ข้ามไปเนื้อหา

พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก เป็นหนึ่งในรูปแบบของพระราชพิธีสมมงคล โดยเป็นพระราชพิธีเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่พระมหากษัตริย์ไทยทรงครองสิริราชสมบัติยาวนานยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ซึ่งในปัจจุบันมีเพียง 2 ครั้งเท่านั้น คือ

พระราชพิธีรัชมังคลาภิเศก พ.ศ. 2451

[แก้]

พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ในรัชกาลที่ 5 เป็นพระราชพิธีที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 40 ปี ซึ่งยาวนานยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์สองพระองค์ของกรุงศรีอยุธยา คือสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ และสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2

พระราชพิธีรัชมังคลาภิเศก พ.ศ. 2451
วันที่11 พฤศจิกายน - 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2451
ประเทศประเทศสยาม
เหตุการณ์ก่อนหน้าพระราชพิธีรัชมงคล พ.ศ. 2450
เหตุการณ์ถัดไปพระราชพิธีพระชนมายุมงคลเสมอพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พ.ศ.2452
จัดโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีหมายกำหนดการจัดงานในระหว่างวันที่ 11-18 พฤศจิกายน พ.ศ.2451 รวมทั้งสิ้น 8 วัน

พระราชพิธี (วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน - วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2451)

[แก้]

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน

[แก้]

เวลา 07.00 น. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออกยังพลับพลาในสวนแป๊ะเต็ง ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการทรงศีลแล้วได้ปฐมฤกษ์ พระโหราธิบดีลั่นฆ้องไชยให้สัญญา พระสงฆ์สวดไชยมงคลคาถา เจ้าพนักงานประโคมแตรสังข์ พิณพาทย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงชักเชือกวางศิลาพระฤกษ์ก่อรากพระที่นั่งอนันตสมาคม แล้วทรงหลั่งน้ำสังข์ และพราหมณ์ได้หลั่งน้ำสังข์ต่อไป เมื่อเสร็จการทรงวางศิลาแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเข้าข้างในทรงประเคนภัตตาหารแก่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส นอกนั้นโปรดเกล้าฯให้พระบรมวงศานุวงศ์ทรงประเคนต่อไป พระสงฆ์รับพระราชทานฉัน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ 5 แก่พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการบางองค์บางท่านแล้วโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานเหรียญรัชมังคลาภิเศกแก่ข้าราชการที่ยังไม่ได้รับพระราชทาน พระสงฆ์รับพระราชทานฉันแล้ว ถวายยถาอนุโมทนา ถวายอติเรก ถวายพระพรลา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นเวลา 08.20 น.

ส่วนพระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ ในการฉลองพระบรมรูปทรงม้า 100 รูปนั้น โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานจัดเข้ากระทงส่งถวาย

เวลา 16.00 น. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออกยังพลับพลาหน้าพระลานกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ได้ยิงปืนใหญ่ถวายคำนับ เสด็จพระราชดำเนินโดยทางลาดพระบาท เป็นกระบวน 4 สาย แด่พลับพลาหน้าพระลานไปทางตะวันออกพระบรมรูปทรงม้า เสด็จขึ้นประทับพลับพลายก แปรพระพักตร์ทิศใต้ ราษฎรเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระบรมรูป และถวายพระพรชัยมงคลจบแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสตอบแล้วแปรพระพักตร์กลับข้างเหนือทรงชักเชือกเปิดพระบรมรูปทรงม้า

ในเวลานั้น ทหารบก ทหารเรือยิงปืนใหญ่ถวายคำนับ ประโคมดุริยางค์เล่นการมโหรสพสมโภชเป็นการใหญ่ มีกลาเบสและโมงครุ่ม(การละเล่นของหลวง) เป็นต้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินกลับจากพลับพลายก โดยทางข้างตะวันตกพระบรมรูปทรงม้า เสด็จขึ้นประทับพลับพลาหน้าพระลาน ทหารบก 12 กองได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตรึงธงแล้วพระราชทาน ทหารกระทำพิธีเดินธง แตรวงทำเพลงมหาชัย ไปเข้าประจำกอง ถวายทอดพระเนตร เมื่อเสร็จการแล้วพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้น

ในวันนี้ เจ้าพนักงานทหารบก ทหารเรือ ได้ยิงปืนใหญ่ถวายคำนับ 3 เวลา คือเวลา 08.00 น. เวลา 12.00 น. และ เวลา 16.00 น. เมื่อเสด็จออกเวลาใดเวลาหนึ่ง

เวลา 19.30 น. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงวังเชิญพระบรมวงศานุวงศ์ผู้ใหญ่ ข้าทูลละอองธุลีพระบาท และพ่อค้าประชาชน มาประชุมรับพระราชทานเลี้ยงที่พลับพลาในสวนแป๊ะเต๋ง

จากนั้นเวลา 20.00 น. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพลับพลาในสวนแป๊ะเต็ง พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ออกประทับโต๊ะเสวย มีจำนวน 167 ทั้งที่ประทับในเวลาเสวยนั้น แตรวงบรรเลงเพลงแตรตามธรรมเนียม ครั้นเสวยแล้วเสด็จออกพลับพลาหน้าพระลาน ทอดพระเนตร การมโหรสพมีโคมดอกบัวเป็นต้น กับทอดพระเนตรดอกไม้เพลิงที่พระสงฆ์ พระบรมวงศานุวงศ์ สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ พระครูเปรียญตลอดจนเจ้าอธิการ ทั้งในกรุงและหัวเมือง ได้จัดมาจุดสมโภชการฉลองพระบรมรูป ในเวลาเมื่อเสด็จออกประทับพลับพลานี้ ได้พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ 5แก่ข้าราชการบ้างแล้ว เสด็จขึ้นเวลาหลัง 22.00 น.

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน

[แก้]

เวลา 16.00 น. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จออกยังพลับพลาหน้าพระลาน โปรดเกล้าฯ ให้เดินกระบวนรถโมเตอร์คาร์[1] มาจากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารเข้าทางตะวันตกของพระบรมรูปทรงม้า เดินผ่านหน้าพลับพลา ถวายตัวแล้ว ออกทางถนนใบพร ไปถนนภาพระบำ เลี้ยวถนนซาง ข้ามสะพานคลองเปรมประชากร ไปถนนลูกหยุด คอยเสด็จพระราชดำเนิน ที่เชิงสะพานถนนดวงตะวัน เมื่อสิ้นกระบวนแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จทรงรถพระที่นั่งโมเตอร์คาร์ รถพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ นำเสด็จพระราชดำเนินออกทางหน้าพระลานเลี้ยวถนนดวงตะวัน เลี้ยวถนนลูก รถทั้งปวงซึ่งนำมาเข้ากระบวนแห่นั้นตามเสด็จพระราชดำเนินทั้งสิ้น รถพระที่นั่งเลี้ยวถนนคอเสื้อไปออกถนนเพชรบุรี รถพระที่นั่งหยุดบนสะพานซึ่งจะทรงเปิดใหม่เรียบร้อยแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จลงจากรถ เสนาบดีกระทรวงนครบาล และบรรดาผู้ที่ได้รับเชิญมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพร้อมกันแล้ว พระยาสุขุมนัยวินิต เสนาบดีกระทรวงนครบาล อ่านรายงานการสร้างสะพาน กราบบังคมทูลพระกรุณาจบ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสตอบแล้วทรงตัดแถบแพรอันพึงกั้นสะพานไว้ให้ขาดออก เป็นอันพระราชทานนามสะพานนี้ว่า สะพานเฉลิม 55 เจ้าพนักงานประโคมแตรสังข์พิณพาทย์ กองทหารทำเพลงแตรสรรเสริญพระบารมี

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับรถพระที่นั่งข้ามสะพาน ไปตามถนนราชดำริเป็นปฐมฤกษ์ผ่านถนนหัวลำโพง ไปตามถนนสีลม เลี้ยวถนนเจริญกรุง เลี้ยวถนนสนามไชย ไปตามถนนราชดำเนินกระทั่งถึงพระลาน รถพระที่นั่งเลี้ยวถนนใบพร เข้าประตูกวางหยุดที่พลับพลาโรงละครในสวนแง่เต็ง พระราชทานเหรียญรัชมังคลาภิเศกแก่ผู้ที่ยังไม่ได้รับพระราชทาน เมื่อรถกระบวนที่ตามเสด็จพระราชดำเนินมาถึงพร้อมกันแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ืให้มีการเลี้ยงน้ำชา เมื่อเสร็จการเลี้ยงน้ำชาแล้ว เสด็จออกหน้าพระที่นั่งอภิเศกดุสิต ราษฎรพ่อค้าซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้เชิญมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพร้อมกัน และ รับพระราชทานเลี้ยงน้ำชาที่เต็นท์หน้าพระที่นั่งอภิเศกดุสิต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้น

เวลา 20.00 น. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพลับพลาในสวนแป๊ะแด่ง เสวยพระกระยาหาร พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการบรรดาที่ได้เชิญมารวมทั้งสิ้น เป็น 218 ทั้งที่ประทับ แตรวงบรรเลงเพลงแตรตามธรรมเนียม ครั้นเสวยแล้วมีพระราชดำรัส ด้วยพระบรมวงศานุวงศ์และได้พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ แก่ข้าราชการบ้างแล้ว เสด็จออก ประทับพลับพลาหน้าพระลาน ทอดพระเนตรการมโหรสพและดอกไม้เพลิง จนเสด็จขึ้นเวลาหลัง 22.00 น.

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน

[แก้]

เวลา 14.10 น. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จออกยังพลับพลาหน้าพระลาน โปรดเกล้าฯ ให้เดินกระบวนแห่เฉลิมพระเกียรติเข้าทางตะวันตกของพระบรมรูปทรงม้า เดินผ่านหน้าพระที่นั่ง ถวายทอดพระเนตร แล้วเลี้ยวกลับไปทางตะวันออกของพระบรมรูปทรงม้า จากนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นกระบวนแห่ทั้งหลายนี้ จะได้นำไปเข้าปะรำไว้ที่ห้องสนามไชย เพื่อให้มหาชนทั้งหลายได้ดูได้ชมจนวันที่ 18 พฤศจิกายน จึงเลิก

เวลา 19.00 น. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพระที่นั่งอภิเศกดุสิต ราชทูตผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท มิสเตอร์ แฮมิลตัน คิง (Hamilton King) อัครราชทูตพิเศษแห่งสหรัฐอเมริกาประจำสยาม อ่านคำถวายชัยมงคลจบแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสตอบตามสมควรแล้วเสด็จขึ้น เจ้าพนักงานได้เชิญราชทูตผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศกับข้าราชการซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้เชิญมาไปชุมนุมกันอยู่ที่พลับพลาในสวนแป๊ะเต๋ง

ครั้นเวลา 20.00 น. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ออกประทับโต๊ะเสวยที่พลับพลาในสวนแป๊ะเด้ง พร้อมด้วยผู้ที่เชิญมารวมทั้งสิ้น เป็น 218 ทั้งที่ประทับเมื่อเสร็จการเลี้ยงแล้วผู้ที่รับพระราชทานเลี้ยงทั้งสิ้น ออกมาพร้อมกันอยู่ที่ปะรำหน้าพลับพลาในสวนแป๊ะเต๋ง แล้วพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพลับพลา หน้าพระลานทอดพระเนตรการมโหรสพและดอกไม้เพลิง จนเวลา 23.00 น. เสด็จขึ้น

วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน

[แก้]

เวลา 05.00 น. พระบรมวงศานุวงศ์และข้าทูลละอองธุลีพระบาททั้งหลายบรรดาที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แผ่พระราชกุศลได้จัดเข้ากระทงไปถวายพระสงฆ์ ซึ่งจัดดอกไม้เพลิงมาฉลองพระเดชพระคุณ ในพระราชพิธีนี้มีจำนวนถึงพันเศษ

เวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จออกยังพลับพลาหน้าพระลานประทับรถพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการเลี้ยงพระสงฆ์ตามปะรำต่างๆ ทั่วแล้วเสด็จขึ้นประทับบนพลับพลาหน้าพระลาน โปรดเกล้าฯ ให้จัดการเลี้ยงพระสงฆ์บนพลับพลาและในที่ปะรำต่าง ๆ พระสงฆ์ฉันแล้วโปรดเกล้าฯให้ถวายย่ามตามระเบียบบรรดาศักดิ์และดอกไม้ธูปเทียนแก่พระสงฆ์ทั้งปวง พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาถวายอติเรก ถวายพระพรลา พระบรมวงศานุวงศ์และข้าทูลละอองธุลีพระบาททั้งหลายบรรดาที่ได้จัดเข้ากระทงมาเลี้ยงพระนั้น ได้ขึ้นไปเฝ้าถวายพระราชกุศลพร้อมกันบนพลับพลา เวลา 03.00 น. เสด็จขึ้น

ส่วนที่ในพระบรมมหาราชวัง เจ้าพนักงานได้เชิญพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รวม 4 พระโกศออกประดิษฐานบนพระที่นั่งเศวตฉัตร ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทพร้อมด้วยพระชนมวารและพระชนมพรรษาเฉพาะแต่ส่วนที่ได้เสด็จดำรงสิริราชสมบัติทั้ง 4 รัชกาลนั้น ออกประดิษฐานบนบุษบกมุขตะวันออก และเตรียมการทั้งปวงพร้อมแล้ว เวลา 13.00 น. พระสงฆ์เท่ารัชกาลทั้ง 4 รวม 85 รูป ที่จะสดับปกรณ์และเจริญพระพุทธมนต์ มาพร้อมกัน

เวลา 16.00 น. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินด้วยรถพระที่นั่ง ออกจากพระราชวังดุสิตทางถนนป่วยไปปลายถนนใบพร ออกพระลานไปตามถนนราชดำเนินนอก ถนนราชดำเนินกลาง ถนนราชดำเนินใน เลี้ยวถนนหน้าพระลาน ทอดพระเนตรทหารบก ซึ่งมารายทางรับเสด็จพระราชดำเนินตั้งแต่พระราชวังดุสิตตลอดถึงพระบรมมหาราชวังเสด็จ เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง

เวลา 17.00 น. เสด็จพระราชดำเนินเป็นกระบวนโมเตอร์คาร์จากพระบรมมหาราชวัง ทางประตูเทวาพิทักษ์ ไปตามถนนสนามไชยเลี้ยวถนนพระพิพิธ ไปถนนพระพิทักษ์ ถนนพาหุรัด เลี้ยวถนนมหาไชย เลี้ยวถนนเยาวราช เลี้ยวถนนจักรวรรดิ์ หยุดรถพระที่นั่งตรงถนนสำเพ็ง เสด็จลงจากรถพระที่นั่ง ขึ้นทรงพระราชยาน เสด็จพระราชดำเนินเป็นกระบวนราบไปตามถนนสำเพ็งทอดพระเนตรการตกแต่งซึ่งพ่อค้าจีนทำฉลองพระเดชพระคุณในงานพระราชพิธีรัชมังคลาภิเศกตลอดถึงถนนทรงวาด เสด็จขึ้นทรงรถพระที่นั่งโมเตอร์คาร์ ไปตามถนนทรงวาด เลี้ยวขึ้นถนนเจริญกรุง เลี้ยวถนนสนามไชยเลี้ยวถนนหน้าพระลาน กลับคืนเข้าพระบรมมหาราชวัง

ครั้นเวลา 20.00 น. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดเทียนเครื่อง นมัสการลงยาและเครื่องทองน้อยถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง 4 รัชกาล แล้วทรงทอดผ้าไตร ย่ามแก่พระสงฆ์เท่ารัชกาลทั้ง 4 รวม 85 รูป มีพระปิฎกโกศล พระธรรมโกษาจาริย์ พระอุบาพีคุณูปมาจาริย์ พระธรรมปาโมกข์เป็นประธานสดับปกรณ์ แล้วพระสงฆ์ทั้งปวงออกไปครองผ้า ในเวลานี้โปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 4 แก่พระบรมวงศานุวงศ์บางพระองค์ซึ่งยังค้างอยู่ไม่ได้พระราชทาน

เมื่อพระสงฆ์ครองผ้ากลับมานั่งตามเดิมแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ และเทียนนมัสการเท่าจำนวนพระชนมพรรษา ทรงศีลแล้วหลวงมหาสิทธิโวหาร กรมพระอาลักษณ์อ่านประกาศเทวดา จบแล้ว พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ในเวลานี้โปรดเกล้าฯ พระราชทานแจกเงินสลึงแก่พระบรมวงศานุวงศ์ที่ได้ทรงประดับเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ 4 มาในเวลาวันนี้ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบแล้วทรงประเคนพัดทอทอง ด้านหน้าเป็นพระครุฑพาห์ อย่างพัดที่พระราชทานเมื่อ่องานรัชมงคลที่กรุงเก่า แปลกกันแต่คราวนี้พื้นคำ พระสงฆ์ถวายอดิเรกถวายพระพรลาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมารเสด็จออกทรงจุดดอกไม้เพลิง ณ พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ เสด็จขึ้นในเวลา 22.00 น.

พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก พ.ศ. 2531

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "กระบวนรถโมเตอร์คาร์ (สมัยรัชกาลที่ 5)". posttoday. 2015-05-03. สืบค้นเมื่อ 2025-12-03.