนตกลงมา ต่อมาทางการให้ย้ายจากค่ายธนะรัชต์ไปอยู่ ป.ต.อ. หนังสือส่งตัวมีใจความตอนหนึ่งว่า                  

               “พลทหารสุชาติ โกศลกิติวงศ์ เป็นพลทหารที่ดีมากและมีมันสมองมหัศจรรย์ สมควรให้ตำแหน่งนายสิบ”

ระยะนั้นสมเด็จพระสังฆราชคูรูปาจารย์ (หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด) ตรัสว่า เหตุการณ์บ้านเมืองไม่ดีต้องตั้งสำนักปู่สวรรค์ขึ้นในโลกมนุษย์ตามมติสามโลกรับใช้โลกวิญญาณ

ก่อตั้งสำนักปู่สวรรค์[แก้]

ขณะนั้นเป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังเกิดวิกฤตการณ์ จากผู้ก่อการร้าย ท่านบรมครู(หลวงปู่ทวด หลวงพ่อโต และเสด็จพ่อท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระ) มีพระบัญชา ให้ตั้งสำนักปู่สวรรค์ตามมติของสามโลก แห่งแรกเป็นบ้านเช่าอยู่ที่บางปะกอก ณ บ้านเลขที่ ๑๑๘/๒ ซอยอนามัย ถนนสุขสวัสดิ์ ตำบลบางปะกอก อำเภอราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ  

ต่อมาย้ายมาตั้งอย่างเป็นทางการในซอย ๖๕ (จาตุรงค์สงคราม) ถ.เพชรเกษม บางแค กรุงเทพ เพื่อเป็นสถานที่ติดต่อสื่อกลางในการทำงานของโลกวิญญาณและโลกมนุษย์ เพื่อความอยู่รอดของประเทศไทยและโลกมนุษย์[1]

ผลงาน[แก้]

ผลงานในประเทศไทย

๑.      ปี พ.ศ.๒๕๐๙ เป็นสื่อกลางของดวงพระวิญญาณอันบริสุทธิ์ ๓ พระองค์คือ ดวงพระวิญญาณขององค์พระโพธิสัตว์พระคูรูปาจารย์ หลวงปู่ทวด(เหยียบน้ำทะเลจืด ) ดวงพระวิญญาณของท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระ เจ้าพิธีการแห่งโลกวิญาณ ดวงพระวิญญาณของหลวงพ่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต)พรหมรังสี ในการเสด็จมาโปรดสัตว์ในโลกมนุษย์ด้วยการบำบัดทุกข์ทั้งกายและใจตลอดจนทำงานตามแผนงานของโลกวิญญาณในอันที่จะบรรเทาทุกข์และขจัดภัยพิบัติให้โลกมนุษย์ในอนาคต ตามคำการคำนวนจากโลกวิญญาณ

๒.    ปี พ.ศ.๒๕๑๒ บุกเบิกการสร้างสำนักที่ซอยจาตุรงค์สงคราม บางแคเพื่อใช้เป็นสถานที่โปรดสัตว์ของท่านบรมครู และเป็นสถานที่เพื่อให้มนุษย์ได้เข้ามาค้นคว้าเรื่องของวิญญาณและการตายแล้วไม่สูญ โลกนี้โลกหน้า เมื่อสร้างสำนักแล้วอาจารย์สุชาติ ในฐานะเจ้าสำนักและสื่อกลางของดวงวิญญาณของท่านบรมครูต้องบำเพ็ญอย่างหนัก ตลอดจนต้องใช้แรงกายแรงใจ การปฏิบัติจิต และการปฏิบัติต่างๆตามกรอบที่ท่านบรมครูได้วางไว้เพื่อให้ดวงวิญญาณสามารถผ่านร่างได้อย่างสะดวกในการมาโปรดสัตว์ในโลกมนุษย์

๓.     ปี พ.ศ.๒๕๑๓ สร้างองค์สมมติพระศรีอริยเมตไตรย์ตามพระบัญชาของท่านบรมครู เพื่อคลายความร้อนระอุจากไฟสงครามที่กำลังพัดโหมกระหน่ำเข้าสู่ดินแดนสุวรรณภูมิ

๔.     พ.ศ.๒๕๑๕ ริเริ่มการตั้งครัวกินเพื่ออยู่ขึ้นภายในสำนักปู่สวรรค์ เพื่อส่งเสริมการรับประทานอาหารมังสวิรัติของสานุศิษย์และสาธุชนที่เข้ามาใช้บริการภายในสำนักปู่สวรรค์

๕.     บุกเบิกการสร้างหุบผาสวรรค์เมืองศาสนา ขึ้นที่ ต.ดอนทราย อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เพื่อเป็นสถานที่สำคัญในการทำงานด้านสันติภาพ ตลอดจนสร้างปูชนียวัตถุทางศาสนาต่างๆเพื่อให้ศาสนิกชนได้เข้ามาสักการะขอพร ส่งเสริมการใช้จิตตานุภาพจากการปฏิบัติจิต อธิษฐานให้เกิดความสันติสุข และความสถิตสถาพรของสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์

๖.      จัดคณะออกบำรุงขวัญและแจกผ้ายันต์พิทักษ์เอกราชให้กับทหาร ตำรวจ อส. และเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานในแนวหน้า ในการพิทักษ์ไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งผลปรากฏว่าผ้ายันต์พิทักษ์เอกราชสร้างความมหัศจรรย์ในการป้องกันภัยในการสู้รบจนเป็นที่เลื่องลือ ทำให้ทหารหาญเกิดความกล้าหาญและกำลังใจดีในการเข้าตี รุกรบกับข้าศึก

๗.     ขึ้นปาฐกถาในสถานที่ต่างๆตามคำเชิญของสถาบันและองค์กรต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจตระหนักในเรื่องสำคัญของชีวิตต่างๆ เช่น การพัฒนาจิต ส่งเสริมการรับประทานอาหารมังสวิรัติ หลักคิดการแก้ปัญหาของชาติ ส่งเสริมให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ ชี้แจงเรื่องชีวิตหลังความตายเพื่อไม่ให้มนุษยทำบาปมากขึ้น เป็นต้น

๘.     เป็นผู้ชี้แนะและริเริ่มให้มีการก่อตั้งอุทยานศาสนาพระโพธิสัตว์กวนอิม เพื่อดำเนินการงานในการขอประทานพระบารมีขององค์พระโพธิสัตว์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาช่วยบรรเทาทุกข์จากภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

ผลงานต่างประเทศ

ดร.สุชาติ โกศลกิติวงศ์ ทูตสันติภาพแห่งสภาธรรมนูญโลก นำคณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์เดินทางไปสร้างภราดรภาพทางศาสนา และเสริมสร้างมิตรภาพรอบโลกดังนี้

วันที่ ๒ – ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๙   คณะธรรมทูตชุดเริ่มแรก เดินทางไปอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศศรีลังกา

วันที่ ๙ – ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๐ คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๑ เยือนนครวาติกันและกรุงเยลูซาเลม

วันที่ ๑๘ – ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๒๐ คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๒ อัญเชิญพระไตรปิฏกกลับสู่ชมพูทวีปและเข้าประชุมสภามังสวิรัติแห่งโลก

วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน – ๑๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๑ คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๓ สถาปนามิตรภาพและสันติภาพ ณ ทวีปยุโรป

วันที่ ๗ – ๒๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๒๒ คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๔ เยือนสหภาพโซเวียตและเข้าประชุมสันติภาพแห่งเอเชีย ณ ประเทศ มองโกเลีย

วันที่ ๙ – ๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๒ คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๕ เยือนสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

วันที่ ๖ - ๒๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๒๓ คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๖ เยือนสาธาณรัฐประชาชนจีน ( แผ่นดินใหญ่ )

วันที่ ๑๓ – ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๓ คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๗ ยื่นประชามติต่อสหประชาชาติและสถาปนามิตรภาพรอบโลก

วันที่ ๑ – ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๘ เข้าประชุมผู้นำศาสนาประจำภาคพื้นเอเชีย ณ ประเทศญี่ปุ่น

วันที่ ๒๐ – ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๔ คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๙ เข้าประชุมประจำปี ครั้งที่ ๔ ณ ประเทศอินเดีย

วันที่ ๕ – ๒๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๒๔ คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๑๐ เข้าประชุมสมัชชาใหญ่ สหประชาชาติ สมัยที่ ๓๖ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

วันที่ ๖ – ๒๕ พฤศจิกายน คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๑๑ เข้าประชุมองค์การศาสนาและสันติภาพแห่งเอเชีย ณ ประเทศอินเดีย

วันที่ ๒๓ มกราคม - ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๐ คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๑๒ ร่วมงานฉลองที่ประเทศญี่ปุ่น

วันที่ ๑๙ – ๒๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๐ คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๑๓ ร่วมงานฉลองที่ประเทศศรีลังกา

วันที่ ๑๖ มิถุนายน – ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๓๐ คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๑๔ เข้าประชุมสภาธรรมนูญโลก ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

วันที่ ๒๒ ตุลาคม – ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๐ คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๑๕ เข้าประชุมคณะกรรมการสร้างความมั่นคงแห่งโลก ณ ประเทศแมกซิโก เยือนสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น

วันที่ ๓๑ พฤษภาคม – ๒๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๑ คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๑๖ เข้าประชุมสมัชชชาใหญ่พิเศษ ลดอาวุธ ครั้งที่ ๓ ของสหประชาชาติ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

วันที่ ๕ – ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๑ คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๑๗ เข้าประชุมระหว่างชาติเพื่ออนาคตของมนุษยชาติและเข้าประชุมเพื่อความสามัคคีของมนุษยชาติ ครั้งที่ ๑๕ ณ ประเทศอินเดีย

วันที่ ๒๐ มกราคม – ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๒ คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๑๘ เข้าประชุมสมัชชาใหญ่สมัยที่ ๕ ขององค์การศาสนาและสันติภาพแห่งโลก ณ ประเทศออสเตรเลีย

วันที่ ๒๑ – ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๓๒ คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๑๙ เยือนประเทศอิตาลี

วันที่ ๑๗ – ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๒ คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๒๐ เข้าประชุมสมาคมระดับโลกของผู้นิยมสมาพันธ์โลก และศูนย์เยาวชนเอเชีย ณ ประเทศศรีลังกา

วันที่ ๑๔ สิงหาคม – ๑๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๓๓ คณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์แห่งโลก ชุดที่ ๒๑ เข้าประชุมสมัชชาศาสนาแห่งโลก ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา เยือนมหาวิทยาลัยเลธ บริดจ์ และอินเดียนแดงเผ่าต่างๆ ณ ประเทศแคนานดาเข้าประชุมลดอาวุธของสหประชาชาติ ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

การแสวงบุญครั้งสำคัญของท่านทูตสันติภาพ

ในช่วงเดือน ตุลาคม ถึง ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๔ ท่านทูตสันติภาพได้นำคณะจาริกแสวงบุญเดินทางไปประเทศอินเดีย เนปาล และธิเบต[3]

ชีวิตบรรพชิต[แก้]

ท่านทูตสันติภาพท่านได้ตั้งความปรารถนาไว้ว่าเมื่อท่านทำงานรับใช้มนุษยชาติจนกระทั่งอายุ ๕๐ ปีท่านจะเลิกทำงานและบวชเพื่อบำเพ็ญตนในป่าลึกอย่างสงบ และความปรารถนาของท่านก็เป็นผลเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๔ ทูตสันติภาพอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่ออายุ ๕๐ ปี มีฉายาทางพุทธศาสนา อริยวังโส ท่านเลิกทำงานเพราะอายุมาก และต้องการใช้เวลาที่เหลือเพื่อบำเพ็ญจิตโดยมอบให้สานุศิษย์ทำงานสืบต่อแทนท่าน และท่านก็ได้ให้คำแนะนำในเรื่องต่างๆในการดำเนินงาน

พ.ศ.๒๕๓๕

หลังจากบวชแล้ว ท่านขออนุญาตอุปัชฌาย์ไปอยู่บำเพ็ญสมณธรรมและทำสมาธิอย่างสงบในป่า แต่ท่านถูกข้าราชการที่เข้าใจผิดไปบีบคั้นและขับไล่ จึงต้องอยุ่แบบ ไปๆ มาๆไม่แน่นอน

พ.ศ.๒๕๓๖ – ๒๕๓๗  

จากคำแนะนำของท่าน ทำให้เกิดอาคารอริยสัจสี่ เป็นสถานปฏิบัติธรรมทันสมัย มี ๔ ชั้น ใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนา และใช้งานอเนกประสงค์ในการบำเพ็ญสาธารณกุศลในโอกาสต่างๆ

พ.ศ.๒๕๔๐

แนะนำให้ออกจุลสาร ๑๙๙๙ โลกพินาศ ๒๕๔๒ แผนอยู่รอด เตือนให้ระวังภัยธรรมชาติต่างๆที่จะเกิดขึ้นในโลกมนุษย์ และแนะแนวทางการอยู่รอด มีผู้เห็นด้วยนำไปพิมพ์เผยแพร่เป็นจำนวนมาก

เจ้าแม่กวนอิมปางเหยียบบนเต่า หนึ่งในสี่ปางพิทักษ์ไทย  

ภาพบรรยากาศภายในอุทยานศาสนาพระโพธิสัตว์กวนอิม

- แนะนำให้สร้างองค์สมมติเจ้าแม่กวนอิม ๔ ปางพิทักษ์ไทย ต่อมาสานุศิษย์ได้ขอคำปรึกษาการสร้างอุทยานศาสนาพระโพธิสัตว์กวนอิม ที่ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อพิทักษ์ศาสนาและสันติภาพของโลก และได้อัญเชิญองค์สมมติดังกล่าวไปประดิษฐานที่ อุทยานแห่งนั้น

ปัญจะเจดีย์พิทักษ์โลก จ.น่าน

- แนะนำให้สร้างปัญจเจดีย์พิทักษ์โลกที่ จ.น่าน เพื่อช่วยเบี่ยงเบนเทหวัตถุในอวกาศ เช่น ดาวหาง ดาวเคราะห์น้อย หรืออุกกาบาตที่จะพุ่งมาชนโลก(ศึกษารายละเอียดได้ในหนังสือ วิธียุติสงครามจักรวาล โดย พล.ต.ต.พิบูลย์ ภาษวัตร)

- แนะนำให้ตั้งโครงการสวดมนต์เฉลิมพระเกียรติเพื่อความสถิตสถาพรของแผ่นดินไทย รณรงค์ให้ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศร่วมกันสวดมนต์อธิษฐานน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน และเพื่อรวมพลังจิตตานุภาพยับยั้งแสนยานุภาพ เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยและเกิดสันติสุขในประเทศไทย

-ให้คำปรึกษาแก่สำนักงานทูตสันติภาพแห่งโลก ส่งจดหมายเสนอความคิดเห็นในการแก้ไขวิกฤตการณ์ของโลก แก่สหประชาชาติและผู้นำประเทศที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์นั้นๆ

พิพิธภัณฑ์ศาสนาของโลก อุทยานศาสนาพระโพธิสัตว์กวนอิม

-ตั้งพิพิธภัณฑ์ ๑๒ ศาสนาของโลก ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ที่อุทยานศาสนาพระโพธิสัตว์กวนอิม เพื่อให้คนเข้าไปศึกษาค้นคว้าและเข้าถึงหลักศาสนาที่แท้จริง

-แนะนำการเรื่องการสวดมนต์อธิษฐาน และวิธีสร้างกุศลเพื่อดุลกรรมให้กับประเทศ เพื่อให้เกิดสันติสุขในประเทศไทยและโลกมนุษย์หลายครั้ง

- ช่วยเหลือสานุศิษย์ในการให้คำปรึกษา ในเรื่องต่างๆ

- ตั้งกองทุนมอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานของสานุศิษย์ที่ทำงานในอุทยานศาสนาพระโพธิสัตว์กวนอิม และมอบทุนให้แก่เด็กนักเรียนที่เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในเขตอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

มรณภาพ[แก้]

เนื่องจากการตากตรำทุ่มเทกายใจทำงานหนักเพื่อมนุษยชาติมาเป็นเวลายาวนาน กอรปกับท่านต้องต่อสู้อย่างอหิงสา และอดทน จากผู้ที่หวังทำลายท่านทั้งภาคมนุษย์และภาควิญญาณ ทำให้กายสังขารของท่านเจ็บป่วยตลอดมา

ท่านอาจารย์อริยวังโสภิกขุ (ศ.ดร.สุชาติ โกศลกิติวงศ์)ทูตสันติภาพแห่งโลก ถึงแก่มรณภาพอย่างสงบ ณ โรงพยาบาลเพชรรัชต์ อ.เมือง จ.เพชรบุรี เมื่อวันศุกร์ที่ ๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ เวลา ๑๖.๐๐ น. ตรงกับวันแรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๑ ปีวอก สิริรวมอายุ ๖๒ ปี ๑๓ พรรษา[1]

  1. 1.0 1.1 1.2 http://poosawan.org/index.php/2013-07-26-11-05-08/74-2013-07-26-11-03-28
  2. หนังสือ ชีวประวัติสังเขป พระอาจารย์อริยวังโสภิกขุ
  3. http://poosawan.org/index.php/2013-07-26-11-05-08/88-2013-08-01-05-59-29