ข้ามไปเนื้อหา

พระราชพิธีสมมงคล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พระราชพิธีสมมงคล ("สมมงคล" อ่านว่า สะ-มะ-มง-คน[1]) เป็นพระราชพิธีที่พระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงราชย์ในขณะนั้น ๆ จะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน ถวายแด่พระมหากษัตริย์หรือสมเด็จพระบรมราชบูรพการีในราชวงศ์จักรีในอดีต เพื่อทรงน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์และแสดงความกตัญญูกตเวที เนื่องในโอกาสที่ทรงมีวาระเสมอด้วยพระมหากษัตริย์หรือสมเด็จพระบรมราชบูรพการีพระองค์นั้น ๆ โดยมักทรงปฏิบัติเนื่องใน 2 วาระ ดังนี้[2]

  • วันที่ทรงครองราชสมบัติเสมอกับพระมหากษัตริย์ในอดีต เรียกว่า "สมภาคา" เช่น พระราชพิธีสมภาคาภิเษก หรือหากทรงครองราชสมบัติเป็นระยะเวลา 2 เท่าของพระมหากษัตริย์พระองค์ใด จะเรียกว่า "ทวิภาคา" เช่น พระราชพิธีทวีธาภิเษก หรือหากทรงครองราชสมบัติเท่าพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชสมบัติยาวนานที่สุด จะเรียกว่า พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก
  • วันที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาเสมอกัน และวันที่ทรงเจริญพระชนมพรรษามากกว่าพระมหากษัตริย์ในอดีต หรือสมเด็จพระบรมราชบูรพการีของพระองค์

แนวปฏิบัติเกี่ยวกับพระราชพิธีนี้ปรากฏมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จนถึงปัจจุบัน ในที่นี้จะระบุเฉพาะพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุ พระราชพิธีสมภาคาภิเษก พระราชพิธีทวีธาภิเษก และพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกในพระมหากษัตริย์เท่านั้น ดังนี้

รัชสมัย วาระ สมมงคลเท่ากับ ระยะเวลา วันที่ หมายเหตุ อ้างอิง
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมภาคาภิเษก
(ระยะเวลาครองราชย์เสมอกัน)
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย 5,431 วัน 15 สิงหาคม พ.ศ. 2426 [3]
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 6,393 วัน 2 เมษายน พ.ศ. 2429
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว 9,752 วัน 12 มิถุนายน พ.ศ. 2438
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช 10,016 วัน 3 มีนาคม พ.ศ. 2438
นับศักราชแบบเก่า โดยหากนับแบบปัจจุบันจะเป็นปี พ.ศ. 2439
ทวีธาภิเษก
(ระยะเวลาครองราชย์ทวีคูณ)
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย 10,862 วัน 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2441
  • วันจัดพิธีคลาดเคลื่อน เนื่องจากตามการคำนวณควรจัดในวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2441
  • ในวันจัดพิธี รัชกาลที่ 5 ครองราชย์ในระยะเวลา 10,884 วัน
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 12,784 วัน 2 ตุลาคม พ.ศ. 2446
รัชมังคลาภิเษก สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ 40 ปี 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2451
กำหนดวันจัดพิธีโดยนับระยะเวลาจากวันประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรก
สมมงคลพระชนมายุ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย 56 ปี 4 เดือน 27 วัน 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2452
  • นับศักราชแบบเก่า โดยหากนับแบบปัจจุบันจะเป็นปี พ.ศ. 2453
  • วันจัดพิธีคลาดเคลื่อน เนื่องจากตามการคำนวณควรจัดในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2452
  • ในวันจัดพิธี รัชกาลที่ 5 มีพระชนมายุ 56 ปี 4 เดือน 23 วัน
[4]
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
สมมงคลพระชนมายุ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก 37 ปี 8 เดือน 23 วัน 29 สิงหาคม พ.ศ. 2508 [2]
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 57 ปี 1 เดือน 3 วัน 7 มกราคม พ.ศ. 2528
รัชมังคลาภิเษก 42 ปี 22 วัน 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 [5]
สมมงคลพระชนมายุ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 23,260 วัน 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2534 [2]
สมมงคลพระชนมายุ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช 26,469 วัน 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2543
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมมงคลพระชนมายุ 14 มกราคม พ.ศ. 2568 [6]

พระราชพิธีรัชมังคลาภิเศก พ.ศ. 2451

[แก้]

พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พ.ศ. 2508

[แก้]
พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พ.ศ. 2508
วันที่23 พฤษภาคม พ.ศ. 2543
ประเทศประเทศไทย
เหตุการณ์ก่อนหน้าพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 3 รอบ 5 ธันวาคม 2506
เหตุการณ์ถัดไปพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 5 ธันวาคม 2518
ผู้เข้าร่วม
จัดโดยรัฐบาลไทย

พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พ.ศ. 2508 เป็นชื่องานเฉลิมพระเกียรติที่ประกอบด้วยพระราชพิธีสมมงคล รัฐพิธี กิจกรรม และโครงการเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมายุครบ 13,798 วัน เป็นวาระสมมงคลเท่าพระชนมายุของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระบรมราชชนก ในวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2508 โดยเป็นพระราชพิธีสมมงคลครั้งแรกในรัชกาลที่ 9 ร่วมกันจัดขึ้นโดยรัฐบาลของนายถนอม กิตติขจร และประชาชนชาวไทย

พระราชพิธี (วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2508)

[แก้]

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปยังวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

เวลา 16.30 น. เสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่พระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธชินสีห์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงจุดธูปเทียนสักการะพระรูปสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์

แล้วพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงจุดธูปเทียนถวายสักการะพระรูปสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระบรมราชชนก พระสงฆ์ 38 รูป เท่าพระชนม์สมเด็จพระบรมราชชนก สวดพระพุทธมนต์การพระราชกุศลทักษิณานุปทาน จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 จบแล้ว ถวายอนุโมทนา พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้า พระสงฆ์ 38 รูป สดับปกรณ์พระรูปสมเด็จพระบรมราชชนก แล้วถวายอดิเรก จึงเสด็จพระราชดำเนินกลับ

วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2508

[แก้]

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปยังวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

เวลา 10.00 น. เสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่พระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงประเคนผ้าไตรยามและพัดที่ระลึกแก่พระสงฆ์ 38 รูป เท่าพระชนมสมเด็จพระบรมราชชนก พระสงฆ์ออกไปครองผ้าเสร็จ กลับเข้านั่งยังอาสนะพร้อมแล้ว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธชินสีห์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงจุดธูปเทียนสักการะพระรูปสมเด็จพระมหาสมณเจ้า พระรูปสมเด็จพระสังฆราชเจ้า แล้วพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงจุดธูปเทียนถวายสักการะพระรูปสมเด็จพระบรมราชชนก ทรงศีล พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์และถวายพระพร จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงประเคนภัตตาหาร พระสงฆ์รับพระราชทานฉันเสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ครั้นถึงเวลา 16.30 น. พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินโดย รถยนตร์พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปยังพิธีมณฑลหน้าพระวิหาร สนามโรงเรียนวัดบวรนิเวศ ได้เวลาพระฤกษ์ 16.34 น. ไปจนถึง 17.13 น. พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงเททองสำหรับหล่อพระพุทธรูปปางประทานพร มีพระปรมาภิไธย ภปร.

พระสงฆ์ในพระวิหารเจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์แตรดุริยางค์ เมื่อทรงเททองหล่อพระพุทธรูปปางประทานพร พระปรมาภิไธย ภปร. แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระเจดีย์หลังพระอุโบสถพระพุทธชินสีห์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงพระสุหร่าย ทรงเพิ่มลูกแก้ว แล้วทรงสายสูตรเชิญลูกแล้วขึ้นประดิษฐานยอดพระเจดีย์ ขณะนี้พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัยสังข์ แตรดุริยางค์ เมื่อลูกแก้วประดิษฐาน ณ ยอดพระเจดีย์แล้วเสด็จพระราชดำเนินขึ้นสู่ภายในองค์พระเจดีย์

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระบรมสารีริกธาตุแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปิดทองพระไพรีพินาศ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังที่ประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงพระสุหร่าย ทรงเจิม แล้วพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงจุดธูปเทียนถวายราชสักการะ

เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธชินสีห์และเครื่องราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงจุดธูปเทียนสักการะ พระพุทธรูปสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส และพระรูปสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ที่โดยเสด็จการพระราชกุศลเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วพระสงฆ์ถวายอดิเรก เสด็จพระราชดำเนินออกจากพระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นศิลาปฐมฤกษ์ ที่จะผนึกเปลี่ยนผนังพระอุโบสถในกาลต่อไป แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ[7]

พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พ.ศ. 2543

[แก้]
พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พุทธศักราช ๒๕๔๓
วันที่23 พฤษภาคม พ.ศ. 2543
ประเทศประเทศไทย
เหตุการณ์ก่อนหน้าพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542
เหตุการณ์ถัดไปพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550
ผู้เข้าร่วม
จัดโดยรัฐบาลไทย

พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พ.ศ. 2543 (อังกฤษ: The Auspicious Occasion of His Majesty King Bhumibol Adulyadej The Great Attaining the Same Age as His Majesty King Buddha Yodfa Chulalok the Great (Rama I)) เป็นชื่องานเฉลิมพระเกียรติที่ประกอบด้วยพระราชพิธีสมมงคล รัฐพิธี กิจกรรม และโครงการเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมายุครบ 26,469 วัน เป็นวาระสมมงคลเท่าพระชนมายุของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระมหากษัตริย์พระองค์แรกของราชวงศ์จักรี ในวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 โดยเป็นพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชครั้งแรกในราชวงศ์จักรี ร่วมกันจัดขึ้นโดยรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย และประชาชนชาวไทย

พระราชพิธี (วันอังคารที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2543)

[แก้]

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง ทางประตูศักดิ์ไชยสิทธิ์ ประตูราชสำราญ เทียบรถยนต์พระที่นั่ง ที่ประตูข้างหอพระสุลาลัย

เวลา 17.00 น. เสด็จพระราชดำเนินขึ้นสู่ท้องพระโรงพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระชัยหลังช้าง แล้วพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงประเคนพัดที่ระลึกพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แด่พระสงฆ์ 5 รูปที่เจริญพระพุทธมนต์ แล้วเสด็จพระราช ดำเนินไปยังห้องพระบรรทมทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะพระแท่น บรรทมพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จพระราชดำเนินจาก พระที่นั่งจักรพรรดิพิมานไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณทรงจุดธูปเทียนบูชาพระสยามเทวาธิราช

แล้วเสด็จพระราชดำเนินออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยทางพระทวารเทวราชมเหศวร พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พร้อมด้วยพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

แล้วพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แล้วพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงประเคนพัดรองที่ระลึกพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ 28 รูป เท่าจำนวนปีที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงครองสิริราชสมบัติ แล้วเจ้าพนักงานอาราธนา พระปริตร พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์

จบแล้วพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงจุดเทียนเครื่องทรงธรรม พระธรรมราชานุวัตร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ แล้วทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์และถวายพระธรรมเทศนาสดับปกรณ์ พระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ อีก 73 รูป สวดมาติกา แล้วทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินประทับรถยนต์พระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จพระราชดำเนินกลับ[8]

รัฐพิธีและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ

[แก้]

รัฐพิธีที่รัฐบาลจัดขึ้นในวาระดังกล่าว ประกอบด้วย การจัดกิจกรรมสมโภช ณ ท้องสนามหลวง ในวันดังกล่าว รวมถึงการบูรณปฏิสังขรณ์วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพระอารามหลวงที่สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก พระชนกของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสร้างไว้ในปลายสมัยอาณาจักรอยุธยา[2]

ตราสัญลักษณ์

[แก้]
ตราสัญลักษณ์พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พุทธศักราช ๒๕๔๓
รายละเอียด
ผู้ใช้ตราพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
เริ่มใช้23 พฤษภาคม 2543
คำขวัญพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พ.ศ. ๒๕๔๓
การใช้พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พ.ศ. 2543

สิ่งที่ระลึก

[แก้]

พัดรองที่ระลึก

[แก้]

เหรียญกษาปณ์และเหรียญที่ระลึก

[แก้]


พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พ.ศ. 2568

[แก้]
พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พุทธศักราช ๒๕๖๘
วันที่14 มกราคม พ.ศ. 2568
ประเทศประเทศไทย
เหตุการณ์ก่อนหน้าพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567
ผู้เข้าร่วม
จัดโดยรัฐบาลไทย

พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พ.ศ. 2568 (อังกฤษ: The Auspicious Occasion of His Majesty King Vajiralongkorn Attaining the Same Age as His Majesty King Buddha Yodfa Chulalok the Great (Rama I)) เป็นชื่องานเฉลิมพระเกียรติที่ประกอบด้วยพระราชพิธีสมมงคล รัฐพิธี กิจกรรม และโครงการเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุครบ 26,469 วัน เป็นวาระสมมงคลเท่าพระชนมายุของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระมหากษัตริย์พระองค์แรกของราชวงศ์จักรี ในวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2568 โดยเป็นพระราชพิธีสมมงคลครั้งแรกในรัชกาลที่ 10 และเป็นพระราชพิธีสมมงคลที่จัดขึ้นในรอบ 25 ปี หลังจากครั้งหลังสุดจัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2543 ที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมายุสมมงคลเท่าพระชนมายุของรัชกาลที่ 1 เช่นกัน ร่วมกันจัดขึ้นโดยรัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร และประชาชนชาวไทย

พระราชพิธี (วันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2568)

[แก้]

เวลา 17.04 น. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังหมู่พระมหามณเฑียร ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี พุทธศักราช 2568

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง เสด็จเข้าท้องพระโรงพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 1 ทรงกราบ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประเคนพัดรองที่ระลึกพระราชพิธีสมมงคลฯ แด่พระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์จำนวน 5 รูป ต่อจากนั้น เสด็จเข้าห้องพระบรรทม พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะเทวดารักษาพระมหาเศวตฉัตร และถวายราชสักการะพระแท่นราชบรรจถรณ์รัชกาลที่ 1 แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระสยามเทวาธิราช

จากนั้นเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารคู่พระบรมอัฐิรัชกาลที่ 1, พระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 และพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา จากนั้นทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิรัชกาลที่ 1 ที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ

จากนั้นพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประเคนพัดรองที่ระลึกพระราชพิธีสมมงคลฯ แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร), สมเด็จพระราชาคณะ, พระราชาคณะเจ้าคณะรอง, พระราชาคณะ และพระสงฆ์ถวายพระธรรมเทศนา จนครบ 74 รูป เสร็จแล้ว พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปปักที่จงกลธรรมาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร สำหรับพระบรมอัฐิทรงธรรม ทรงศีล

พระราชญาณวัชรชิโนภาส (ทวีวัฒน์ จารุวณฺโณ) ประธานสำนักศึกษาธรรมดอยธรรมนาวา ถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง ติรตนกถา จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตร เที่ยวแรก 19 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์พระบรมอัฐิ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ต่อจากนั้น ทรงทอดผ้าไตรจนครบ 60 รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์ เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบพระพุทธรูปประจำพระชนมวารคู่พระบรมอัฐิรัชกาลที่ 1, พระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9, พระพุทธรูปประจำพระชนมวารรัชกาลที่ 9 และทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิรัชกาลที่ 1 ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ[9]

รัฐพิธีและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ

[แก้]

รัฐพิธีที่รัฐบาลจัดขึ้นในวาระดังกล่าว ประกอบด้วย พิธีทําบุญตักบาตรและเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีมหามงคลของทั้ง 5 ศาสนา[6] และกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ดังนี้[10]

นอกจากนี้ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารยังมีแผนจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชขึ้นในพื้นที่ของวัดในโอกาสดังกล่าวอีกด้วย[11]

ตราสัญลักษณ์

[แก้]
ตราสัญลักษณ์พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พุทธศักราช ๒๕๖๘
รายละเอียด
ผู้ใช้ตราพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
เริ่มใช้14 มกราคม 2568
คำขวัญพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พ.ศ. ๒๕๖๘
การใช้พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พ.ศ. 2568

ตราสัญลักษณ์ประกอบด้วยพระบรมราชสัญลักษณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พื้นสีน้ำเงิน ประดิษฐานคู่กับอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. (มหาวชิราลงกรณ ปรมราชาธิราช) ในกรอบพุ่มข้าวบิณฑ์ พื้นสีน้ำเงิน ระหว่างเบื้องบนดวงพระตราทั้งคู่ มีพระแสงจักร - ตรี หมายถึง ทรงเป็นสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชในพระราชวงศ์จักรี

ด้านล่างมีรูปเศียรนาคด้านอัด หมายถึง พระนักษัตรปีมะโรง อันเป็นปีพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ว่าทรงเจริญพระชนมพรรษาเสมอกัน ดวงพระตราทั้งสองนั้น ประดิษฐานอยู่ในปทุมอุณาโลม อันเป็นพระบรมราชสัญลักษณ์แห่งปฐมบรมราชวงศ์บนพื้นสีเขียว อันเป็นวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ขนาบด้วยฉัตรขาวแบบโบราณอันเนื่องด้วยตราพระราชลัญจกรประจํารัชกาลปัจจุบัน

เบื้องบนสุดประดิษฐานพระมหาพิชัยมงกุฎเบื้องล่างเป็นแพรแถบเศียรนาค สื่อถึงพระนักษัตรปีพระบรมราชสมภพของทั้งสองพระองค์ มีอักษรสีทองความว่า "พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช" บนพื้นสีน้ำเงิน แสดงสีขัตติยชาติ

เบื้องล่างสุด เป็นกรอบลายนาคมีอักษรสีเงินความว่า “๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๘” บนพื้นสีหงชาด (ชมพู) อันเป็นสีซึ่งเป็นอายุแห่งวันพระบรมราชสมภพ[12]

สิ่งที่ระลึก

[แก้]

พัดรองที่ระลึก

[แก้]

ลักษณะเป็นพัดหน้านาง พื้นผ้าไหมสีเขียวเข้ม ตรงกลางประดับด้วยตราราชวงศ์จักรีเปล่งรัศมี พร้อมด้วยพระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 10 คู่กัน ประดิษฐานภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร ขนาบข้างด้วยสัปตปฎลเศวตฉัตรประกอบพระราชอิสริยยศ ขอบนอกเป็นแพรแถบจารึกจ้อความว่า “พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๘" นมพัดเป็นโลหะฉลุลายเป็นรูปทรงดอกบัว ด้านในเป็นอักษรพระปรมาภิไธย ทปร = ทองด้วง (พระนามเดิม) ปรมราชาธิราช และอักษรพระปรมาภิไธย วปร = มหาวชิราลงกรณ ปรมราชาธิราช ประดิษฐานภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ ออกแบบโดย นายสุนทร วิไล

เหรียญกษาปณ์และเหรียญที่ระลึก

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "คุณแหน : 6 มกราคม 2568". แนวหน้า. 6 มกราคม 2025. สืบค้นเมื่อ 7 มกราคม 2025. ชวนคนไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “พระราชพิธีสมมงคล” (สะ-มะ-มง-คน){{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  2. 1 2 3 4 "พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช". ตำราช้าง ฉบับรัชกาลที่ ๑. วัชรญาณ (1st ed.). สามพราน, นครปฐม: รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977). 2002. ISBN 9744175265. สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม 2025.
  3. "ด้วยพระบารมี". ทันโลกทันธรรม 1. กัลยาณมิตร. 19 มิถุนายน 2006. สืบค้นเมื่อ 10 มกราคม 2025.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  4. "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชานุญาต จัดพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระลานพระราชวังดุสิต". เมื่อ พ.ศ. 2452 ปีที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุเสมอพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระชนมายุสมมงคล ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2452
  5. "2 กรกฎาคม 2531 – พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก". เดอะสแตนดาร์ด. 2 กรกฎาคม 2019. สืบค้นเมื่อ 13 มกราคม 2025.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  6. 1 2 "รัฐบาลเตรียมจัดเฉลิมพระเกียรติในหลวง ในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่า ร.1". มติชน. 19 ธันวาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 21 ธันวาคม 2024.
  7. "หมายกำหนดการ พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระชนมายุเสมอ สมเด็จพระราชบิดา และการพระราชพิธีฉลองสมโภชพระเจดีย์ หล่อพระพุทธรูปปางประทานพร มีพระปรมาภิไธย ภปร. ณ วัดบวรนิเวศวิหาร พุทธศักราช ๒๕๐๘" (PDF). 82. August 10, 1965: 5. {{cite journal}}: Cite journal ต้องการ |journal= (help); line feed character ใน |title= ที่ตำแหน่ง 13 (help)
  8. "หมายกำหนดการ ที่ ๙/๐๑/๒๕๔๓ พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พ.ศ. 2543" (PDF). 117. 22 May 2000: 03. {{cite journal}}: Cite journal ต้องการ |journal= (help)
  9. "ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่ารัชกาลที่ 1". มติชน. 14 มกราคม 2025. สืบค้นเมื่อ 19 มกราคม 2025.
  10. ""พระราชพิธีสมมงคล" 14 ม.ค. 68 รัฐบาลเชิญร่วมพิธีสำคัญกับ 7 กิจกรรมทั่วไทย". ฐานเศรษฐกิจ. 2 มกราคม 2025. สืบค้นเมื่อ 2 มกราคม 2025.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  11. "วัดโพธิ์ สร้าง 'พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1' เฉลิมพระเกียรติ". เดลินิวส์. 21 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 21 ธันวาคม 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  12. Kamolsuwan, Nopparit (2025-01-10). "เปิดความหมายและที่มา ตราสัญลักษณ์ พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช". Brickinfo News Agency. สืบค้นเมื่อ 2025-12-05.