พระยาสิงห์เสนี (สอาด สิงหเสนี)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระยาสิงห์เสนี
(สอาด สิงหเสนี)
อัครราชทูตสยาม ณ กรุงลอนดอน
ดำรงตำแหน่ง
พ.ศ. 2442 – พ.ศ. 2445
กษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ก่อนหน้า พระยาวิสุทธิสุริยศักดิ์ (ม.ร.ว.เปีย มาลากุล)
ถัดไป พระยาวิสูตรโกษา (ฟัก สาณะเสน)
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 7 ตุลาคม พ.ศ. 2402
เสียชีวิต 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2474 (71 ปี 132 วัน)
บิดา พระยาเพ็ชรชฎา (ดิศ สิงหเสนี)
มารดา คุณหญิงนุ่ม
คู่สมรส คุณหญิงหงษ์ สิงหเสนี
ศาสนา พุทธ
การเข้าเป็นทหาร
สังกัด กองทัพบกไทย
ยศ RTA OF-7 (Major General).svg พลตรี
บังคับบัญชา Flag of the Royal Thai Army.svg กองทัพบก

นายพลตรี พระยาสิงห์เสนี นามเดิม สอาด สกุลสิงหเสนี เป็นขุนนางชาวสยาม ผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง เช่น องคมนตรี อัครราชทูต เจ้ากรมคลังแสงสรรพาวุธ เป็นต้น

ประวัติ[แก้]

พระยาสิงห์เสนี มีนามเดิมว่าสอาด เกิดเมื่อวันศุกร์ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 11 ปีมะแม ตรงกับวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2402 เป็นบุตรคนที่ 4 ของพระยาเพ็ชรชฎา (ดิศ สิงหเสนี) กับคุณหญิงนุ่ม ถึงปี พ.ศ. 2411 พระอินทรเทพ (ทับ ทรรพนันทน์) ขณะมีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวร ได้พาไปถวายตัวเป็นมหาดเล็กไล่กา[1]

พ.ศ. 2423 ได้ลาอุปสมบท ณ วัดโสมนัสราชวรวิหาร โดยมีสมเด็จพระวันรัตน์ (ทับ พุทฺธสิริ) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร และสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เขียว จนฺทสิริ) เป็นคู่พระกรรมวาจาจารย์ บวชอยู่ 9 เดือนจึงลาสิกขาบท แล้วกลับไปรับราชการ[2]

เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2426 ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเหล่าทัพประจำกรุงปารีส ต่อมาได้เยือนหลายประเทศและเข้าเฝ้าประมุขรัฐหลายท่าน เช่น สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียในระหว่างพระราชพิธีกาญจนาภิเษก สมเด็จพระเจ้าออสการ์ที่ 2 แห่งสวีเดน ประธานาธิบดีโกรเวอร์ คลีฟแลนด์ และจักรพรรดิเมจิ[3]

เมื่อกลับมารับราชการในสยาม ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลนครราชสีมา ได้ถวายบังคมลาไปรับราชการในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2437[4]

วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2439 ได้รับแต่งตั้งเป็นองคมนตรี[5] พ.ศ. 2442-2445 ไปดำรงตำแหน่งอัครราชทูตประจำกรุงลอนดอน[6] พ.ศ. 2443-พ.ศ. 2444 เป็นอัครราชทูตประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.[7] แล้วกลับสยามในปี พ.ศ. 2445

ในปี พ.ศ. 2446 ได้ดำรงตำแหน่งปลัดทูลฉลองกระทรวงกลาโหม เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ท่านได้เข้าพิธีถือน้ำและรับแต่งตั้งเป็นองคมนตรี ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2453[8] พ.ศ. 2453 เป็นเจ้ากรมคลังแสงสรรพาวุธ และในปี พ.ศ. 2455 เป็นผู้ช่วยสมุหราชองครักษ์ ถึง พ.ศ. 2456 จึงเกษียณจากราชการ

ลำดับบรรดาศักดิ์[แก้]

  • 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2430 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็น หลวงสาสตราธิกรณฤทธิ์ ถือศักดินา ๘๐๐[9]
  • 5 กันยายน พ.ศ. 2434 เลื่อนเป็น พระประสิทธิ์ศัลการ ถือศักดินา ๑๐๐๐[10]
  • 4 เมษายน พ.ศ. 2437 เลื่อนเป็น พระยาประสิทธิ์ศัลการ ถือศักดินา 1,500[11]
  • 2 มกราคม พ.ศ. 2460 เลื่อนเป็น พระยาสิงห์เสนี ศรีสยาเมนทรสวามิภักดิ์ ถือศักดินา 1,500[12]

ยศ[แก้]

ครอบครัว[แก้]

พระยาสิงห์เสนี มีบุตรธิดา 3 คนกับคุณหญิงหงษ์ สิงหเสนี (ธิดาของพระยาประชาชีพบริบาล (เหม สิงหเสนี) กับคุณหญิงเกด) ได้แก่

  1. พระยานครราชเสนี (สหัด สิงหเสนี)
  2. คุณหญิงเนื่อง บุรีนวราษฐ์ ภริยาพระยาบุรีนวราษฐ์ (ชวน สิงหเสนี)
  3. นางสาวสนิท สิงหเสนี (หม่อมสนิท กาญจนวิชัย ณ อยุธยา) หม่อมในหม่อมเจ้ารัตโนภาษ กาญจนวิชัย พระโอรสในพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นชาญไชยบวรยศ

และมีบุตรธิดากับอนุภรรยาอีกหลายคน ได้แก่

  1. หลวงศรีสิงหนาท (วาด สิงหเสนี)
  2. หลวงวิเศษพจนการ (เตี้ยม สิงหเสนี)
  3. นายนิน สิงหเสนี
  4. นายโชติ สิงหเสนี
  5. เด็กหญิงสุภาพ สิงหเสนี
  6. เด็กหญิงปิ๋ว สิงหเสนี

อนิจกรรม[แก้]

พระยาสิงห์เสนี ป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบมาตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2474 นายแพทย์ หลวงประกิตเวชศักดิ์ และนายแพทย์ พระสุนทโรสถ จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ช่วยกันรักษา แต่อาการยังทรุดลงเนื่องจากท่านชราภาพ[14] จนถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2474 ได้รับพระราชทานโกศโถประกอบศพ ชั้นรองโกศ 2 ชั้น ฉัตรเบญจาตั้ง 4 คัน เป็นเกียรติยศ[15] และได้รับพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2475 เวลา 17:30 น. ณ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร[16]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

ไทย[แก้]

ต่างประเทศ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

เชิงอรรถ
  1. สายสกุลสิงหเสนี, หน้า 141
  2. สายสกุลสิงหเสนี, หน้า 142
  3. สายสกุลสิงหเสนี, หน้า 143
  4. "ข้าราชการกราบถวายบังคมลา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 11 (6): 44. 6 พฤษภาคม 2437. สืบค้นเมื่อ 4 กรกฎาคม 2561.
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ตั้งองคมนตรี, เล่ม ๑๒, ตอน ๔๑, ๑๒ มกราคม ณ.ศ. ๑๑๔, หน้า ๓๘๖
  6. "List of Thai Ambassadors in UK". สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน. สืบค้นเมื่อ 12 กรกฎาคม 2558.
  7. "List of Thai Ambassadors to the U.S." สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน. สืบค้นเมื่อ 12 กรกฎาคม 2558.
  8. ราชกิจจานุเบกษา, บัญชีพระนามและนามองคมนตรี ที่พระราชทานสัญญาบัตรแล้ว, เล่ม 27, ตอน 0 ง, 1 มกราคม ร.ศ. 129, หน้า 2,273-4
  9. พระราชทานสัญญาบัตร
  10. พระราชทานสัญญาบัตร
  11. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานสัญญาบัตร, เล่ม ๑๑, ตอน ๓, ๑๕ เมษายน ร.ศ. ๑๑๓, หน้า ๒๑
  12. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานสัญญาบัตร์บรรดาศักดิ์, เล่ม ๓๔, ตอน , ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๔๖๐, หน้า ๓๓๒๗
  13. พระราชทานสัญญาบัตร์
  14. สายสกุลสิงหเสนี, หน้า 150
  15. ราชกิจจานุเบกษา, ข่าวตาย, เล่ม ๔๘, ตอน ง, ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๔, หน้า ๒๔๔๗-๘
  16. "หมายกำหนดการ ที่ ๑๐/๒๔๗๕ พระราชทานเพลิงศพ พระภิกษุทรงสมณศักดิ์ และ ข้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส พุทธศักราช ๒๔๗๖" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 49 (0 ง): 4287. 12 มีนาคม 2475.
  17. พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเครื่องยศ
  18. พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (หน้า ๘๐๓)
  19. นายทหารที่ได้รับพระราชทานเหรียญจักรมาลาในศก ๑๑๓
  20. "พระราชทานพระบรมราชานุญาตเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 18 (40): 786. 5 มกราคม ร.ศ. 120. สืบค้นเมื่อ 22 มีนาคม พ.ศ. 2563.
บรรณานุกรม
  • คำให้การเรื่องทัพญวนในรัชกาลที่ 3. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์สยามบรรณกิจ, 2460. 91 หน้า. หน้า (๑)-(๑๖). [พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นายพลตรี พระยาสิงหเสนี (สอาด สิงหเสนี)]
  • สายสกุลสิงหเสนี. กรุงเทพฯ : ประยูรวงศ์พริ้นท์ติ้ง, 2541. หน้า 141-150. [วัดเทพลีลา พิมพ์เป็นบรรณาการในงานพระราชทานเพลิงศพนางสาวจวงจันทร์ สิงหเสนี]