พระยาธาตุพระนม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระยาธาตุพระนม

พระนามเต็ม พระยาพระมหาธาตุเจ้า
ราชวงศ์ ศรีโคตรบูร
วัดประจำรัชกาล วัดหัวเวียงรังษี เมืองธาตุพนม
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ เมืองธาตุพนม
พิราลัย เมืองธาตุพนม

พระยาธาตุพระนม หรือ พระยาพระมหาธาตุเจ้า[1] (ปกครองราว พ.ศ. ๒๑๑๐-๒๑๔๐) ทรงมีพระนามลำลองว่า พระยาธาตุ (พระยาธาด หรือ พระยาทาด) ปรากฏพระนามในเอกสารประวัติศาสตร์เมืองธาตุพนมว่าทรงเป็นเจ้าผู้ปกครองเมืองธาตุพนมเพียงพระองค์เดียวที่ใช้ราชทินนามว่าพระยาธาตุ ทรงเป็นเจ้าผู้ปกครองเมืองพนม (เมืองธาตุพนม) อันเป็นเมืองกัลปนาหรือเมืองพุทธศาสนานคร ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ธาตุพนมยังเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรศรีสัตนาคนหุตล้านช้างเวียงจันทน์ ก่อนตกเป็นประเทศราชของสยาม ทรงเป็นเจ้าโอกาส (เจ้าโอกาด) หรือขุนโอกาส (ขุนโอกลาษ) ผู้รักษากองข้าอุปัฏฐากพระบรมมหาธาตุเจ้าเจดีย์พระนม (พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร) ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษานครแผ่นดินพระมหาธาตุพนม จากสมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชมหาราช (ครองราชย์ พ.ศ. ๒๐๙๑-๒๑๑๔) พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรล้านช้าง (นครหลวงเวียงจันทน์) และอาณาจักรล้านนา (นครเชียงใหม่) พระนามของพระองค์ปรากฏในประวัติศาสตร์อีกครั้งในอีกราว ๓๐ ปีต่อมา ราวรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าพระวรวงศาธรรมิกราชปกครองราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ (พ.ศ. ๒๑๔๑-๒๑๖๕)

พระราชประวัติ[แก้]

พระยาธาตุพนมทรงประสูติในราชวงศ์ศรีโคตรบูร สืบเชื้อสายจากกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองศรีโคตรบูรและเมืองมรุกขนคร[2] อีกทั้งทรงเป็นบรรพบุรุษของเจ้านางจันทะมาสเทวี พระชายาในสมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ ๓ หรือสมเด็จพระเจ้าสิริบุญสาร (ครองราชย์ พ.ศ. ๒๒๙๔-๒๓๒๒) สมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ ๓ หรือสมเด็จพระเจ้าสิริบุญสารและพระชายาจันทะมาสเทวีทรงมีพระราชโอรสพระนามว่า เจ้าพระยาหลวงบุตร์โคตรวงศาเสดถบัวระพาสุวัณณไชยปุคคละวิเศษ (บุตรโคตร รามางกูร) ซึ่งเป็นพระปัยยา (ทวด) ของเจ้าพระรามราชรามางกูรขุนโอกาส (ราม รามางกูร) เจ้าผู้ปกครองเมืองธาตุพนมพระองค์แรกจากราชวงศ์เวียงจันทน์[3] ดังนั้น จึงนับว่าพระยาธาตุพระนมทรงเป็นบรรพบุรุษที่สำคัญพระองค์หนึ่งของเจ้านายผู้ปกครองเมืองธาตุพนมในยุคหลังด้วย

ในคัมภีร์อุรังคธาตุนิทานของนครหลวงเวียงจันทน์[แก้]

ทรงประดิษฐานจารึกเจ้าพระยาหลวงนครสำนวนที่ ๑[แก้]

ในเอกสารปฐมภูมิคัมภีร์ใบลานเรื่อง หนังสืออุลังคนีทาน หรือ พื้นอุลํกาธา สำนวนที่ ๑ ไม่ปรากฏนามผู้ศรัทธาสร้าง ต้นฉบับรักษาไว้ ณ หอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี หน้าลานที่ ๒๒-๒๔ ออกพระนามของพระองค์ว่า พระยาพระมหาธาตุเจ้า พระยาธาด และ เจ้าโอกาด (เจ้าโอกาส) พร้อมกล่าวว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ประดิษฐานจารึกเจ้าพระยาหลวงนครพิชิตราชธานีศรีโคตรบูรหลวงไว้ในวัดพระมหาธาตุเจ้าพระนม ดังปรากฏความว่า

(หน้าลานที่ ๒๒) ...สรกาดราซาได ๖ ปลีกาบยิเดิน ๕ ขึน ๔ คำวัน ๔ รองไค ๓ ตัวพํเจาพรเปันเจาพรยาหลวงนครพพีซีดพรรซาทานิสิเคาตบองเถาเปันปรทานแลพรยาเสนามุติทัลา มิปรสทธสาทธาไนพรสาแริลาพรทธตุไนสสานาจิงมาริจจณากํแปงกำแพงพึนพรมหาทธาตุเจาแลซึซธายยกํขนทาดทัง ๔ ดานกับทังหํเขาพระแทนทัง ๔ ดานแล (หน้าลานที่ ๒๓) สางวัดกับกรตึบสางกำแพงออมพรมหาธาเจาทังมวรลวงยาว ๕ ๑๔ วาลวง ๕ ๑๒ วา ๑๖ วากับทังกปตุขงเพึอไหมํลมึนทึนแกพรสสสนามหาทาตุเจาแลลไหเปันทีปาทธสทธสกับบุซาแกคนแลเทวดาทัลาหันแล นิพพานปจจเยยาเหาตุพํเจาพรยาหลวงสีโคตตบองไหโอวาดแกพรยาทัลาปรกาน ๑ ขาโอกาดยาดทานไหรกสาเดขัดดินดอรไฮนานํหนองปองปาทิไดอันพรยาสสุมินทราดแลปรสาดไหไวเปันอุปกอรแกมหาทาตุพรนมเจาดังนันกํไหไวดังเกาไผยาถอรผุไดหามีโลพรตันหามักมาถกถอรดินดอรไฮนานํหนองกองปาฝุงนันออัอัปปายคมจจจยคึวาคำจิบหายไหเถิงแกมันมีไนเสาหินพรยาทาดฝังไวกอรแลกับตาเจาดานทัง ๔ ธาตุพรนมบุมมสถานไสหัวพรยาทดพรยา (หน้าลานที่ ๒๔) สิวิไสไปตุมคกหอมพิซซซุมลุหลานแลขาโอกาดธาตุพรนมเจาไวยาไหสวรเสันไปทางไตหนเหนิอออัจาซุมทีไดผีหาสวรสนไปนอัออัจาซุมโอกาดพรทาดไปพรยาพรยาทัง ๔ เอาเขามายาไหจิบหายปรกาน ๑ ผิเขาหาถึกหินสินแหงบุคละผุไดไหพรยาทัง ๔ ถองถามเจามีพีนองไหเขาไถเอามาพีบํมีอุปกอรกดีไนดินพรยาพรมหาธาดเจาไปพรยาทัง ๔ เอาไปไถเอามาไวผิสังเอาไหเอานัดกติกาสญไววายาไหฮุบหัวขายบายหัวซึไปไตเหนึอทางไดไหพรยาทัง ๔ มาพอมเจาโอกาด[4]

แปลเป็นภาษาไทยได้ความว่า

(หน้าลานที่ ๒๒) ...ศักราชราชาได้ ๖ ปี กาบยี่ เดือน ๕ ขึ้น ๔ ค่ำ วัน ๔ ฮวงไค้ ๓ ตัว พ่อเจ้าพระเป็นเจ้าพระยาหลวงนครพระพิชิตพระราชาธานีสีโคตบองเถ้าเป็นประธาน แลพระยาเสนามุนตรีทั้งหลาย มีประสัทธสาทธาในพระสารีระพระธาตุในศาสนา จิงมาริจนาก่อแปลงกำแพงพื้นพระมหาธาตุเจ้า แลซื้อทายกขนธาตุทั้ง ๔ ด้าน กับทั้งหอข้าวพระแท่นทั้ง ๔ ด้านแล (หน้าลานที่ ๒๓) สร้างวัดกับกระตึบ (กุฏิ) สร้างกำแพงอ้อมพระมหาธาตุเจ้าทั้งมวล ลวงยาว ๕๔ วา ลวง ๕๒ วา ๑๖ วา กับทั้งก่อประตูขงเพื่อละให้มลมนทิลแก่พระศาสนามหาธาตุเจ้า แลให้เป็นที่ปาทสัทธาสักกบูชาแก่คนแลเทวดาทั้งหลายหั้นแล นิพพานปัจจโยโหตุ พ่อเจ้าพระยาหลวงสีโคตตบองให้โอวาทแก่พระยาทั้งหลาย ประการ ๑ ข้าโอกาสหยาดทานให้รักสาเขตดินดอนไร่นา น้ำหนองป่องปลาที่ใด อันพระยาสุมินทราชแลประสาทให้ไว้เป็นอุปกรณ์แก่มหาธาตุพระนมเจ้าดังนั้นก็ให้ไว้ดังเก่าไผอย่าถอน ผู้ใดหากมีโลภตัณหามักมาถกถอนดินดอนไร่นาน้ำหนองกองปลาฝูงนั้นออก อัปปายคมัจจจยะคือว่าคำจิบหายให้เถิงแก่มัน มีในเสาหินพระยาทาดฝังไว้ก่อนแลกับตาเจ้าด้านทั้ง ๔ ธาตุพระนมบุรมสถาน ใส่หัวพระยาทด พระยา (หน้าลานที่ ๒๔) สิวิไส ไปตุ้มคกหอมพิชชซุมลุกหลานแลข้าโอกาสธาตุพระนมเจ้าไว้ อย่าให้สวนเส็นไปทางใต้หนเหนือออกจากซุมที่ใด ผิหากสวนสนไปนอกออกจากซุมโอกาสพระทาดไป พระยาพระยาทั้ง ๔ เอาเขามาอย่าให้จิบหาย ประการ ๑ ผิเขาหากถืกหินซี้นแห้งบุคละผู้ใด ให้พระยาทั้ง ๔ ถ่องถามเจ้ามีพี่น้อง ให้เขาไถ่เอามาพี้ บ่มีอุปกรณ์กะดีในดินพระยาพระมหาธาตุเจ้าไป พระยาทัง ๔ เอาไปไถ่เอามาไว้ ผิสั่งเอาให้อานัติกติกาสัญญาไว้ว่า อย่าให้ฮุบหัวขายบายหัวซื้อไปใต้เหนือทางใด ให้พระยาทั้ง ๔ มาพร้อมเจ้าโอกาส[5]

ทรงประดิษฐานจารึกเจ้าพระยาหลวงนครสำนวนที่ ๒[แก้]

นอกจากนี้พระนามของพระองค์ยังปรากฏในเอกสารปฐมภูมิคัมภีร์ใบลานเรื่อง หนังสืออุลังคนีทาน (อุลังคะนิทาน) สำนวนที่ ๒ ซึ่งศรัทธาสร้างโดยพ่อเจ้าทิดแดง ต้นฉบับรักษาไว้ ณ หอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี หน้าลานที่ ๒๒-๒๕ โดยออกพระนามของพระองค์ว่า พระยาธาด และ เจ้าโอกาด (เจ้าโอกาส) พร้อมกล่าวว่า พระองค์ทรงเป็นผู้ประดิษฐานจารึกเจ้าพระยาหลวงนครพิชิตราชธานีศรีโคตรบูรหลวงไว้ในวัดพระมหาธาตุเจ้าพระนม ดังปรากฏความว่า

(หน้าลานที่ ๒๒) ...สรงกาชราซาได ๓ ปลี (หน้าลานที่ ๒๓) กาบยีเดีน ๕ ขึน ๔ คำวัน ๔ ฮองไค ๓ ตัว พํเจาพรเปันเจาพรยาหลวงนคอรพีพซีดพรราซาทานีสีเคาตบองเซาเปันปรทานแลพรยาเสนามุนตีทลัมีปาสาทธสทธาไนพรสารีลพรธาตุไนสาสสนาจีงมารีจจณากํแปงกำแพงพึนพรมหาธาตุเจาแลซึซธายยกํขนทาดทัง ๔ ดานกับทังหํเขาพรแวนทัง ๔ ดานแลสางวัดกับกรตึบสางกํกำแพงออมพรมหาธาจเจาทังมวรลวงยาว ๕ ๑๔ วาลวงขวง ๕ ๑๒ วารอบ ๑๖ วากับทังปักตุขงเพีอบํไหเปันมลมีนทึนแกพรสาสสนามหาธาตุเจาแลไหเป้นทีปาทสทธาสกลบุซาแกคนแลเทวดาทลัหันแลนีพพานปจจเยาเหาตุ พํเจาพรยาหลวงสีโคตตบองไหโอวาทแกพรยาทลัวาปรกาน ๑ ขาโอกาดยาดทาน (หน้าลานที่ ๒๔) ไหฮกษาเขัดดีนดอรไฮนานำหนองปวงปาทีไดอันพรยาสุมีนทราชแลปรสาทไหไวเปันอุปลกอรแกมหาทาตุพรนมเจาดังนันกํไหไวดังเกาไผยาถอรผุไดหามีโลพภตณหามักมาถกมาถอรดีนดอรไฮนานำหนองกองปาฝุงนันออัอัปปลายคมจจยคึวาคำจีบหายไหเถิงแกมันมีไนเสาหีนพรยาธาดฝังไวกอรแล กับตาเจาดานทัง ๔ ธาตุพรนมบุมมซถานไสหัวพรยาทสพรยาสีวีไสไหตุมกกปกหอมพีซชซุมลุหลานแลขาโอกาดธาตุพรนมเขาไวยาไหสวรสนไปทางไตหนเหนีอออัจาหมุจาซุมทีได ผีหาสวรสนไปนอัออัจาหมุจาซุมซาวโอกาดพรทาดไปพยาทัง ๔ เอาเขามายาไหจีบหาย ปรกาน ๑ ผีเขาหาถึกหีนสีนแหงบุลคละผุไดไหพรยาทัง ๔ ถองถามเจาหากมีพีนองไห (หน้าลานที่ ๒๕) เขาไถเอามาผีบํมีอุปรกอรกดีไนดีนพรมหาธาดเจาไหพรยาทัง ๔ เอาไปไถเอามาไวผีสังเอาไหอานัดกติกาสญาไววายาไหฮุบหัวขายบายหัวซึไปไตเหนีอทางไดไหพรยาทัง ๒ มาพอมเจาโอกาด... [6]

แปลเป็นภาษาไทยได้ความว่า

(หน้าลานที่ ๒๒) ...สังกราชราชาได้ ๓ ปี (หน้าลานที่ ๒๓) กาบยี่เดือน ๕ ขึ้น ๔ ค่ำวัน ๔ ฮองไค้ ๓ ตัว พ่อเจ้าพระเป็นเจ้าพระยาหลวงนครพิชิตพระราชาธานีสีโคตบองเจ้าเป็นประทาน แลพระยาเสนามนตรีทั้งหลายมีประสาทสัทธาในพระสารีระพระธาตุในศาสนา จึงมาริจนาก่อแปงกำแพงพื้นพระมหาธาตุเจ้าแลถือชะทายก่อขนธาตุทั้ง ๔ ด้าน กับทั้งหอข้าวพระแวนทั้ง ๔ ด้าน แลสร้างวัดกับกระตึบ สร้างก่อกำแพงอ้อมพระมหาธาตุเจ้าทั้งมวล ลวงยาว ๕๔ วา ลวงกว้าง ๕๒ วา รอบ ๑๖ วา กับทั้งปักตูขง เพื่อบ่ให้เป็นมลมินทึน (มลทิน) แก่พระศาสนามหาธาตุเจ้า แลให้เป็นที่ปาทสัทธาสักการะบูชาแก่คนแลเทวดาทั้งหลายหั้นแล นิพพานปจจโยโหตุ พ่อเจ้าพระยาหลวงสีโคตตะบองให้โอวาทแก่พระยาทั้งหลายว่า ประการ ๑ ข้าโอกาสหยาดทาน (หน้าลานที่ ๒๔) ให้รักษาเขตดินดอนไร่นาน้ำหนองปวงปลาที่ใด อันพระยาสุมินทราชแลประสาทให้ไว้ เป็นอุปกรณ์แก่มหาธาตุพระนมเจ้าดังนั้นก็ให้ไว้ดังเก่าไผอย่าถอน ผู้ใดหากมีโลภะตัณหามักมาถกมาถอนดินดอนไฮ่นาน้ำหนองกองปลาฝูงนั้นออก อัปปายคมจจยคือว่าความฉิบหายให้เถิงแก่มัน มีในเสาหินพระยาธาตุฝังไว้ก่อนแลกับตาเจ้าด้านทั้ง ๔ ธาตุพระนมภูมสถาน ใส่หัวพระยาทศพระยาสีวีไส (ศรีวิไชย) ให้ตู้มกกปกหอมพีชซุมลูกหลานแลข้าโอกาสธาตุพระนมเข้าไว้ อย่าให้สวนสนไปทางใต้หนเหนือออกจากหมู่จากซุมที่ใด ผิหากสวนสนไปนอกออกจากหมู่จากซุมซาวโอกาสพระธาตุไป พญาทั้ง ๔ เอาเขามาอย่าให้ฉิบหาย ประการ ๑ ผิเขาหากถืกหินซิ้นแห้งบุคคละผู้ใดให้พระยาทั้ง ๔ ถองถาม เจ้าหากมีพี่น้องให้ (หน้าลานที่ ๒๕) เขาไถ่เอามา ผิบ่มีอุปกรณ์ก็ดีในดินพระมหาธาตุเจ้า ให้พระยาทั้ง ๔ เอาไปไถ่เอามาไว้ ผิสั่งเอาให้อาณัติกติกาสัญญาไว้ว่า อย่าให้ฮุบหัวขายบายหัวซื้อ ไปใต้เหนือทางใดให้พระยาทั้ง ๒ มาพร้อมเจ้าโอกาส[7]

ได้รับแต่งตั้งจากสมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชสำนวนที่ ๑[แก้]

ความในคัมภีร์ใบลานเรื่อง หนังสืออุลังคนีทาน หรือ พื้นอุลํกาธา สำนวนที่ ๑ ฉบับหอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี หน้าลานที่ ๒๙-๓๐ ได้กล่าวถึงสมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชมหาราชทรงเสด็จมายังเมืองธาตุพนม จากนั้นทรงแต่งตั้งพร้อมพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่พระยาธาตุพระนม ดังปรากฏความว่า

(หน้าลานที่ ๒๙) บัดนีจักลาวพรไซเสฐาราชเจาไวจุมแมพรยาทาดแลวกํลงไปเมึงลามมลักปางนันมาจาวาจุมเฮาโอกาดไซหัวพรยาทาดไหพรยาทาดกัสารกัสานํทอรตอรพรมหาทาตุเจายาไหรคาไหเกับกำเอาพิซซอากอรไนเขัดดินดอรอันปีตาเฮาพรองหาเวันไหแกพรมหธาตุเจานันมากทำไวเปันอุปกอรยุดยาเปันเนอเปันหนังแกพรซีนทาดเจาไหฮุงเฮิงไปเทา ๕๐๐๐ วสสเทินคึวาไมคกกกเฮึอขิซันมันยางผางัวลาหวายควายลาเซีอกเฮิอไหล ๓๓ ทาดตายคนายหลองคำตอรคำเตินตกมาไนดินพรมหาทาตุไหเกับเอามาเปันเหนิอหนังแกซินทาเจาคันผุไดเปันไหยฝุงรกัสาเกับเอาอับปายคมนิยาเคึวาคองวินาดจิบหายเถิงแกมันผุรกัสาคันบาวไพฝุงกทำนาไฮสวรแลกทำกานอันควรแลลไหอัปปายคมนิยาคึวาคองวินาดจิบ (หน้าลานที่ ๓๐) หายเถิงแกมันผุบํไหวทัง ๕ มีพรยาสีคตบุรไดเอาเขาไปไซพรพุทธเจายามนันกํจุติไปเกิดฮอยเอัดมาเกิดเปันพรยาสมินตทำไนเมิงมรกนคอรพรยาปัดเสันจุติเกิดเปันบุรีอวายลวายจุติเกีดเปันคนทพพานิจุติเกิดเปันพรยาจักแผนแผวจุติเกิดเปันพรยาพรไซเสัดฐาทิราดเจาหันแลวกุกรสตพรราซาสสาสมเดัดมหาราชเจาแลซยงทองหัวขวงลานซางไนแหงหองปรสิทธีจุมสลาเหลักหักดีนแลสรขอยปปรสิทธีไวกับดินพรสีนทาดวัดปรโคดไสทาดตุพรนมขันคำเจาขอยพรองปงรซากุณาสทธาหมึรสรดินสรขอยไหเปันทานปางนันแล... [8]

แปลเป็นภาษาไทยได้ความว่า

(หน้าลานที่ ๒๙) บัดนี้ จักกล่าวพระไซเสฐาราชเจ้าไว้จุ้มแม่พระยาทาด แล้วก็ลงไปเมืองลามลักปางนั้น มาจาว่าจุ้มเฮาโอกาสใส่หัวพระยาทาด ให้พระยาทาดรักสาน้ำทอนตอนพระมหาธาตุเจ้าอย่าให้ราคา ให้เก็บกำเอาพีชชอากรในเขตดินดอนอันปิตาเฮาพระองค์หากเว้นให้แก่พระมหาธาตุเจ้านั้น มากระทำไว้เป็นอุปกรณ์หยุดยาเป็นเนื้อเป็นหนังแก่พระชินธาตุเจ้าให้ฮุ่งเฮืองไปเท่า ๕,๐๐๐ วัสสาเทอญ คือว่าไม้คกกกเฮือ ขี้ซันมันยางผ้า งัวลากหวายควายลากเชือก เฮือไหล ๓๓ ทาดตายคะนายหลอง คำต่อนคำเตินตกมาในดินพระมหาธาตุ ให้เก็บเอามาเป็นเนื้อหนังแก่ชินธาตุเจ้า คันผู้ได้เป็นใหญ่ฝูงรักสาเก็บเอา อับปายคมนิยาคือว่าคองวินาศจิบหายเถิงแก่มันผู้รักสา คันบ่าวไพร่ฝูงกระทำนาไฮ่สวนแลกระทำการอันควรแลให้อัปปายคมนิยาคือว่าคองวินาศจิบ (หน้าลานที่ ๓๐) หายเถิงแก่มันผู้บ่ไหว้ทั้ง ๕ มีพระยาสีโคตบูรได้เอาเขาไปใช้พระพุทธเจ้ายามนั้น ก็จุติไปเกิดฮ้อยเอ็ดมาเกิดเป็นพระยาสมินตะทำในเมืองมรุกนคร พระยาปัดเสนจุติเกิดเป็นบุรีอวายลวาย จุติเกิดเป็นคันทัพพานิ จุติเกิดเป็นพระยาจักแผ่นแผ้ว จุติเกิดเป็นพระยาพระไซเสดฐาทิราชเจ้าหั้นแล้ว กูกระสัตพระราชาสสาสมเด็จมหาราชเจ้าแลเชียงทองหัวข่วงล้านช้างในแห่งห้อง ประสิทธิจุ้มสิลาเลกหักดินแลสละข้อยประสิทธิไว้กับดินพระชินธาตุวัดประโคด ใส่ธาตุพระนมขันคำเจ้าข้อยพระองค์ ปลงราชกูณาสัทธาหมื่นสละดินสละข้อยให้เป็นทานปางนั้นแล...[9]

ได้รับแต่งตั้งจากสมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชสำนวนที่ ๒[แก้]

ความในคัมภีร์ใบลานเรื่อง หนังสืออุลังคนีทาน (อุลังคะนิทาน) สำนวนที่ ๒ ฉบับหอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี หน้าลานที่ ๓๐-๓๒ ปรากฏความว่า

(หน้าลานที่ ๓๐) ...บัดนีจักลาวพรไซเสฏฐาทีลาชเจาไวจุมแมพรยาทาดแลวกํลงไปเมีงลามลักปางนันมาจาวาจุมเฮาโอกาดไซหัวพรยาทาดไหพรยาธาดฮกสานำทอรตอรพรมหาทาตุเจายาไหลาคาไหเกับ (หน้าลานที่ ๓๑) กำเอาพีซซอากอรไนเขัดดีนดอรอันปีตตุปีตตาเฮาพรองหาไดเวันไหแกพรมหาธาตุเจานันมากทำไวเปันอุปปกอรยุดยาเปันเนีอเปันหนังแกพรซีนนธาดเจาไหฮุงเฮีองไปเทา ๕๐๐๐ วสสาเทีนคึวาไมกกตกเฮีอขีซันมันยางตนเผีงยางผางัวลาหวายควายลาเซีอกเฮีกไหล ๓๓ ทาซางตายคนายหลอนคำตอรคำเตีนตกมาไนดีนพรมหาธาตุไหเกับเอามาเปันเหนีอหนังแกซีณณธาจเจาคันผุไดเปันไหยฝุงฮกสาบํเกับเอาอัปปายคมนียคึวาคองวีนาดจีบหายเถีงแกมันผุรกสาคันบาวไพฝุงกทำนาไฮสวรแลกทำกานอันควรแลบํไหอปายคมนียะคึวาคองวีนาดจีบหายเถีงแกมันผุบํไหวทัง ๕ มีพรยาสีโคตตบุรไดเอาเขาไปไสพรพุทธเจายามนันกํจุตติไปเกีดเมีงฮอยเอัดมาเกีดเปัน (หน้าลานที่ ๓๒) พรยาสุมีตตธำไนเมีงมรกคนคอรพรยาปัดเสันจุตตีเกีดเปันบุรีอวายลวายจุตตีเกีดเปันคนทพพานีจุตติเกีดเปันพรยาจกกแผนแผวจุตตีเกีดเปันพรไซเสฐาทีราชเจาหันแลกุกรสตตพรราชอาชยาสมเดัดมหาราชแลซยงทองหัวของลานซางไนแหงหองปรสีทธีจุมสลาเลักหักดีนแลสรขอยปสีทธิไวกับดีนพรซีนนทาดวัดปาโกดไสธาตุพรนมคังคำเจาขอยพรองปงราชกุณาสทธาหมึรสรดีนสรขอยไหเปันทานปางนันแล...[10]

แปลเป็นภาษาไทยได้ความว่า

(หน้าลานที่ ๓๐) ...บัดนี้ จักกล่าวพระไชเสฏฐาทิลาชเจ้าไว้จุ้มแม่พระยาทาด แล้วก็ลงไปเมืองลามลักปางนั้นมา จาว่าจุ้มเฮาโอกาสไส่หัวพระยาทาด ให้พระยาธาดฮักสาน้ำทอนต่อนพระมหาธาตุเจ้าอย่าให้ลาคาให้เก็บ (หน้าลานที่ ๓๑) กำเอาพีชชอากรในเขตดินดอนอันปิตตุปิตตาเฮาพระองค์หากได้เว้นให้แก่พระมหาธาตุเจ้านั้น มากระทำไว้เป็นอุปกรณ์หยุดยา เป็นเนื้อเป็นหนังแก่พระชินนธาตุเจ้า ให้ฮุ่งเฮืองไปเท่า ๕,๐๐๐ วัสสาเทอญ คือว่าไม้กกตกเฮือ ขี้ซันมันยาง ต้นเผิ้งยางผา งัวลากหวายควายลากเชือก เฮือกไหล ๓๓ ท่า ช้างตายขนายหล่อน คำต่อนคำเติน ตกมาในดินพระมหาธาตุให้เก็บเอามาเป็นเนื้อหนังแก่ชิณณธาตุเจ้า คันผู้ใดเป็นใหญ่ฝูงฮักสาบ่เก็บเอา อัปปายคมนียะคือว่าคองวินาจฉิบหายเถิงแก่มันผู้รักสา คันบ่าวไพร่ฝูงกระทำนาไฮ่สวนแลกระทำการอันควร แลบ่ให้อปายคมนียะคือว่าคองวินาจฉิบหายเถิงแก่มัน ผู้บ่ไหว้ทั้ง ๕ มีพระยาสีโคตตบูรได้เอาเข้าไปใส่พระพุทธเจ้ายามนั้น ก็จุตติไปเกิดเมืองฮ้อยเอ็ด มาเกิดเป็น (หน้าลานที่ ๓๒) พระยาสุมิตตธำในเมืองมรกคนคอร (มรุกขนคร) พระยาปัดเสนจุตติเกิดเป็นบุรีอว่ายลว่าย จุตติเกิดเป็นคันทัพพานี (จันทพานิช) จุตติเกิดเป็นพระยาจักกแผ่นแผ้ว จุตติเกิดเป็นพระไชเสฐาทิราชเจ้าหั้นแล กูกระสัตตะพระราชอาชยาสมเด็จมหาราชแล เชียงทองหัวของ (หัวโขง) ล้านช้างในแห่งห้องประสิทธิจุ้มศิลาเลกหักดิน แลสละข้อยประสิทธิไว้กับดินพระชินนธาตุวัดป่าโกดใส่ธาตุพระนมคัง (ดัง) คำเจ้าข้อยพระองค์ ปลงราชกูณาสัทธาหมื่น สละดินสละข้อยให้เป็นทานปางนั้นแล...[11]

ในอุรังคธาตุนิทานของเมืองจำพอน[แก้]

ความในคัมภีร์ใบลานเรื่อง อุลังกทาดผูกเดียว ฉบับวัดอับเปวันนัง บ้านบกท่ง เมืองจำพอน แขวงสุวรรณเขต หน้าลานที่ ๑๓-๑๖ กล่าวถึงพระนามและเนื้อหาเกี่ยวกับพระยาธาตุพระนมในสำนวนใกล้เคียงกันกับหนังสืออุลังคนีทาน (อุลังคะนิทาน) สำนวนที่ ๑ และ ๒ ฉบับหอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี แต่ก็มีข้อแตกต่างอยู่บ้างเล็กน้อย โดยไม่กล่าวถึงการประดิษฐานหลักจารึกของเจ้าพระยาหลวงนคร ดังปรากฏความว่า

(หน้าลานที่ ๑๓) ...บัดนีจักลาวพรไซเสฐาทีราดเจาไวจุมแกพรยาทาดแลวกํลงไปเมิงลามมลักปนันมาจาวาจุมเฮาพรองไสหัวพรยาทาดไหพรยาทาดไหพรยาทาดฮักสานคอรตอรดีนพรมหาทาดตุเจายาไหคางคาไหเกับ (หน้าลานที่ ๑๔) กำเอาภีซอากอรไนเขัดดินดอรอันปิตุปิตตาเฮาพรองหาไดกันไหแกพรมหาทาตุเจานันมากทำไวเปันเปันอุปรกอรยุดยาเปันเนิอเปันหนังพรซินนทาดเจาไหฮุงเฮิงไปเทา ๕ พันวสสาเทินคึวาไมทกกกเฮิอซีซันมันยางตนคนายหลอรคำตอรคำเตินตกมาไนดีนพรมหาทาตุไหเกับกำเอามาเปันเนิอหนังพรซินนถาตุคันผุไดเปันไหยฝุงฮกัสาเกับเอาอปยาคมนี...(ชำรุด)...ไหล ๓ ทาซางตายพรยาคำแดงพรยาจุรลละณีพรยาพรหมทัดพรยาอินทปถนคอรจุงแขนกันพรยานันทเสนาเขาบายมึพรยาทัง ๔ ซุคนแลวกํ....กันลาพาจาภุกำฟาไปสุบานเมิงแหงตนกมีวันนันแลอันอํรหนตเจา ๕ ฮอยมีมหากสสปรเจาเปันปรทานกับพรยาทัง ๕ กํอุปมุงไวอุลังกทาตุทีภุกำพาแลวกอรแลยามนันพรยาอีนมีหมุเทวดาทัลามานักลงมาสุภุกำพาจาตาวติงสาสวัร (หน้าลานที่ ๑๕) ...จีงอานัดวิสุกมมเทวบุดแตงริดจานาลายดอัลายเคิอฮุปเทวบุดเทวดาดาฮุปพรยาอีนพรจันฮุปพรยาทัง ๕ ไวอุปมุงทัง ๕ ดานอานัดไหแตมฮุปอํรหนต ๕ ฮอยแลฮุปพรยาสีสุ...สีมหามายาวีสขาเทวบุดไวกำไนแลวจีงสกกรบุซาดวยดอัไมคนทรสสของบหมตุลียยนนตีเคิงเสัยทังมวรแลวจีงไหนางเทวดาทัง ๔ ตนมีนางสุซาดาเปันตนแตงเคิงอุปราถา...แกว ๕...เคิงแกวแลวดวยคำทังมวรกับทังดอกลิลวงทิบบํรุหุยหยวจัเทิอปรทิบ ๔ ดวงปดับเทา ๕ พันพรวสสาพุรแซละพรยาอีนแลนางฟาทัง ๔ เอาไปบุซาไวไนอุปมุงเจาไสหัวแลวจีงออกมาจีงอานัดวีสุกมมเทวบุดไหจีงเติมสุมีตตาทำไนเมิงมมรุกขนาคอรพรยาปเสันจุตตีเกีดเปันบุลีนอวายลวายคันจุตตีเกีดเปันจนทพพานีดคันจุตตีเกีดเปันพรยาจกกแผนแผวคันจุตติเกีดเปันพรไซเสฐาทีราดเจาหันแลพร (หน้าลานที่ ๑๖) หมสตตุพรราซาอาดยาสมเดัดมหาราชแลซยงทองหัวลานไนแหงหองปรสีทธีจุมสีลาเลักหลักดีนแลสรขอยปสิทธีไวกับดีนพรซินนาทาดวัดปาโกดไสทาดตุพรนมคันคำเจาขอยพรองพรราซาอาดยากุณาสทธาหมึรพรยาสรดีนสรขอยไหเปันปทานนันแล...[12]

แปลเป็นภาษาไทยได้ความว่า

(หน้าลานที่ ๑๓) ...บัดนี้ จักกล่าวพระไชเสฐาทิราดเจ้าไว้จุ้มแก่พระยาทาด แล้วก็ลงไปเมืองลามมลักป (าง) นั้น มาจาว่าจุ้มเฮาพระองค์ใส่หัวพรยาทาดให้พระยาทาด ให้พระยาทาดฮักสานครต่อนดินพระมหาธาตุเจ้าอย่าให้ค้างคา ให้เก็บ (หน้าลานที่ ๑๔) กำเอาภีชอากรในเขตดินดอนอันปิตุปิตตาเฮาพระองค์ หากได้กันให้แก่พระมหาธาตุเจ้านั้น มากระทำไว้เป็นเป็นอุปกรณ์หยุดยาเป็นเนื้อเป็นหนังพระชินนธาตุเจ้า ให้ฮุ่งเฮืองไปเท่า ๕ พันวสสาเทอญ คือว่า ไม้ทกกกเฮือ ซีซันมันยาง ตนขนายหล่อน คำต่อนคำเตินตกมาในดินพระมหาธาตุ ให้เก็บกำเอามาเป็นเนื้อหนังพระชินนธาตุ คันผู้ใดเป็นใหญ่ฝูงฮักสาเก็บเอาอปยาคมนี...(ชำรุด)...ไหล ๓ ท่าช้างตาย พระยาคำแดง พระยาจุลลณี พระยาพรหมทัด พระยาอินทปัถนครจูงแขนกัน พระยานันทเสนาเข้าบายมือพระยาทั้ง ๔ ซุคนแล้ว ก็....กันลาพากจากภูก่ำฟ้าไปสู่บ้านเมืองแห่งตนก็มีวันนั้นแล อันอรหันตเจ้า ๕ ฮ้อยมีมหากัสสปเจ้าเป็นประธาน กับพระยาทั้ง ๕ ก่ออูบมุงไว้อุลังกธาตุที่ภูกำพ้าแล้วก่อนแล ยามนั้น พระยาอินทร์มีหมู่เทวดาทั้งหลายมากนัก ลงมาสู่ภูกำพ้าจากตาวติงสาสวรรค์ (หน้าลานที่ ๑๕) ...จิงอานัติวิสุกัมมเทวบุตรแต่งริจจานาลายดอกลายเคือ ฮูปเทวบุตรเทวดา ฮูปพระยาอินทร์ พระจันทร์ ฮูปพระยาทั้ง ๕ ไว้อูบมุงทั้ง ๕ ด้าน อานัติให้แต้มฮูปอรหนต์ ๕ ฮ้อย แลฮูบพระยาสีสุ...สีมหามายาวิสขาเทวบุตรไว้ก้ำใน แล้วจิงสักการบูชาด้วยดอกไม้คันทรัสสะของหอมตุลียนันตีเครื่องเสียทั้งมวลแล้ว จิงให้นางเทวดาทั้ง ๔ ตน มีนางสุชาดาเป็นต้น แต่งเครื่องอุปถาก...แก้ว ๕...เครื่องแก้วแล้วด้วยคำทั้งมวล กับทั้งดอกลิลวงทิพย์บ่รู้หุยเหี่ยวจักเทื่อ ประทีป ๔ ดวง ประดับเท่า ๕ พันพระวัสสาพุ้นชะแล พระยาอินทร์แลนางฟ้าทั้ง ๔ เอาไปบูชาไว้ในอูบมุงเจ้า ใส่หัวแล้วจิงออกมา จิงอานัติวิสุกัมมเทวบุตรให้จิงเติม สุกมิตตาธำในเมืองมมรุกขนาคอร พระยาปเสนจุตติเกิดเป็นบุลีนอวายลวาย คันจุตติเกิดเป็นจันทัพพานีช คันจุตติเกิดเป็นพระยาจักกแผ่นแผ้ว คันจุตติเกิดเป็นพระไซเสฐาทิราดเจ้าหั้นแล พระ (หน้าลานที่ ๑๖) หมสัตตุพระราชาอาจญาสมเด็ดมหาราชแลเชียงทองหัวล้าน ในแห่งห้องประสิทธิจุ้มศิลาเลกหลักดิน แลสละข้อยประสิทธิไว้กับดินพระชินนาธาตุวัดป่าโกดใส่ธาตุพระนม คันคำเจ้าข้อยพระองค์พระราชาอาจญากูณาสัทธาหมื่น พระยาสละดินสละข้อยให้เป็นปทานนั้นแล...[13]


ให้พระยาทาดฮักสานครต่อนดินพระมหาธาตุเจ้า

– อุลังกทาดนิทาน ฉบับวัดอับเปวันนัง เมืองจำพอน แขวงสุวรรณเขต ลาว

จารึกเจ้าพระยาหลวงนครฯ ประดิษฐานโดยพระยาธาตุ[แก้]

ข้อมูลจารึก อุรังคธาตุหอสมุดแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี สปป.ลาว ๒ ฉบับ ระบุพระยาธาตุปักจารึกเจ้าพระยาหลวงนครฯ ในวัดพระธาตุพนม จารึกไม่ถูกทำลาย บัญชีทะเบียนโบราณวัตถุกองหอสมุดแห่งชาติกำหนดชื่อเป็น นพ. ๑ จารึกวัดพระธาตุพนม ศิลาจารึกอีสานสมัยไทย-ลาวกำหนดชื่อจารึกวัดพระธาตุพนม ๒ อุรังคนิทานกำหนดชื่อศิลาจารึกของเจ้าพระยานคร เรียกทั่วไปว่าจารึกวัดพระธาตุพนม ๒ ด้าน ๑ จารึกอักษรลาวเดิมหรือลาวเก่า (ไทน้อย) ภาษาลาว พ.ศ. ๒๑๕๗ วัตถุหินทรายรูปเสมา ๑ ด้าน ๑๘ บรรทัด กว้าง ๔๘ ซ.ม. สูง ๖๓ ซ.ม.[14] โปรดฯ สร้างโดยเจ้าพระยาหลวงนครฯ กษัตริย์นครพนมไม่พบนามผู้พบและปีที่พบ รักษาในห้องเก็บของวิหารคดวัดพระธาตุพนมว พิมพ์เผยแพร่ในจดหมายเหตุการบูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุพนม[15] ศิลาจารึกอีสานสมัยไทย-ลาว[16] อุรังคนิทาน[17] เนื้อหาสังเขประบุเจ้าพระยาหลวงนครฯ พร้อมท้าวพระยาท้องถิ่นบูรณะพระธาตุพนมสร้างกำแพงแก้วล้อมและสร้างถาวรวัตถุ ท้ายจารึกสาปแช่งผู้ถือครองทำลายข้าโอกาสดินไร่นาวัด ทรงบูรณะเรือนธาตุชั้น ๑ และตกแต่งคงหมายถึงลายจำหลักอิฐรอบเรือนธาตุ อายุจารึกระบุบรรทัด ๑ จ.ศ. ๙๗๖ (พ.ศ. ๒๑๕๗) สมัยพระวรวงศาธรรมิกราช (พ.ศ. ๒๑๔๑-๖๕) สำเนาได้จากภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๔๕ เลขทะเบียน CD; INS-TH-14, ไฟล์; Nph_0100_c หนังสือพระยาพนมนครานุรักษ์ ๑๒ ตุลาคม ๒๔๖๓ กราบทูลสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพระบุเพิ่งค้นพบและคัดสำเนาส่ง บัญชีสำรวจกรมศิลปากร พ.ศ. ๒๔๖๗ ระบุ ...หินฝังที่บัลลังก์ของพระวิหารทิศตะวันออก จำนวน ๑๘ บรรทัด ภาษาไทย จ.ศ. ๙๗๖... หนังสือที่ ๒๕๙/๒๔๙๕ แผนกศึกษาธิการจังหวัดนครพนมแจ้งว่า ...ตามที่กรมศิลปากรให้ค้นหาศิลาจารึกที่พระธาตุพนมที่ประตูตะวันออกวิหารทิศใต้ มีจารึก ๖ แห่ง ๆ ละ ๑๔ บรรทัดนั้นทางจังหวัดนครพนมหาไม่พบแต่พบจารึกรายอื่นจึงคัดลอกส่งมา... (จารึกบนแผ่นดินเผาธาตุพนม ๓) ไม่กล่าวถึงจารึกพระธาตุพนม ๒ เชื่อว่าจารึกนี้อยู่ถึงสมัยพระธาตุพนมถล่มดังจดหมายเหตุการบูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุพนม พ.ศ. ๒๕๒๒ หน้า ๒๙ กล่าวว่า ...พระเจ้าเมืองนครพนมได้มาปฏิสังขรณ์วัดพระธาตุพนมเมื่อศักราช ๙๗๖ ตรงกับ พ.ศ. ๒๑๕๗ และได้ทำจารึกขึ้นแผ่นหนึ่ง กล่าวถึงถาวรวัตถุที่ได้บูรณะ ศิลาจารึกหลักนี้เดิมพบอยู่ที่ใต้ฐานหอพระแก้วจึงขุดขึ้นมาประดิษฐานไว้ตรงมุมกำแพงแก้วด้านเหนือ ครั้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ สร้างกำแพงแก้วใหม่ จึงย้ายมาที่เชิงปราสาทหอข้างพระด้านหน้าองค์พระธาตุพนม เมื่อองค์พระธาตุพนมล้มศิลาจารึกก็ถูกพังทับด้วย.. อ่านครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๖๓ ส่งกรุงเทพฯ พร้อมสำเนาลายมือผู้อ่านชื่อนายจารย์ ธรรมรังสี และรองอำมาตย์ตรี วาศ สมิตยนตร์ จด พระเทพรัตนโมลีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกในอุรังคนิทานต่อมาพิมพ์ในจดหมายเหตุการบูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุพนม[18]

คำแปลจารึก (บ.๑) (สังกราช ๙๗๖) ปีกาบยี่ เดือน ๕ ขึ้น ๔ ค่ำ วัน ๕... (บ.๒) (พระเป็นเ) จ้าพระยานครหลวงพิชิตราชธานี (ศรีโคตรบองเจ้า เ) (บ.๓) (ป็นประ) ธานแก่ท้าวพระยาเสนามนตรีทั้ง หลายมี (ปสาทศรัทธาใ) (บ.๔) ๔ นพระสารีริกธาตุศาสนาพระ (พ) นม จึงมาเลิก (ยกยอก่อเ) (บ.๕) เปงตีนพระมหาธาตุเจ้า แลถือชะทายคาดธาตุทั้ง ๔ ด้าน กับ (บ.๖) ทั้งหอข้าวพระ แลแท่นบูชา ๔ ด้านแลสร้างวัด กั (บ.๗) บก่อตึบสงฆ์ ก่อกำแพงอ้อมพระมหาธาตุเจ้าทั้ง ม (บ.๘) วล ล่วงยาว ๕๔ วา ล่วงกว้าง ๕๒ วา รอม ๑๐๖ วา กับ (บ.๙) ประตูขง เพื่อบ่ให้เป็นมลมึนทึนแก่พระศาสนา (บ.๑๐) มหาธาตุเจ้า แลให้เป็นที่ปสาทศรัทธาสักการะบู (บ.๑๑) ชาแก่ตนแลเทวดาทั้ง หลายหั้นแล นิพพานปัจจโย (บ.๑๒) โหตุ ประการหนึ่ง ข้าโอกาสหาดทาน เขตแดนดินดอน (บ.๑๓) ไร่นาน้ำหนองกองปลาที่ใด อันแต่พระยาสามินทรรา (บ.๑๔) ช แลประสาทให้ไว้เป็นอุปการแก่พระมหาธา (บ.๑๕) ตุพนมเจ้าดังเก่า ไผอย่าถกอย่าถอน ผิผู้ใดโลภะ (บ.๑๖) ตัณหามาก หากยังมาถกมาถอนดินดอนไร่นา (บ.๑๗) บ้านเมืองน้ำหนองกองปลาฝูงนั้นออก อปายค (บ.๑๘) มนียะให้เถิงแก่มัน ((บ.๑) (สังกฺราช ๙๗๖) ปีกาบยีเดีน ๕ ขึน ๔ คำวนั ๕... (บ.๒) (พฺระเปนเ) จาพฺยาหฺลวงนครพีชีตฺรราชทานิ (สีเคาตฺรบองเจาเ) (บ.๓) (ปนปะ) ทานแกทาวพฺยาเสนามนฺตลีทงัหฺลายมิ (ปะสาทฺธะสดัธาไ) (บ.๔) นพฺระสาริกะทาดตุสาดสะห̅นาพฺระนมจึงมาเลิก (ยกยํกํเ) (บ.๕) เปงตินพฺระมหาทาดตุเจาแลถึชะทายคลาทฺธาดทงั ๔ ดานกบั (บ.๖) ทงัหํเขาพฺระแลแทนบูชา ๔ ดานแลสางวัดก (บ.๗) ปักติบสงักํกำแพงออมพฺระมหาทฺธาดเจาทงัม (บ.๘) วนลวงยาว ๕๔ วาลวงกวาง ๕๒ วารอม ๑๐๖ วารอม ๑๐๖ วากบั (บ.๙) ปดัตูขงเพือบํไหเปนมะละมึนทึนแกพฺระสาษห̅นา (บ.๑๐) มหาทาดเจาแลไหเปนทีปดัสาทฺธะสดัทฺธาสกักะละบู (บ.๑๑) ชาแกคนแลเทวะดาทงัหฺลายหนัแลนีพานนปะไจโย (บ.๑๒) โหตูปฺรการนีงขาโอกาดอ̅ยาดทานเขดัแดนดีนดอน (บ.๑๓) ไรนานำห̅นองกองปาทีไดอันแตพฺยาสามีนตฺระรา (บ.๑๔) ชแลปฺระสาทฺธะใหไวเปนัอุปะการแกพฺระมํหาทาด (บ.๑๕) ตุพฺระนัมเจาดงัเกาไผอฺยาถกอฺยาถอนผีผูไดโลพฺระ (บ.๑๖) ตนัหามากหากยงัมาถกมาถอนดินดอนไรนา (บ.๑๗) บานเมิองนำห̅นองกองปาฝูงนนัออกอปัปายะคะ (บ.๑๘) มนิยะไหเถิงแกมนั[19]


ก่อนหน้า พระยาธาตุพระนม ถัดไป
พันเฮือนหินและพันซะเอ็ง 2leftarrow.png เจ้าโอกาส (เจ้าเมือง) ธาตุพนม



อ้างอิง[แก้]

  1. พื้นอุลํกาธา ฉบับหอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี หน้าลานที่ ๒๔
  2. ดวง รามางกูร. พื้นประวัติวงศ์เจ้าเมืองพนม. ม.ป.พ.. ม.ป.ป..
  3. ดวง รามางกูร. พื้นประวัติวงศ์เจ้าเมืองพนม. ม.ป.พ.. ม.ป.ป..
  4. พื้นอุลํกาธา ฉบับหอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี หน้าลานที่ ๒๒-๒๔
  5. พื้นอุลํกาธา ฉบับหอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี หน้าลานที่ ๒๒-๒๔
  6. หนังสืออุลังคนีทาน (อุลังคะนิทาน) สำนวนที่ ๒ ฉบับหอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี หน้าลานที่ ๒๒-๒๕
  7. หนังสืออุลังคนีทาน (อุลังคะนิทาน) สำนวนที่ ๒ ฉบับหอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี หน้าลานที่ ๒๒-๒๕
  8. พื้นอุลํกาธา ฉบับหอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี หน้าลานที่ ๒๙-๓๐
  9. พื้นอุลํกาธา ฉบับหอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี หน้าลานที่ ๒๙-๓๐
  10. หนังสืออุลังคนีทาน (อุลังคะนิทาน) ฉบับหอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี หน้าลานที่ ๓๐-๓๒
  11. หนังสืออุลังคนีทาน (อุลังคะนิทาน) ฉบับหอสมุดแห่งชาติ บ้านเชียงยืน กำแพงนครเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี หน้าลานที่ ๓๐-๓๒
  12. อุลังกทาดผูกเดียว ฉบับวัดอับเปวันนัง บ้านบกท่ง เมืองจำพอน แขวงสุวรรณเขต หน้าลานที่ ๑๓-๑๖
  13. อุลังกทาดผูกเดียว ฉบับวัดอับเปวันนัง บ้านบกท่ง เมืองจำพอน แขวงสุวรรณเขต หน้าลานที่ ๑๓-๑๖
  14. http://www.sac.or.th/databases/inscriptions/inscribe_image_detail.php?id=2170
  15. ดูรายละเอียดใน วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร, จดหมายเหตุการบูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุพนม, (กรุงเทพฯ: คณะกรรมการดำเนินงานบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในองค์พระธาตุพนม, ๒๕๒๒), หน้า ๒๙-๓๐.
  16. ไม่ปรากฏนาม, ศิลาจารึกอีสานสมัยไทย-ลาว, (กรุงเทพฯ: คุนพินอักษรกิจ, ๒๕๓๐), หน้า ๓๐๔-๓๐๗.
  17. ไม่ปรากฏนาม, อุรังคนิทาน (กรุงเทพฯ: นีลนาราการพิมพ์, ๒๕๓๗), หน้า ๑๒๗-๑๒๙.
  18. http://www.sac.or.th/databases/inscriptions/inscribe_detail.php?id=2169
  19. ดูรายละเอียดใน http://www.sac.or.th/databases/inscriptions/inscribe_detail.php?id=2169