พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
ผังแม่บทพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย
หุ่นจำลองส่วนอนุสรณ์สถานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย
พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย
ประติมากรรมพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัยและทหารนักรบจาตุรงคบาท

พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย เป็นพระอนุสาวรีย์ประดิษฐานพระรูปสมเด็จพระสุริโยทัย วีรสตรีไทยสมัยอยุธยา ตั้งอยู่ที่บริเวณทุ่งมะขามหย่อง ตำบลบ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ประมาณ 250 ไร่ มีลักษณะเป็นอนุสรณ์สถาน ประกอบด้วยพระราชานุสาวรีย์ช้างทรงของสมเด็จพระสุริโยทัย มีนักรบจตุลังคบาทที่มีเค้าโครงหน้าละม้ายนายพลฯในยุคนั้น 2 ท่าน คือ พลเอก วิมล วงศ์วานิช และ พลเอก สุนทร คงสมพงษ์ ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำ พื้นที่จำลองค่ายข้าศึกและกองทัพข้าศึก 4 ทัพ ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ของพื้นที่อ่างเก็บน้ำมีเนื้อที่ราว 180 ไร่ จุน้ำราว 1,000,000 ลูกบาศก์เมตร อาคารอเนกประสงค์ และสวนสาธารณะริมอ่างเก็บน้ำ


ประวัติ[แก้]

พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัยเป็นโครงการอนุสรณ์สถานที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัย พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยในวันที่ 21 มิถุนายน 2531 คณะรัฐมนตรีในสมัยนั้นได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการจัดสร้างพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติแก่พระองค์ท่าน[1] ที่ทรงเป็นวีรสตรีผู้กล้าหาญในประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รับผิดชอบ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล จนกระทั่งสมัย พลเอก อิสระพงศ์ หนุนภักดี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการ (ชื่อในขณะนั้น) ได้ดำเนินการออกแบบวางผังก่อสร้างเพื่อเสนอต่อ นาย อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรีเพื่อขอรับความเห็นชอบ และได้ลงนามเห็นชอบ และแต่งตั้งคณะกรรมการจัดสร้างพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย เมื่อ วันที่ 4 กรกฎาคม 2534 ส่วนองค์พระราชานุสาวรีย์และประติมากรรมภายในพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัยนั้น ออกแบบและปั้นรูปโดย คุณไข่มุกด์ ชูโต

โครงการนี้ยังเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่จะก่อประโยชน์ให้แก่ประชาชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในด้านการป้องกันน้ำท่วมและเป็นแหล่งเก็บน้ำ อีกทั้งยังเป็นการสร้างจิตสำนึกในความรักชาติรักแผ่นดิน และเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระสุริโยทัยและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสที่มีพระชนมายุครบ 5 รอบ ในปี 2535 ด้วย [2]

พื้นที่นี้ถูกใช้เป็นพื้นที่รับน้ำหลายครั้ง ในคราวที่มีน้ำท่วมในจังหวัดภาคกลาง เช่น ในปี พ.ศ. 2538 [3] โดยพื้นที่บริเวณทุ่งภูเขาทองและพระราชานุสาวรีย์เป็นทุ่งกว้าง และส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งพระองค์มีพระบรมราชานุญาตให้ผันน้ำเหนือจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าที่ดินส่วนพระองค์ ส่งผลทำให้ชาวบ้านอีกหลายทุ่งอนุญาตให้ผันน้ำเข้าด้วย ตามมติที่ประชุมคณะที่ปรึกษาและกรรมการประสานการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตามแนวพระราชดำริ ครั้งที่ 1/2549 [4] นอกจากนี้ยังมีการปลูกต้นไม้ประเภทไม้ฟืน อาทิ ไผ่สีสุก และ ยูคาลิปตัส เพื่อเป็นไม้ฟืนสำหรับการตีมีด/ดาบอรัญญิก [5]

ที่ตั้งบริเวณทุ่งมะขามหย่องนี้มีความสำคัญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ คือเชื่อกันว่าพื้นที่ด้านตะวันตกของอยุธยานี้ ในสมัยก่อนเป็นพื้นที่ที่ข้าศึกเมื่อยกทัพมามักจะมีการตั้งค่ายในบริเวณที่ราบบริเวณนี้ จนฤดูน้ำหลากจึงจะล่าถอยออกไป การรบสมัยต่างๆคาดว่าน่าจะเกิดใกล้เคียงกับบริเวณนี้ รวมทั้งการทำยุทธหัตถีในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชด้วย ทำให้ทางกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการขยายพื้นที่ส่วนพระราชานุสาวรีย์ออกไป และได้จัดสร้างพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชในบริเวณนี้เช่นกัน นอกจากนี้จากประวัติศาสตร์สมเด็จพระสุริโยทัยยังมีความสัมพันธ์มีศักดิ์เป็นพระบรมอัยยิกาเจ้า (ยาย/พระบรมราชชนนีของพระวิสุทธิกษัตรีย์) ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชด้วย

แนวความคิดของผู้ออกแบบผังแม่บทฯ อริยา อรุณินท์ นั้น เน้นเป็นอนุสรณ์สถานที่ประกอบด้วยองค์พระราชานุสาวรีย์และภูมิทัศน์โดยรอบเป็นเรื่องราวที่สอดคล้องกับประวัติศาสตร์ (ที่กองทัพข้าศึกเข้ามาตั้งทัพในบริเวณนี้ และต้องล่าถอยไป อันเนื่องจากน้ำหลากที่มาประจำทุกปี และส่วนจำลองความรู้สึกของประชาชนที่รอรับพระบรมศพของสมเด็จพระสุริโยทัย ขณะกลับพระนครฯ) อีกทั้งสามารถสนองตอบวัตถุประสงค์ในแง่การชลประทาน ที่ผันน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม และเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย ส่วนประติมากร (คุณไข่มุกด์ ชูโต) ได้แรงบันดาลใจในการสร้างงานประติมากรรมตามบุคคลต่างๆ เช่น นักรบจาตุรงคบาท ที่มีหน้าละม้ายนายพลฯ ทำให้เมื่อเวลาที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปนมัสการหรือเที่ยวชมอนุสรณ์สถานนี้ก็อดไม่ได้ที่จะทายกันว่าใครละม้ายใคร

ล่าสุดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรความคืบหน้าของโครงการแก้มลิงในบริเวณพระราชานุสาวรีย์ฯ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เกร็ด[แก้]

พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัยยามค่ำคืน
ดวงตราไปรษณีย์รูปพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย
พื้นที่พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัยถูกใช้เป็นที่ผันน้ำคราวน้ำท่วมใหญ่

อ้างอิง[แก้]

  1. เว็บไซต์GotoKnow.org มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์บทความพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีสุริโยทัย ที่ชาวอยุธยาภูมิใจ เปิดดู 21 พค.2555
  2. เว็บไซต์สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย (ทุ่งมะขามหย่อง)เปิดดู 21 พค.2555
  3. เว็บไซต์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โครงการปรับปรุงพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระศรีสุริโยทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดดู 21 พค. 2555
  4. ข่าว ในหลวงมีพระบรมราชานุญาตให้ผันน้ำเข้าที่ดินส่วนพระองค์ สกัดน้ำท่วมกรุงเทพฯ ผู้จัดการออนไลน์ 10 ตุลาคม 2549
  5. เว็บไซต์มูลนิธิชัยพัฒนาความเป็นมา/แนวพระราชดำริ โครงการพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย เปิดดู 21 พค. 2555

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  • | Idea I do : รายการโทรทัศน์ทางสถานี Mango TV บทสัมภาษณ์ รศ.ดร. อริยา อรุณินท์ ในฐานะภูมิสถาปนิกผู้ออกแบบพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่รับน้ำ ทุ่งมะขามหย่อง จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2555 ทางช่อง Mango TV เบรก 1. Idea I Do เที่ยวพื้นที่รับน้ำ ทุ่งมะขามหย่อง (20 พฤษภาคม 2555)
  • | Idea I do : รายการโทรทัศน์ทางสถานี Mango TV บทสัมภาษณ์ รศ.ดร. อริยา อรุณินท์ ในฐานะภูมิสถาปนิกผู้ออกแบบพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่รับน้ำ ทุ่งมะขามหย่อง จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2555 ทางช่อง Mango TV เบรก 2. Idea I Do ตามหาช้างจากพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย (20 พฤษภาคม 2555)

พิกัดภูมิศาสตร์: 14°23′01″N 100°31′34″E / 14.3837315°N 100.5262112°E / 14.3837315; 100.5262112 แม่แบบ:สวนสาธารณะในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา