พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ (สุหร่าย วัชราภัย)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ มานวธรรมศาสตร์สุปรีชา
(สุหร่าย วัชราภัย)
องคมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
พ.ศ. 2560 – 25 กันยายน พ.ศ. 2470
ถึงแก่อนิจกรรมในตำแหน่ง
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2412
บ้านหลวงอุปการโกษากร ถนนสีลม จังหวัดพระนคร
เสียชีวิต 25 กันยายน พ.ศ. 2470 (58 ปี)
บ้านหลวงอุปการโกษากร ถนนสีลม จังหวัดพระนคร
บิดา หลวงอุปการโกษากร (เวท วัชราภัย)
มารดา นางอุปการโกษากร (ปั้น ณ สงขลา วัชราภัย)
คู่สมรส อบ ปันยารชุน

บุนนาค ยุกตะนันท์
จำรัส ภัทรนาวิก
คุณหญิงจำเริญ พิจารณาปฤชามาตย์ (จำเริญ ภัทรนาวิก วัชราภัย)

บุตร นางถนอม จารุรัตน์

คุณหญิงเพิ่ม ดำรงแพทยาคุณ (เพิ่ม พุทธิแพทย์)
หม่อมระรวย เกษมสันต์ ณ อยุธยา
นางสารนัยประสาสน์ (เกษม วัชราภัย ณ สงขลา)
นายกระแสร์ วัชราภัย
นายประพันธ์ วัชราภัย
คุณหญิงประไพ ตีรณสารวิศวกรรม (ประไพ ตีรณสาร)
ท่านผู้หญิงศรีธรรมาธิเบศ (ประภา ณ สงขลา)
นายประพันธ์ วัชราภัย
นางสาวประพิศ วัชราภัย
นายประภาส วัชราภัย
นายประพนธ์ วัชราภัย
นายประพงศ์ วัชราภัย

มหาอำมาตย์โท พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ มานวธรรมศาสตร์สุปรีชา (สุหร่าย วัชราภัย) ป.ม. ท.จ.ว. ท.ช. (26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2412 - 25 กันยายน พ.ศ. 2470) องคมนตรี กรรมการศาลฎีกา กรรมการเนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปถัมภ์

ประวัติ[แก้]

ท่านปั้น อุปการโกษากร
เจ้าพระยาวิเชียรคีรี (เม่น) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาลำดับที่ 6

พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ฯ เกิดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2412 ที่บ้านเดิม ริมถนนสีลม จังหวัดพระนคร เป็นบุตรหลวงอุปการโกษากร (เวท วัชราภัย) มารดาของท่านคือ ท่านปั้น ณ สงขลา ธิดาเจ้าพระยาวิเชียรคีรี (เม่น ณ สงขลา) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลา ลำดับที่ 6 มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 7 คน ดังนี้

1. คุณหญิงวิเชียรคีรี (สมบุญ วัชราภัย ณ สงขลา) ภริยาพระยาวิเชียรคีรี (ชม ณ สงขลา) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลา ลำดับที่ 8
2. คุณหญิงสุรบดินทร์สุรินทรฦๅชัย (บุญรอด วัชราภัย จารุจินดา) ภริยา เจ้าพระยาสุรบดินทร์สุรินทรฦๅชัย (พร จารุจินดา) สมุหพระนครบาล อุปราชมณฑลพายัพ และองคมนตรี
3. นางอนันตสมบัติ (เชื้อ วัชราภัย ณ สงขลา) ภริยาพระอนันตสมบัติ (เอม ณ สงขลา) ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา มารดาของเจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ (จิตร ณ สงขลา) ประธานองคมนตรี และพระยามานวราชเสวี (ปลอด วิเชียร ณ สงขลา) องคมนตรี
4. พระยาพิจารณาปฤชามาตย์มานวธรรมศาสตร์สุปฤชา (สุหร่าย วัชราภัย)
5. คุณหญิงเพชรกำแหงสงคราม (เป้า วัชราภัย ยุกตะนันท์) ภริยาพระยาเพชรกำแหงสงคราม (มะลิ ยุกตะนันท์) ผู้สำเร็จราชการเมืองชุมพร ลำดับที่ 12
6. พระกรณีศรีสำรวจ (แดง วัชราภัย)
7. คุณหญิงศรีสังกร (ตาบ วัชราภัย จารุรัตน์) ภริยาพระยาศรีสังกร (ตาด จารุรัตน์) ประธานศาลฎีกา

พระยาพิจารณาปฤชามาตย์เป็นสมาชิกในสกุลสูงศักดิ์ ทั้งบิดาและมารดา นับทางฝ่ายบิดาพระยาพิจารณาปฤชามาตย์สืบสายมาจากเจ้าพระยาสุรบดินทร์สุรินทรฦาไชย (บุญมี) พระญาติในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและเจ้าขรัวเงิน พระบิดาของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี สมเด็จพระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย สมเด็จพระราชมารดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว นับทางฝ่ายมารดาเป็นหลานเจ้าพระยาวิเชียรคีรี (เม่น ณ สงขลา) และเป็นเหลนท้าวทรงกันดาล (สี) มารดาของเจ้าจอมมารดาแพ ในรัชกาลที่ 4 ผู้เป็นพระมารดาของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพรหมวรานุรักษ์และสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส และยังเป็นหลานเจ้าจอมกุหลาบ ในรัชกาลที่ 4 ดังนั้นพระยาพิจารณาปฤชามาตย์ฯ จึงมีเครือญาติ กว้างขวาง จนถึงเจ้านาย เป็นต้นว่าพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ก็ทรงนับว่าเป็นพระญาติ ดังที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงกล่าวถึงพระยาพิจารณาปฤชามาตย์ฯ ไว้ในหนังสืองานพระราชทานเพลิงศพของท่าน ในฐานะที่ทรงเป็นนายกราชบัณฑิตยสภาไว้ว่า

...เปนสมาชิกในสกุลสูงศักดิ์ ทั้งบิดาและมารดา นับทาง ฝ่ายบิดาพระยาพิจารณาฯ เปนเหลนเจ้าพระยาพลเทพ (หลง) ในรัชชกาล ที่ ๔ นับทางฝ่ายมารดา พระยาพิจารณาฯเปนหลานเจ้าพระยาวิเชียรคิรี ( เม่น ) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลา มาแต่ในรัชชกาลที่ ๔ จนถึง รัชชกาลที่ ๕ ด้วยเหตุนี้พระยาพิจารณาฯ จึงมีเครือญาติ กว้างขวาง จนถึงเจ้านาย มีสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส เปนต้น และกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ก็ทรงนับว่าเปนพระญาติ ทางข้างฝ่ายมารดา ก็เปนญาติเกี่ยวเนื่องกับพวกสกุลณสงขลาทั่วไป ควรนับว่าพระยาพิจารณาฯกอปด้วยชาติวุฑฒิเปนเบื้องต้น...

ในด้านคุณวุฒิของพระยาพิจารณาปฤชามาตย์ฯ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพยังทรงกล่าวไว้อีกว่า

...ส่วนคุณวุฑฒิอันจำต้องเสาะแสวงเองนั้น พระยาพิจารณา ฯ อยู่ในรุ่นหลังของบุคคลจำพวกหนึ่ง ซึ่งเปนคนอาภัพแต่มีโอกาสพิเศษประกอบกัน บุคคลจำพวกนี้มีทั้งในราชสกุลและในสกุลขุนนาง ที่ว่าเปนคนอาภัพ ด้วยเกิดในสมัยบ้านเมืองเริ่มต้องการวิชชาความรู้ของชาวทวีปตะวันตก แต่ยังไม่ถึงสมัยเมื่อมีโอกาสอาจไปศึกษาวิชชาการได้ถึงต่างประเทศโดยสะดวก การศึกษาในประเทศของตนเองก็ยังฝึกสอนบกพร่องกว่าทุกวันนี้อยู่เปนอันมาก บุคคลจำพวกที่กล่าวมา ได้วิชชาความรู้จากศึกษาสถานไม่เท่าใดนัก ต้องอาศัยพยายามศึกษาหาความรู้เอาเองเปนพื้น ผู้ใดไม่อุตสาหะ พากเพียร ก็มักตกอยู่ใน ฐานะเช่นว่า "อย่างเก่าก็ไม่ได้ อย่างใหม่ ก็ไม่ดี" ดังนี้ ที่ว่ามีโอกาสพิเศษประกอบนั้น คือสมัยนั้นเปนเวลารัฐบาลเริ่มจัดการต่าง ๆ หันหาวิธีทวีปตะวันตก กำลังต้องการตัวคนที่ได้ศึกษาอบรมพอแก่การ แม้เพียงเหมาะแก่สมัยนั้น เปนอันมาก ผู้ที่ได้เล่าเรียนสำเร็จในศึกษาสถานมักหาตำแหน่ง รับราชการได้ง่าย แต่ว่าผู้ที่ได้เลื่อนยศและตำแหน่งขึ้นถึงชั้นสูงในสมัยต่อมานั้น อาจกล่าวได้ว่าล้วนเปนผู้ซึ่งพยายามศึกษาหา ความรู้เอาเองต่อมาในเวลาเมื่อเข้ารับราชการแล้วทั้งนั้น..

และทรงบรรยายถึงอุปนิสัยของพระยาพิจารณาปฤชามาตย์ ว่าเป็นผู้มีคุณธรรม สุภาพ ไม่ถือตัว เป็นที่รักใคร่ของผู้คุ้นเคย ไว้ดังนี้

...ในส่วนอัธยาศัย เมื่อได้คุ้นเคยสมาคมกับผู้ใดไม่ว่าจะ เปนชั้นบรรดาศักดิ์สูงหรือต่ำ ย่อมมีจรรยาอันสุภาพอ่อนโยนไม่ถือยศถือศักดิ์ จึงเปนที่ชอบพอรักใคร่ของผู้ที่ได้คุ้นเคยแทบทั่วไป และถ้าจะกล่าวว่าพระยาพิจารณา ฯ เปนผู้มีมิตรสหายหรือผู้ที่ ชอบพอรักใคร่กว้างขวางอย่างยิ่งคนหนึ่งก็เห็นจะไม่ผิดห่างไกลนัก...

พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ ถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคลำไส้พิการเรื้อรัง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2470 เวลา 20.00 น. ณ บ้านหลวงอุปการโกษากร ถนนสีลม จังหวัดพระนคร สิริอายุได้ 58 ปี ได้รับพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ มีประโคมปี่ กลองชนะ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโกศประกอบศพตั้งบนชั้นประดับกระจก 2 ชั้น มีฉัตรเบญจา ตั้ง 4 คัน เป็นเกียรติยศ

การศึกษา[แก้]

พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ฯ ได้เริ่มศึกษาที่โรงเรียนหลวงสอนภาษาอังกฤษ ณ สวนนันทอุทยาน พระราชวังนันทอุทยาน ตั้งแต่อายุได้ 9 ขวบ เรียนภาษาไทยตลอดหลักสูตรซึ่งสอนในสมัยนั้น ภ เมื่ออายุสมควรได้ถวายตัวเปนมหาดเล็กวิเศษตามประเพณีที่เปนบุตรข้าราชการตระกูลสูง แล้วเข้าเรียนภาษาบาลีในมหามกุฎราชวิทยาลัย จนอุปสมบทเปนพระภิกษุในสำนักสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสวัดบวรนิเวศวิหาร ได้ปริญญาชั้นนักเรียนตรีพิเศษ

การทำงาน[แก้]

ผู้สำเร็จเนติบัณฑิตสยามรุ่นแรก เช่นเดียวกับพระยาพิจารณาฯ มีเจ้าพระยามหิธร (ลออ ไกรฤกษ์) ขุนหลวงพระยาไกรสี (เปล่ง เวภาระ) เป็นต้น
โรงเรียนวัดสุทธิวรารามที่พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ เป็นหัวหน้าในการจัดสร้างเพื่ออุทิศเป็นทักษิณานุปทานแด่มารดา

เมื่อลาสิกขาแล้ว ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นที่นายรองเล่ห์อาวุธ มหาดเล็ก โปรดฯ ให้ไปมีตำแหน่งราชการในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติชั่วคราว ในระหว่างนั้น เมื่อ พ.ศ. 2416 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์ขึ้น เป็นนายเสนองานประพาส หุ้มแพร แล้วกลับไปรับราชการในกรมมหาดเล็กตามเดิม ต่อนั้นมาไม่นาน ในสมัยที่พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์เป็นเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม ทรงเริ่มจัดการสอนกฎหมาย พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ฯ ก็ได้โอกาสเข้าศึกษาวิชากฎหมาย สามารถสอบวิชากฎหมายได้เป็นเนติบัณฑิตสยามรุ่นแรก เมื่อพ.ศ. 2441 พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ จึงกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาติ ขอนายเสนองานประพาสไปรับราชการใน กระทรวงยุติธรรม ได้เป็นตำแหน่งเลขานุการเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมเป็นตำแหน่งแรก ต่อมาได้เลื่อนตำแหน่ง และยศบรรดาศักดิ์สูงขึ้นโดยลำดับดังนี้

พ.ศ. 2442 เป็นปลัดกรมอัยการ แล้วไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลมณฑลภูเก็ต

พ.ศ. 2443 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระศิริศาสตร์ประสิทธิ์

พ.ศ. 2445 ได้เป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลมณฑลอยุธยา

พ.ศ. 2449 เป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ข้าหลวงพิเศษ

พ.ศ. 2452 เป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์กรุงเทพฯ

พ.ศ. 2454 ได้รับพระราชทานยศเป็น มหาอำมาตย์ตรี

พ.ศ. 2455 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ มานวธรรมศาสตรสุปฤชา

พ.ศ. 2460 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นองคมนตรี และไปเป็นกรรมการศาลฎีกา

พ.ศ. 2567 ได้รับพระราชทานยศเป็น มหาอำมาตย์โท

ตำแหน่งพิเศษ[แก้]

ผลงานทางวิชาการ[แก้]

ได้เรียบเรียงหนังสือกฎหมายขึ้น ใช้เป็นบทเรียนของผู้ศึกษาวิชากฎหมายและทนายความ คือ

  1. หนังสือคำอธิบายลักษณผัวเมีย พ.ศ. 2461
  2. หนังสือคำอธิบายลักษณมรฎก พ.ศ. 2461
  3. หนังสือกฎหมายลักษณที่ดินเล่ม 1 พ.ศ. 2462

และยังมีหนังสือคำอธิบายหลักกฎหมาย ซึ่งรวบรวมตีพิมพ์โดยขุนศรีบุพพรรณเขตร (อิ่ม) ดังนี้

  1. คำอธิบายหลักกฎหมายประทุษร้ายส่วนแพ่ง
  2. คำอธิบายกฎหมายวิธีพิจารณา อย่างย่อ
  3. คำอธิบายหลักกฎหมายสัญญา อย่างย่อ

ครอบครัว[แก้]

ด้านครอบครัว พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ มานวธรรมศาสตร์สุปรีชา สมรสกับคุณอบ ปันยารชุน คุณหญิงบุนนาค ยุกตะนันท์ คุณจำรัส ภัทรนาวิก และ คุณหญิงจำเริญ พิจารณาปฤชามาตย์ (จำเริญ ภัทรนาวิก วัชราภัย) มีบุตรธิดา 14 คน ดังนี้[1]

อบ ปันยารชุน[แก้]

พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ มีบุตร-ธิดากับคุณอบ ปันยารชุน 2 คน ดังนี้

คุณหญิงบุนนาค ยุกตะนันท์[แก้]

พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ มีธิดากับคุณหญิงบุนนาค ยุกตะนันท์ 1 คน ดังนี้

จำรัส ภัทรนาวิก[แก้]

พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ มีธิดากับคุณจำรัส ภัทรนาวิก 2 คน ดังนี้

คุณหญิงพิจารณาปฤชามาตย์ (จำเริญ ภัทรนาวิก)[แก้]

พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ มีบุตร-ธิดากับคุณหญิงพิจารณาปฤชามาตย์ น้องสาวคุณจำรัส ภัทรนาวิก 9 คน ดังนี้

สกุลวัชราภัย[แก้]

พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ มานวธรรมศาสตร์สุปรีชา เป็นผู้รับพระราชทานนามสกุล "วัชราภัย" (อักษรโรมัน: Vajrâbhaya) โดยเป็นนามสกุลพระราชทานลำดับที่ 186[2] มีบันทึกดังนี้

พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ มานวธรรมศาสตร์สุปรีชา (สุหร่าย) ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ พระอภัยบริบาล (อ้น) เป็นปู่ พระยาวิเชียรคีรี (เม่น) เป็นตา[3]

ลำดับบรรดาศักดิ์[แก้]

  • พ.ศ. 2416 นายเสนองานประพาส หุ้มแพร
  • พ.ศ. 2443 พระศิริศาสตร์ประสิทธิ์
  • พ.ศ. 2454 มหาอำมาตย์ตรี พระศิริศาสตร์ประสิทธิ์
  • พ.ศ. 2455 มหาอำมาตย์ตรี พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ มานวธรรมศาสตรสุปฤชา
  • พ.ศ. 2467 มหาอำมาตย์โท พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ มานวธรรมศาสตรสุปฤชา

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

บำเหน็จความชอบ[แก้]

เครื่องประกอบฐานันดร[แก้]

พงศาวลี[แก้]

อ้างอิง[แก้]