พระราชินีเลโอนอร์แห่งกัสติยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เลโอนอร์แห่งกัสติยา
Eleanor of Castile, queen of Aragon.jpg
จุลจิตรกรรมสมัยกลางแสดงภาพของพระราชินีเลโอนอร์แห่งกัสติยา

พระอิสริยยศ พระราชินีคู่สมรสแห่งอารากอน
ราชวงศ์ บูร์กอญของกัสติยา
ครองราชย์ ค.ศ. 1221 – ค.ศ. 1229
รัชกาลก่อน มาเรียแห่งมงต์เปลีเยร์ พระราชินีแห่งอารากอน
รัชกาลถัดไป โยแลนแห่งฮังการี พระราชินีแห่งอารากอน
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ ค.ศ. 1191
ณ ปราสาทกัสติยา
สิ้นพระชนม์ ค.ศ. 1244
ณ อารามซันตามารีอาลาเรอัลเดลัสอูเอลกัส ประเทศสเปน
ฝังพระศพ อารามซันตามารีอาลาเรอัลเดลัสอูเอลกัส ประเทศสเปน
พระบิดา พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8 แห่งกัสติยา
พระมารดา เอเลนอร์แห่งอังกฤษ พระราชินีแห่งกัสติยา
พระสวามี พระเจ้าไชเมที่ 1 แห่งอารากอน
พระบุตร อัลฟอนโซแห่งอารากอนและกัสติยา

เลโอนอร์แห่งกัสติยา (สเปน: Leonor de Castilla) เป็นพระธิดาของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8 แห่งกัสติยากับเอเลนอร์แห่งอังกฤษ ทรงเป็นพระราชินีคู่สมรสแห่งอารากอนจากการถูกจับแต่งงานกับพระเจ้าไชเมที่ 1 แห่งอารากอน

พื้นฐานครอบครัว[แก้]

เลโอนอร์เป็นพระธิดาของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8 แห่งกัสติยากับพระราชินีเอเลนอร์แห่งแพลนทาเจเนต พระอัยกาและพระอัยกีทางฝั่งพระบิดาของเลโอนอร์คือพระเจ้าซันโชที่ 3 แห่งกัสติยากับพระมเหสี บลังกา การ์เซสแห่งปัมโปลนา ส่วนพระอัยกาและพระอัยกีทางฝั่งพระมารดาคือพระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งอังกฤษกับอาลีเยนอร์แห่งอากีแตน พระองค์มีพี่น้องหลายคน หนึ่งในนั้นคือพระเจ้าเอนริเกที่ 1 แห่งกัสติยาที่สิ้นพระชนม์โดยไร้ทายาท, เบเรงเกลา พระเชษฐภคินีที่สืบทอดบัลลังก์ต่อจากพระอนุชา และบลังกา[1] พระเชษฐภคินีอีกคนที่กลายเป็นพระราชินีแห่งฝรั่งเศสจากการอภิเษกสมรสกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 8 แห่งฝรั่งเศส

การอภิเษกสมรส[แก้]

ตราประทับของพระราชินีเลโอนอร์

พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8 กับพระราชินีเลโอนอร์แห่งแพลนทาเจเนต พระบิดามารดาของพระองค์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1214 เลโอนอร์ยังคงพำนักอยู่ในปราสาทจนกระทั่งพระเจ้าเอนริเกที่ 1 พระอนุชาของพระองค์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1217[2] พระองค์อภิเษกสมรสในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1221 กับพระเจ้าไชเมที่ 1 ผู้พิชิต กษัตริย์แห่งอารากอน ตามการแนะนำของพระราชินีเบเรงเกลาแห่งกัสติยา พระเชษฐภคินี ในเมืองอาเกรดา แคว้นโซเรีย

ในขณะนั้นพระองค์พระชนมายุ 19 พรรษา ส่วนพระเจ้าไชเมที่ 1 มีพระชนมายุเพียง 14 พรรษา[2] พระองค์ได้รับทรัพย์สินที่ดินมากมายเป็นสินสมรสจากพระสวามี หนึ่งในนั้นคือเมืองดาโรกา, เอปิลา, อุนกัสติโย, บาร์บัสโตร และหลังเสร็จสิ้นพิธีอภิเษกสมรส ทั้งคู่เดินทางไปที่นครตาราโซนาของอารากอนที่ปัจจุบันอยู่ในแคว้นซาราโกซา ซึ่งพระเจ้าไชเมที่ 1 ผู้พิชิตได้รับการประดับยศอัศวินในอาสนวิหารซันตามารีอาเดลาเบกาเดตาราโซนา[3]

การแต่งงานได้ให้กำเนิดพระโอรสหนึ่งคน คือ

  • อัลฟอนโซแห่งบีกอร์[4] แต่งงานกับกงส์ต็องส์แห่งมงกาดา เคาน์เตสแห่งบีกอร์

ในปี ค.ศ. 1229 สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 9 ได้ประกาศให้การแต่งงานเป็นโมฆะตามการเรียกร้องของพระสวามีของพระองค์ที่ให้เหตุผลว่าทั้งคู่เป็นญาติใกล้ชิดกัน[2] ปี ค.ศ. 1234 ในการเจรจาที่เกิดขึ้นที่อารามซันตามารีอาเดอูเอร์ตาซึ่งตั้งอยู่บนพรมแดนระหว่างราชอาณาจักรกัสติยากับราชอาณาจักรอารากอน พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 ผู้เป็นนักบุญ พระภาคิไนยของพระราชินีเลโอนอร์ กับพระเจ้าไชเมที่ 1 ทำข้อตกลงร่วมกันว่าตราบใดที่พระราชินีเลโอนอร์ยังไม่แต่งงานใหม่ พระองค์จะได้รับเมืองและปราสาทอาริซา และจะยังคงได้ครอบครอบดินแดนและสิทธิ์เก็บกินในสินสมรสในราชอาณาจักรอารากอนที่พระองค์เคยได้รับ กษัตริย์อารากอนสัญญาว่าจะไม่พรากอินฟันเตอัลฟอนโซ พระโอรสที่อยู่กับพระองค์ไปจากพระองค์[2] อัลฟอนโซได้รับการประกาศให้เป็นพระโอรสตามกฎหมาย แต่กลับสิ้นพระชนม์ก่อนพระบิดา ส่งผลให้พระอนุชาต่างมารดาซึ่งเป็นพระโอรสของโยแลนแห่งฮังการี (พระมเหสีคนที่สองของพระเจ้าไชเม) สืบทอดราชอาณาจักรต่อจากพระเจ้าไชเมเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์

บั้นปลายชีวิต[แก้]

อารามซานตามารีอาลาเรอัลเดลัสอูเอลกัส

หลังการแต่งงานกับกษัตริย์แห่งอารากอนถูกประกาศเป็นโมฆะ พระราชินีเลโอนอร์เกษียณตัวกลับมาอยู่ที่ราชอาณาจักรกัสติยา พระองค์ไปอยู่ที่อารามซานตามารีอาลาเรอัลเดลัสอูเอลกัสเพื่อสมทบกับเบเรงเกลา พระเชษฐภคินีที่ได้เกษียณตัวจากการปกครองกัสติยาและเลออน และกอนส์ตันซา พระขนิษฐาที่เป็นแม่ชีที่อารามดังกล่าวมานานแล้ว สามพี่น้องสิ้นพระชนม์ที่นั่น กอนส์ตันซาสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1243 เลโอนอร์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1244 ส่วนเบเรงเกลาสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1246[5] ร่างของสามพี่น้องถูกฝังในอารามดังกล่าว

อ้างอิง[แก้]

  • Shadis, Miriam (2010). Berenguela of Castile (1180–1246) and Political Women in the High Middle Ages. Palgrave Macmillan. ISBN 978-0-312-23473-7.
  1. Chronica Albrici Monachi Trium Fontium, "Henricum qui iuvenis obiit et quinque sorores, prima Berengaria… secunda Urraca, tertia regina Francie, quarta Alienor, quinta Constantia monialis"
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 Martínez Díez , Gonzalo (2007). Alfonso VIII, king of Castile and Toledo (1158-1214) . Gijón: Ediciones Trea, SL ISBN  978-84-9704-327-4, p. 52
  3. Ibáñez de Segovia, 1783 , pp. 412-413.
  4. Crónica de San Juan de la Peña
  5. Shadis 2010, p. 4.