ข้ามไปเนื้อหา

พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

มหาเสวกตรี พระยาศรีสุนทรโวหาร (24 มิถุนายน พ.ศ. 2424 — 6 สิงหาคม พ.ศ. 2466) นามเดิม ผัน สาลักษณ เป็นเจ้ากรมพระอาลักษณ์ องคมนตรี[1]

ปฐมวัย

[แก้]

มหาเสวกตรี พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ) เป็นบุตรของมหาเสวกโท พระยาศรีภูริปรีชา (กมล สาลักษณ) สมุหพระอาลักษณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กับคุณหญิง (พึ่ง) ศรีภูริปรีชา และยังเป็นหลานของพระยาศรีสุนทรโวหาร (ฟัก สาลักษณ) เจ้ากรมพระอาลักษณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับคุณหญิงอิ่ม เกิดเมื่อวันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2424 ปีมะเส็ง ที่เคหาสน์ของพระคชภักดี (ท้วม คชนันท์) ผู้เป็นตา ตำบลถนนเฟื่องนคร จังหวัดพระนคร

การศึกษา

[แก้]

พระยาศรีสุนทรโวหารได้เข้ารับการศึกษาตามลำดับ ดังนี้

ชีวิตราชการ

[แก้]
  • พ.ศ. 2443 รับราชการเป็นเสมียนเอกในกรมราชเลขานุการ
  • พ.ศ. 2445 ย้ายไปรับราชการในกระทรวงนครบาล ในตำแหน่งสารวัตรตรวจหัวเมือง
  • พ.ศ. 2447 ย้ายไปดำรงตำแหน่งนายอำเภอดุสิต[2]
  • 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2451 ย้ายไปดำรงตำแหน่งนายอำเภอพระนคร[3]
  • 5 สิงหาคม พ.ศ. 2452 รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงพิทักษ์เทพนคร ถือศักดินา ๖๐๐[4][5]
  • พ.ศ. 2454 เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นเสมียนตรา
  • 27 สิงหาคม พ.ศ. 2454 รับพระราชทานยศเป็นรองอำมาตย์เอก[6]
  • พ.ศ. 2455 ย้ายไปดำรงตำแหน่งเลขานุการของกระทรวงนครบาล
  • พ.ศ. 2456 เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นข้าหลวงตรวจการศึกษาเป็นพิเศษ
  • พ.ศ. 2456 โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายมารับราชการในกระทรวงมุรธาธรเพื่อเป็นทางสืบตระกูลในหน้าที่อาลักษณ์
  • 1 มกราคม พ.ศ. 2456 รับพระราชทานสัญญาบัตรให้เป็นหลวงสารประเสริฐ ถือศักดินา ๑๖๐๐[7]ตำแหน่งปลัดกรมพระอาลักษณ์
  • 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2457 โปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนยศขึ้นเป็นอำมาตย์ตรี[8]
  • 16 ธันวาคม พ.ศ. 2458 โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระสารประเสริฐ[9]
  • 20 ธันวาคม พ.ศ. 2458 เข้ารับพระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์[10]
  • 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2459 โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนยศเป็นเสวกเอก[11]
  • 30 ธันวาคม พ.ศ. 2459 โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยาศรีสุนทรโวหาร ญาณปรีชามาตย์ บรมนาถนิตยภักดี พิริยพาหะ เจ้ากรมพระอาลักษณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ถือศักดินา ๓๐๐๐[12]
  • 30 ธันวาคม พ.ศ. 2464 โปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนยศขึ้นเป็นมหาเสวกตรี[13]

ราชการพิเศษ

[แก้]
  • องคมนตรี
  • เลขาธิการราชนาวีสมาคมแห่งกรุงสยาม

ยศ

[แก้]
  • 11 พฤศจิกายน 2459 – เสวกเอก[14]
  • มหาเสวกตรี (ยศในพระราชสำนัก)

ยศเสือป่า

[แก้]
  • 3 มกราคม 2456 – นายหมู่ตรี[15]
  • 27 กุมภาพันธ์ 2458 – นายหมู่โท[16]
  • 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2464 นายหมวดเอกเสือป่า[17]
  • 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465 นายกองตรี ตำแหน่งสัสดี กองเสนาหลวงรักษาพระองค์ (ยศในกองเสือป่า)[18]

ผลงานทางด้านการประพันธ์

[แก้]

นอกจากหน้าที่ราชการในฐานะเจ้ากรมพระอาลักษณ์แล้ว พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ) ยังได้สนองพระเดชพระคุณในการประพันธ์ฉันท์ กาพย์ และกลอน กับคิดนามสกุลให้แก่ข้าราชการ นามหม่อมเจ้าและบุตรข้าราชการอีกเป็นอันมาก จนได้รับพระมหากรุณาธิคุณนับให้อยู่ในพวกเพื่อนกวีด้วยผู้หนึ่ง[ต้องการอ้างอิง] ดังจะเห็นได้จากผลงานต่างๆ อันประกอบไปด้วย

  1. อิลราชคำฉันท์ (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานคำนำแห่งหนังสือ และกระทรวงศึกษาธิการได้อนุญาตให้หนังสือเล่มดังกล่าว เป็นแบบสอนอ่านใช้ภายในโรงเรียนอีกด้วย)
  2. ปัญจสิงขร
  3. คำกลอน ฉันท์ และกลอนเบ็ดเตล็ดต่างๆ

ชีวิตครอบครัวและชีวิตในบั้นปลาย

[แก้]

มหาเสวกตรี พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ) ได้ตั้งเคหสถานยังที่พระราชทาน ณ ถนนเพชรบุรี จังหวัดพระนคร และสมรสกับคุณหญิงวงศ์ มีบุตรธิดาจำนวนทั้งสิ้น 4 คน แต่เหลือเพียงบุตรชายใหญ่เพียงคนเดียว คือ ขุนปฏิภาณพิจิตร (กมลวงศ์ สาลักษณ) ต.จ. รับราชการสืบตระกูลอยู่ในกระทรวงมุรธาธร

นอกจากนั้น ยังได้สมรสกับนางแย้มอนุภรรยา มีบุตรธิดารวมจำนวน 4 คน อันได้แก่

  1. นายพงศ์สุนทร สาลักษณ
  2. นายพรพัจน์ สาลักษณ
  3. นางสาวชัชศรี สาลักษณ
  4. นายมณีวรรณ สาลักษณ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

ถึงแก่อนิจกรรม

[แก้]

พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ) ถึงแก่อนิจกรรมในเช้าวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2466 ณ บ้านพักถนนเพชรบุรี สิริรวมอายุได้ 43 ปี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้า ฯ เป็นพิเศษส่วนพระองค์พระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2467 ณ วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร พระราชทานเงิน 2,000 สตางค์ ผ้าไตร 1 ไตร ผ้าขาว 4 พับ และพระราชทานหีบทองชั้นข้าราชการพานทอง กลองชนะเขียวประโคม 8 จ่าปี่ 1 เป็นเกียรติยศพิเศษ[25]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ เจ้ากรมพระอาลักษณ์ องคมนตรี
  2. ↑ ตำแหน่งข้าราชการ กระทรวงนครบาล
  3. ↑ แจ้งความกระทรวงนครบาล
  4. ↑ พระราชทานสัญญาบัตรขุนนาง
  5. ↑ ตำแหน่งข้าราชการ กระทรวงนครบาล
  6. ↑ ประกาศพระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานยศ แก่ข้าราชการกระทรวงนครบาล (หน้า ๑๑๕๗)
  7. ↑ พระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์
  8. ↑ พระราชทานยศและเลื่อนยศ
  9. ↑ ตั้งและเลื่อนบรรดาศักดิ์ (หน้า ๒๑๗๑)
  10. ↑ พระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์
  11. ↑ พระราชทานยศ
  12. ↑ พระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์
  13. ↑ พระราชทานยศ (หน้า ๒๙๓๐)
  14. ↑ พระราชทานยศ
  15. ↑ เลื่อนและตั้งยศนายกองนายหมู่เสือป่า
  16. ↑ พระราชทานยศเสือป่า
  17. ↑ พระราชทานยศนายเสือป่า (หน้า ๓๗๕๓)
  18. ↑ พระราชทานยศเสือป่า
  19. ↑ ราชกิจจานุเบกษา, รายพระนามและนาม สมาชิกสมาชิกา เครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับตระกูลจุลจอมเกล้า พระราชทานในงานพระราชพิธีฉัตรมงคล เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พระพุทธศักราช ๒๔๖๕ เก็บถาวร 2022-09-29 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๓๙ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๒๘๕, ๑๙ พฤศจิกายน ๒๔๖๕
  20. ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เก็บถาวร 2022-09-29 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๓๘ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๓๑๘๖, ๒๙ มกราคม ๒๔๖๔
  21. ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เก็บถาวร 2022-09-29 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๓๖ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๓๒๙๗, ๒๕ มกราคม ๒๔๖๒
  22. ↑ "พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา: 3728. {{cite journal}}: การอ้างอิง journal จำเป็นต้องระบุ |journal= (วิธีใช้)
  23. ↑ พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลปัจจุบัน
  24. ↑ พระราชทานเหรียญราชรุจิ
  25. ↑ พระราชทานเพลิงศพ วันที่ ๒๒ มีนาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๗. (๒๔๖๗, ๒๙ มีนาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม ๔๑ หน้า ๔,๖๑๗.