พระมงคลวุฒ (เครื่อง สุภทฺโท)
พระมงคลวุฒ (เครื่อง สุภทฺโท) | |
|---|---|
| คำนำหน้าชื่อ | พระคุณท่าน ท่านเจ้าคุณ |
| ชื่ออื่น | หลวงปู่เครื่อง |
| ส่วนบุคคล | |
| เกิด | 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2453 (98 ปี) |
| มรณภาพ | 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 |
| นิกาย | มหานิกาย |
| การศึกษา | น.ธ.เอก |
| ตำแหน่งชั้นสูง | |
| ที่อยู่ | วัดสระกำแพงใหญ่ จังหวัดศรีสะเกษ |
| บรรพชา | พ.ศ. 2471 |
| อุปสมบท | พ.ศ. 2474 |
| พรรษา | 77 |
| ตำแหน่ง | อดีตเจ้าอาวาสวัดสระกำแพงใหญ่รูปที่ 7, อดีตผู้ก่อตั้งวิทยาลัยสงฆ์ศรีสะเกษ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย |
พระมงคลวุฒ หรือ หลวงปู่เครื่อง ฉายา สุภทฺโท เป็นเกจิอาจารย์และพระราชาคณะชั้นสามัญยก[1] อดีตเจ้าอาวาสวัดสระกำแพงใหญ่รูปที่ 7 อดีตผู้ก่อตั้งและผู้มีคุณูปการต่อวิทยาลัยสงฆ์ศรีสะเกษ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
หลวงปู่เครื่องเคยศึกษาวิชชาธรรมกายกับพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร และเคยเป็นศิษยฺหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
ประวัติ
[แก้]พระมงคลวุฒ มีนามเดิมว่า เครื่อง ประถมบุตร เกิดเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2453 ณ บ้านค้อกำแพง (ปัจจุบันคือ บ้านหนองแปน) หมู่ที่ 3 ตำบลสระกำแพงใหญ่ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ เป็นบุตรของนายสอน และ นางยม ประถมบุตร มีพี่น้องร่วมบิดามารดาทั้งหมด 14 คน ท่านเป็นบุตรคนที่ 4 แต่พี่น้องเสียชีวิตไปในวัยเยาว์ 6 คน คงเหลืออยู่เพียง 8 คน ต่อมาเมื่อวัยเยาว์ตอนอายุได้ 8 ปี ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนภาษาไทย กับลุงเกษ ประถมบุตร ซึ่งเป็นลุงแท้ ๆ ของท่าน ซึ่งเป็นครูสอนอยู่กับบ้านตอนเย็นหรือตอนกลางคืนเวลาว่าง ๆ เท่านั้น ครั้นต่อมาเมื่อมีอายุได้ 15 ปี ท่านก็ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนรัฐบาลที่วัดสระกำแพงใหญ่ และมีพี่น้องของท่านได้เข้าไปเรียนหนังสือพร้อมกันถึง 3 คน แต่ว่าไม่มีใครช่วยพ่อแม่ทำเกษตรกรรมหรือเลี้ยงสัตว์ โยมพ่อจึงให้พี่น้องพลัดกันไปเรียนคนละวัน
ต่อมาหลวงปู่จึงได้ตัดสินใจมเล่าเรียนที่โรงเรียนคนเดียว ท่านเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ชั้นยประถมศึกษาปีที่ 2 ท่านเรียนได้ครึ่งปี รัฐบาลก็มีกำหนดใหม่เปลี่ยนแปลง ต่อมาท่านก็ออกมาช่วยพ่อแม่ทำงานเลี่ยงชีพ รับผิดชอบในหน้าที่ทุกอย่างของผู้หญิง เสียสละช่วยเหลืทอพ่อแม่ทุกอย่างทั้งงานบ้านและงานเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม [2] ต่อมาเมื่อมีอายุได้ 21 ปี ท่านได้ตัดสินใจอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อปี พ.ศ. 2474 ณ พัทธสีมาอุโบสถวัดสำโรงน้อย หมู่ 6 ตำบลหนองห้าง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีพระครูเทวราชกวีวรญาณ (จูม ธฺมมทีโป) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์ใบฎีกาชม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์พรหมมา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “สุภทฺโท” ซึ่งแปลว่า “ผู้ประพฤติงาม” [3] และหลังจากอุปสมบทแล้ว โยมมารดาได้ล้มป่วยหนักและเสียชีวิตลง ต่อมาเมื่ออกพรรษา ญาติพี่น้องได้พูดขอร้องให้หลวงพ่อสึกออกมา หลวงพ่อท่านก็ยังไม่ตกลงใจ ก่อนที่จะสึกออกมา โยมพ่อของท่านบอกให้ท่านเป็นภิกษุต่อไป เพราะถึงอย่างไรท่านก็ช่วยน้องไม่ได้ จงแสวงหาทางพ้นทุกข์เถิด[4]
ต่อมาท่านตัดสินใจเดินทางไปวัดทุ่งไชยเพื่อไปศึกษาเล่าเรียนคัมภีร์มูลกัจจายน์ เป็นเวลา 2 เดือน ก่อนเดินทางต่อไปที่วัดบ้านยางใหญ่ ตำบลเมืองแคน อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ฝากตัวเป็นศิษย์กับพระอุปัชฌาย์สาย เจ้าอาวาส เพื่อขอเรียนบาลีและคัมภีร์มูลกัจจายน์ พระอุปัชฌาย์สาย เอ็นดูลูกศิษย์คนนี้มาก ด้วยผลการเรียนเป็นที่น่าพอใจ ท่านเรียนได้ดี ทั้งในการแปลภาษาบาลีเป็นประโยคคล่องแคล่วและใส่สัมพันธ์ด้วย เริ่มตั้งแต่การสนธิ เป็นต้นไป จนกระทั่งท่านได้สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรีในปี พ.ศ. 2479 และได้สอบนักธรรมชั้นโทเมื่อปี พ.ศ. 2480 และต่อมาในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2480 ท่านได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพงพรต ท่านได้ดำรงตำแหน่งอยู่ 10 ปี ก็พ้นจากตำแหน่งเมื่อปี พ.ศ. 2494 และย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดสระกำแพงใหญ่ เมื่อปี พ.ศ. 2495 พร้อมกับได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระกำแพงใหญ่ รูปที่ 7 [5]
ศึกษาธรรมจากพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)
[แก้]กระทั่งถึงปี พ.ศ.๒๔๙๔ เดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร ไปขอเรียนวิชาธรรมกายจากพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ตั้งใจทำสมาธิประพฤติแนววิชาธรรมกายอยู่ ๓ วัน ก็อำลาจากไป หลวงพ่อสด จนฺทสโร ถึงกับประกาศในหมู่ศิษย์ของท่านว่า หลวงปู่เครื่อง สุภทฺโทได้บรรลุวิชาธรรมกายแล้วอำลาจากไป
จากนั้นท่านก็ตั้งใจปฏิบัติสมาธิกัมมัฏฐานตามป่า ถ้ำ ภูเขา อีกหลายแห่งด้วยความมุ่งมั่นมานะพยายามอย่างเต็มที่ ได้พบภาพนิมิตต่างๆ มากมาย เป็นงูบ้าง เป็นเสือบ้าง เป็นช้างบ้าง จะเข้ามาทำร้าย ซึ่งเป็นภาพนิมิตประหลาดๆ พิกลพิการไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ท่านไม่กลัวไม่หวาดหวั่น ควบคุมสติพิจารณา พยายามตีความด้วยปัญญา สามารถรู้ไปถึงอริยสัจธรรมแก่นแท้ได้
ปัจฉิมวัย
[แก้]หลังจากได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสท่านก็เปิดสอนพระปริยัติธรรม และได้พัฒนาวัดสระกำแพงใหญ่ รวมทั้งเป็นประธานก่อสร้างอาคาร วิทยาลัยสงฆ์ศรีสะเกษ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เกิดขึ้นที่วัดสระกำแพงใหญ่ และได้พัฒนาสร้างพัฒนาวัด เมรุ ศาลา กุฏิ ต่อมาท่านได้อาพาธเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีสะเกษเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม และย้ายมารักษาตัวที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี จนกระทั่งได้ละสังขารด้วยอาการสงบเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 รวมสิริอายุได้ 98 ปี บวชพระมาได้ 77 พรรษา ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพงพรตได้ 10 ปี ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระกำแพงใหญ่ได้ 56 ปี[6]
การปกครองคณะสงฆ์
[แก้]สมณศักดิ์
[แก้]- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2550 เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญยก ที่ พระมงคลวุฒ[7]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2551/B/003/1.PDF
- ↑ หลวงปู่เครื่อง สุภัทโท
- ↑ ประวัติและปฏิปทาหลวงปู่เครื่อง วัดสระกำแพงใหญ่
- ↑ ประวัติหลวงพ่อเครื่อง เกจิแห่งอีสาน
- ↑ "ผลงานของพระอริยสงฆ์สายธรรมยุติ". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-08-20. สืบค้นเมื่อ 2011-10-13.
- ↑ "หลวงปู่เครื่องมรณภาพแล้ว". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-09-25. สืบค้นเมื่อ 2011-10-13.
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม ๑๒๕, ตอนที่ ๓ ข, ๑๔ มกราคม ๒๕๕๑, หน้า ๘,ลำดับที่ ๗๕.พระอธิการเครื่อง วัดสระกำแพงใหญ่ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นพระราชาคณะมีนามว่าพระมงคลวุฒ
| ก่อนหน้า | พระมงคลวุฒ (เครื่อง สุภทฺโท) | ถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| หลวงพ่อคำ จนฺทโชโต | เจ้าอาวาสวัดสระกำแพงใหญ่ (พ.ศ. 2494 — พ.ศ. 2551) |
พระครูพิสุทธิ์พรหมวิหาร |