พระสุขวโรทัย (จง จตฺตมโล)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระสุขวโรทัย
(จง จตฺตมโล)
หลวงพ่อจง
เกิด2 ตุลาคม พ.ศ. 2477
อายุ83 ปี
อุปสมบท22 เมษายน พ.ศ. 2497
พรรษา63 พรรษา
วัดวัดสังฆาราม
จังหวัดสุโขทัย
สังกัดมหานิกาย
วุฒิน.ธ.เอก
ตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดจังหวัดสุโขทัย /เจ้าอาวาสวัดสังฆาราม
พระพุทธศาสนา ส่วนหนึ่งของสารานุกรมพระพุทธศาสนา

พระสุขวโรทัย (จง จัตตมโล) วัดสังฆาราม และเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย นอกจากนี้ท่านยังเป็นเกจิย์คณาจารย์ที่มีวัตถุมงคลจำนวนมาก ท่านเป็นศิษย์สายพระครูสุวิชานวรวุฒิ (หลวงพ่อปี้ ทินฺโน) แห่งวัดลานหอย ที่มีผู้เคารพนับถืออย่างกว้างขวางในจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดใกล้เคียง เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนปริยัติสามัญวัดสังฆาราม อุทยานพระพุทธศาสนา และสร้างพระร่วงองค์ใหญ่ประจำจังหวัดสุโขทัย

ตำแหน่ง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

หลวงพ่อจง หลวงพ่อจง จตฺตมโล วัดสังฆาราม (บ้านด่าน) อ.ด่านลานหอย จ.สุโขทัย ศิษย์เอกหลวงพ่อปี้ พระผู้ทรงอภิญญาญาณสูง อาบน้ำในขวด และย่นระยะทางได้อย่างน่าอัศจรรย์ สุโขทัย..นามนี้มีเสน่ห์ เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก เพราะนอกจากเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ยังเป็นดินแดนที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีตสมัยเมื่อ 700 ปีก่อนแล้ว ทั้งยังได้ชื่อว่ามีพระมหากษัตริย์ผู้ริเริ่มอักษรไทยให้คนรุ่นหลังได้ศึกษามาจนกระทั่งทุกวันนี้ ซึ่งพระมหากษัตริย์ผู้สร้างประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่นี้ก็คือ “พ่อขุนรามคำแหงมหาราช” นั่นเอง สิ่งปรักหักพังต่างๆ อาทิ เช่น เจดีย์และพระพุทธรูปที่ยังหลงเหลือให้เห็นอยู่ในปัจจุบันของดินแดนพ่อขุน บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมที่หาประเทศใดในโลกมาเปรียบมิได้ เช่น ประเพณีเผาเทียน-เล่นไฟในเทศกาลวันลอยกระทง ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีที่ควรอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานไทยได้สืบสานกันต่อไปชั่วกาลนาน นอกจากความเจริญทางด้านวัตถุแล้ว ในทางพระพุทธศาสนาก็มีความเจริญควบคู่กันไปด้วย จะเห็นได้จากมีพระสงฆ์ผู้ทรงภูมิธรรมความรู้สูงมีอยู่มากมาย อย่างเช่น “หลวงพ่อปี้” พระอาจารย์ผู้ปฏิบัติธรรมเคร่ง จนท่านบรรลุธรรมขั้นสูง สามารถย่อตัวให้เล็กแล้วลงไปอาบน้ำในขวดโหลได้ ทั้งยังย่นระยะทางได้อย่างน่าอัศจรรย์ และที่สำคัญหลวงพ่อปี้ยังนั่งสมาธิบนก้อนเมฆให้เหล่าทหารที่ขับเครื่องบินผ่านไปให้ได้เห็นอีกด้วย

พระผู้มีอภิญญาสูง เรื่องที่หลวงพ่อปี้แสดงอภินิหาร เป็นที่กล่าวขานกันไม่รู้จบของชาวจังหวัดสุโขทัยและใกล้เคียงเป็นอย่างมาก คือสมัยเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่มีเรื่องเล่าว่า มีเหล่าทหารนักบินได้นำเครื่องบินบินไปปฏิบัติหน้าที่เพื่อตรวจงานในแถบพื้นที่จังหวัดสุโขทัย-ตากและเชียงใหม่ ระหว่างบินอยู่บนท้องฟ้าได้มองเห็นหลวงพ่อปี้นั่งสมาธิอยู่บนก้อนเมฆ เห็นท่านนั่งอย่างสงบ เป็นที่อัศจรรย์แก่เหล่าทหารที่พบเห็นท่านอย่างยิ่ง นับเป็นปรากฏการณ์อภินิหารของหลวงพ่อปี้ พระผู้มากด้วยอภิญญาบารมีสูงที่หาพระอาจารย์องค์ใดเทียบท่านได้ยากในยุคนั้น ซึ่งถ้าจะนำมากล่าวในที่นี่คงไม่หมด ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงหลวงพ่อปี้อีกในโอกาสต่อไป ส่วนในโอกาสนี้ผู้เขียนขอกล่าวถึง “ศิษย์เอก” ของหลวงพ่อปี้ก่อน เพราะพระอาจารย์ท่านนี้ก็ไม่น้อยหน้าใครในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวิชาอาคม หรือการปฏิบัติ ตลอดจนปฏิปทาที่น่าเลื่อมใสของประชาชนทั่วไปเป็นจำนวนมากในขณะนี้ ท่านคือ… “พระครูวิชานวรวุฒิ หรือ หลวงพ่อจง จัตตมโล” ปัจจุบันหลวงพ่อจงเป็นเจ้าอาวาสวัดสังฆาราม (บ้านด่าน) อ.ด่านลานหอย จ.สุโขทัย นับเป็น “เพชรน้ำเอก” ของเมืองสุโขทัยที่น่ากราบไหว้ได้อย่างสนิทใจจริงๆ เพราะท่านได้ปฏิบัติตนตามแม่แบบคือหลวงพ่อปี้ทุกประการ คือไม่ว่าในด้านการปฏิบัติ-ปริยัติ ตลอดจนการพัฒนา ท่านมีความสามารถทุกๆด้าน จนเป็นที่เคารพนับถือของศิษยานุศิษย์ และประชาชนโดยทั่วไปอยู่ในขณะนี้ “หลวงพ่อจง เกิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2477 ที่บ้านด่าน ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย โยมบิดาชื่อนายชื้น โยมมารดาชื่อนางมุด นามสกุล สุขอิ่ม มีพี่น้อง 7 คน หลวงพ่อจงเป็นคนโต” หลวงพ่อจงอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาเมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ (ตรงกับปีพ.ศ. 2497) ณ อุโบสถวัดสังฆาราม อันเป็นวัดบ้านเกิดของท่าน โดยมีหลวงพ่อปี้ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากบวชพระแล้วท่านได้อยู่ปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อปี้มาตลอด

ได้วิชามาครบครัน

พร้อมกันนั้น หลวงพ่อปี้ก็ได้ถ่ายทอดในการปฏิบัติและการศึกษาวิชาอาคมต่างๆให้หลวงพ่อจงจนหมดสิ้น จนถือได้ว่าหลวงพ่อจงเป็นศิษย์เอกผู้มีความเชี่ยวชาญทุกๆด้านอย่างแท้จริง นอกจากมีความรู้ความสามารถในทางการศึกษาทั้งปริยัติและปฏิบัติกับหลวงพ่อปี้แล้ว หลวงพ่อจงยังมีความสามารถในเชิงช่างอีกด้วย กล่าวคือไม่ว่าจะเป็นการทำตู้โบาณ, ทำโต๊ะเรียน ทำเก้าอี้ หรือสร้างศาลาการเปรียญ หลวงพ่อจงท่านทำเป็นหมด นับได้ว่าท่านมีพรสวรรค์ในทางช่างโดยแท้ ที่สำคัญในการเย็บปักถักร้อยนั้น หลวงพ่อจงท่านก็มีความสามารถเป็นพิเศษ จะเห็นได้จากเมื่อผ้าจีวรผ้าสบง ผ้าอังสะหรือผ้าสังฆาฏิขาด ท่านก็ตัดเย็บเพื่อห่มเองเป็นประจำ ด้วยผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ ในปีพ.ศ. 2501 หลวงพ่อจงท่านจึงได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดสังฆาราม ซึ่งเมื่อท่านได้รับมอบหมายและความไว้วางใจจากพระผู้ใหญ่แล้ว ท่านก็พัฒนาปฏิสังขรณ์เสนาสนะภายในวัดสังฆารามเป็นการใหญ่ ด้วยการสร้างศาลาการเปรียญ กุฏิ-วิหาร และอุโบสถ ตลอดจนดูแลวัดในเขตการปกครองของท่านอย่างเสมอต้นเสมอปลาย อาทิเช่น วัดหนองจิกตีนเนิน, วัดเชิงคีรี, วัดวังลึก และวัดวังแดด

เป็นต้น ต่อมาหลวงพ่อจงก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะอำเภอบ้านด่านลานหอย ทำให้ท่านยิ่งดูแลในการพัฒนาวัดต่างๆที่อยู่ในความดูแลของท่านเพิ่มมากขั้น ด้วยการให้การศึกษา และการพัฒนาเป็นหลักใหญ่ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2538 เป็นต้นมา หลวงพ่อจงท่านทำงานหนักมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาวัด และพัฒนาชาวบ้าน ท่านได้มุ่งเน้นให้วัดกับบ้านอยู่คู่กันไปตลอด ทั้งยังอบรมสั่งสอนเยาวชนให้มีความรู้คู่คุณธรรม เพื่อให้ทุกคนเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ ตามสภาพแห่งธรรมของตนอย่างแท้จริง

ดึงเยาวชนให้พ้นภัย หลวงพ่อจงท่านทุ่มเทชีวิตจิตใจเพื่อให้พระพุทธศาสนาและประชาชนอย่างไม่ท้อถอย จะเห็นได้จากในแต่ละปีท่านจะส่งเสริมให้เยาวชนได้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ด้วยการจัดโครงการพัฒนาเยาวชนภาคฤดูร้อน มีการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน อบรมคุณธรรมและจริยธรรมแก่เยาวชน พร้อมกับจัดตั้งศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนา มุ่งเน้นในการปฏิบัติธรรม พร้อมกับให้เยาวชนศึกษานักธรรม เรียนธรรมศึกษาและบาลี ตลอดจนเรียนคอมพิวเตอร์ และเรียนดนตรีไทย เป็นต้น “จุดประสงค์หลักที่หลวงพ่อจงท่านทำงานเพื่อสังคมนี้ ก็เพื่อให้เยาวชนไม่ให้ติดยาเสพติด เพราะยาเสพติดมีอิทธิพลมากเหลือเกิน แม้รัฐบาลจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดปราบปรามก็ยังไม่หมดไปจากสังคมนี้ไปได้เลย เสมือนกับต้นหญ้าที่ต้องลม มันโอนเอนไปมาตามกระแสลมที่พัดผ่านเท่านั้น นอกจากจะถอนรากถอนโคนให้หมดสิ้นไปเท่านั้น” หลวงพ่อจง จัดตมโล พระผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตา ใครได้ไปกราบท่านแล้วต้องกลับไปกราบท่านอีก เพราะท่านเป็นพระที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน ใครมีเรื่องทุกข์ร้อนใจประการใดเมื่อไปหาท่านรับรองได้รับความสุขกายสุขใจกันถ้วนหน้าอย่างแน่นอน “เส้นทางพระเครื่อง” ฉบับหน้า ผู้เขียนจะนำเรื่องราวอภินิหารอันเกิดจากผู้นำวัตถุมงคลของหลวงพ่อจงไปไว้บูชาติดตัวแล้วเกิดเหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์หลายอย่าง จะเป็นเรื่องอะไรนั้น โปรดได้ติดตามอ่านในตอนต่อไปนะครับ.

วัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์ ผู้เขียนได้รับความเมตตาจากท่านพระครูปลัดปัญญาวัฒน์ (พระอาจารย์ถนอม ปัญญาอักโข) เลขานุการท่านเจ้าคุณพระราชรัตนาภรณ์ (หลวงพ่อทองสืบ) เจ้าอาวาสวัดอินทร- วิหาร พระอาจารย์ถนอมได้รวบรวมภาพพระเครื่องแต่ละรุ่นของหลวงพ่อจงมาให้เผยแพร่ ซึ่งบางพิมพ์ได้บรรดาศิษยานุศิษย์ได้บูชากันไปหมดแล้ว “วัตถุมงคลของหลวงพ่อจงได้รับความนิยมจากญาติโยมเป็นอย่างมาก เพราะเกิดอภินิหารแก่ผู้บูชาไปทุกรุ่น ขณะนี้ยังมีเหลืออยู่แต่เพียงรุ่นที่สร้างขึ้นใหม่เท่านั้น แต่ในด้านพุทธคุณนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์เหมือนกับรุ่นอื่นๆ เช่นกัน“ ท่านพระครูถนอมกล่าว พร้อมกับเล่าถึงความเป็นมาของวัตถุมงคลหลวงพ่อจงในแต่ละรุ่นว่า หลวงพ่อจงท่านมีความตั้งใจจริงที่จะให้วัตถุมงคลของท่านในแต่ละรุ่นแต่ละพิมพ์มีความขลังและศักดิ์สิทธิ์เท่าเทียมกันหมด ท่านจึงทุ่มเทในการเจริญภาวนาแผ่พลังจิตปลุกเสกเดี่ยวทุกคืน จนท่านมีความเชื่อมั่นแล้วว่าวัตถุมงคลของท่านมีความสมบูรณ์ทุกอย่างแล้ว ท่านจึงจะนำออกมาให้ประชาชนได้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไป “วัตถุมงคลรุ่นแรกของหลวงพ่อจงเป็นรูปหล่อเหมือนขนาดเล็ก สร้างเมื่อปีพ.ศ. 2529 ขณะนี้หายากมากเพราะมีประสบการณ์มากมายจึงเป็นที่ต้องการของประชาชนชาวจังหวัดสุโขทัยเป็นอย่างยิ่ง” ในปีพ.ศ. 2529 นอกจากมีรูปหล่อเหมือนขนาดเล็กหลวงพ่อจงที่หายากแล้ว ยังมี “แหวนเนื้ออัลปาก้า” ซึ่งมีประสบการณ์ในด้านแคล้วคลาดจากอุบัติเหตุ ใครมีไว้มีความปลอดภัยกันทุกคน จึงเป็นที่ต้องการของลูกศิษย์และประชาชนทั่วไป ขณะนี้ไม่มีแล้วและหายากมากใครมีไว้ถือว่าโชคดีที่สุด “หลวงพ่อจงท่านได้สร้างแหวนขึ้นมาอีกตามคำเรียกร้องของบรรดาศิษยานุศิษย์ คือท่านสร้างเมื่อปีพ.ศ. 2540 วัตถุประสงค์ของท่านก็เพื่อนำเงินไปสร้างอาคารเรียนพระปริยัติธรรม โดยให้บูชาวงละ 99 บาท เท่านั้น ซึ่งขณะนี้พอมีให้บูชาไม่มากและไม่มีขนาดให้เลือกมากนัก ใครต้องการก็ให้รีบจดหมายไปขอบูชาที่วัดสังฆารามได้” ดังทุกรุ่นทุกพิมพ์ วัตถุมงคลของหลวงพ่อจง จัตตมโลเจ้าอาวาสวัดสังฆาราม (วัดบ้านด่าน) อ.ด่านลานหอย จ.สุโขทัย (ศิษย์เอกหลวงพ่อปี้) นี้มีไม่มากนัก ซึ่งในปี พ.ศ. 2540 ท่านสร้างไว้มีดังนี้คือ 1. เหรียญฉีดสร้างเพื่อหารายได้สร้างอาคารโรงเรียนพระปริยัติธรรมเพื่อให้พระภิกษุ-สามาเณรได้เล่าเรียนกัน โดยให้บูชาเหรียญละ 129 บาท ขณะนี้ยังพอมีเหลืออยู่บ้างไม่มากนัก 2. รูปหล่อจิ๋วหลวงพ่อจง บูชาองค์ละ 100 บาท เพื่อนำเงินสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมเช่นกัน (พอมีให้บูชาอยู่บ้างที่วัด) 3. รูปหล่อหลวงพ่อจง บูชาองค์ละ 159 บาท สร้างเพื่อหารายได้สร้างอาคารเรียน พระปริยัติธรรมแด่พระภิกษุ-สามเณร (พอเหลืออยู่บ้างที่วัด) 4. เหรียญหลวงพ่อจงครึ่งองค์ ด้านหน้ามีชื่อ “พระครูวิชานวรวุฒิ (หลวงพ่อจง) ในกรอบและมีเครื่องหมายยันต์เหมือนเลขไทย ส่วนด้านหลังมีรูปยันต์และรูปสิงห์อยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยชื่อวัดสังฆาราม อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย และที่ระลึกในงานฉลองสมณศักดิ์อุปัชฌาย์ วันที่ 29 มีนาคม 29” 5. เหรียญหลวงพ่อจงครึ่งองค์ ด้านหน้ามีชื่อ “ครูวิชานวรวุฒิ (หลวงพ่อจง) ส่วนด้าน หลังมีลักษณะเช่นเดียวกับเหรียญแรก แต่มีความแตกต่างกันตรงที่ไม่มีกรอบและเลขยันต์เท่านั้น 6. ล็อกเก็ตหลวงพ่อจง สร้างเมื่อปีพ.ศ. 2539 สร้างจำนวน 1,000 เหรียญ หลวงพ่อจงท่านปลุกเสกในวันเสาร์ห้า รุ่นนี้จึงมีความโด่งดังมากเพราะมีพุทธคุณสูงในหลายๆ ด้านเช่น ดีทางด้านเมตตามหานิยมและป้องกันภัย ซึ่งมีผู้ประสบการณ์มากเป็นพิเศษจึงเป็นที่กล่าวขานของคนในอำเภอบ้านด่านลานหอยกันมาก เนื่องจากมีผู้ถูกลอบยิงที่ท่ารถเมล์โดยสารในอำเภอแต่ยิงไม่เข้า ทำให้มีผู้ขอบูชาสูงถึงเหรียญละ 4,000 ถึง 5,000 บาท แต่ก็ยังไม่มีใครอยากปล่อยกัน จึงเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง 7. พระผงหลวงพ่อจง เป็นวัตถุมงคลอีกพิมพ์หนึ่งที่สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2540 เช่นกัน ท่านได้นำเอามวลสารใบลานเก่าแก่มาผสมกับผงดอกมะลิกับของสิ่งที่เป็นมงคลอื่นๆ อีกมากมาย โดยให้บูชาเพียงองค์ละ 99 บาท เท่านั้น เพื่อนำเงินสร้างอาคารเรียนพระปริยัติธรรมเช่นกัน ขณะนี้ยังพอมีเหลือให้บูชาบ้างเล็กน้อย ถ้าท่านผู้อ่านต้องการทำบุญร่วมสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมกับหลวงพ่อจงพระอาจารย์ผู้มีแต่ให้ในครั้งนี้ด้วยการบูชาวัตถุมงคลของท่านกรุณาติดต่อไปได้ที่พระปลัดเชวง สัจจวโร เลขานุการเจ้าคณะอำเภอบ้านด่านลานหอย วัดสังฆาราม ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย รหัสไปรษณีย์ 64140 หรือโทร.สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. (055) 689-036, (055) 634-212 และ 0-9270-1559 รับรองท่านผู้อ่านได้รับ “ของดีที่เป็นมงคล” อย่างแน่นอน สืบสานพระพุทธศาสนา พระครูวิชานวรวุฒิ (หลวงพ่อจง จัตตมโล) พระเกจิอาจารย์ผู้ไม่ประสงค์จะมีชื่อเสียงและไม่ต้องการอวดโอ้ผลงานในการพัฒนาและวิชาคาถาอาคม สมแล้วที่ท่านเป็นพระแท้ที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง “พระแท้ คือ พระไม่พูด พระที่พูด คือ พระไม่แท้” เป็นคำเปรียบเปรยที่น่ารับฟังอย่างยิ่ง เพราะครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่ท่านมีดีอยู่ในตัวท่านจะไม่พูดให้ใครฟังเพราะจะเป็นการ “อวดอุตริ” ท่านจึงสำรวมเป็นที่สุด แต่ถ้าเป็นพระที่ต้องการอยากเด่นอยากดัง มักเป็นข่าวอยู่เสมอเพราะความดังไม่คงทนแต่ “ความดี” คงทนยั่งยืนตลอดไป ในด้านการพัฒนาเสนาสนะของหลวงพ่อจงนั้น ได้รับความร่วมมือจากญาติโยมศิษยานุศิษย์ที่เคารพศรัทธาท่านส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะบุญบารมีที่ท่านได้สั่งสมสร้างมาด้วยตัวของท่านเอง จึงทำให้ประกอบกิจการงานสำเร็จไปได้ด้วยดี ฉะนั้นจึงไม่แปลกใจเลยทีวัตถุมงคลของหลวงพ่อจง ไม่ว่าท่านจะออกมารุ่นไหนก็หมดไปโดยรวดเร็วเพราะความศรัทธาจากสาธุชนที่มีต่อหลวงพ่อจงท่านมากเหลือเกิน ถ้าท่านผู้อ่านได้ไปทางจังหวัดสุโขทัยก็อย่าลืมแวะกราบพระแท้ของเมืองสุโขทัยที่วัดสังฆาราม (วัดบ้านด่าน) อ.บ้านด่านลานหอย แล้วท่านจะมีความภูมิใจและดีใจที่ได้กราบ “พระแท้” อย่างแน่นอนครับ.

  1. [1][ลิงก์เสีย]ตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 16/2548[ลิงก์เสีย]
  2. [2]ตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 25/2557 วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤศจิกายน 2557 Archived 2016-03-05 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน