ข้ามไปเนื้อหา

พระธรรมวิสุทธิมงคล (บัว ญาณสมฺปนฺโน)

นี่คือบทความคุณภาพ คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


พระธรรมวิสุทธิมงคล

(บัว ญาณสมฺปนฺโน)
ชื่ออื่นหลวงตาบัว, หลวงตามหาบัว
ส่วนบุคคล
เกิด12 สิงหาคม พ.ศ. 2456 (97 ปี)
มรณภาพ30 มกราคม พ.ศ. 2554
นิกายธรรมยุติกนิกาย
การศึกษานักธรรมชั้นเอก, เปรียญธรรม 3 ประโยค
ตำแหน่งชั้นสูง
ที่อยู่วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี
อุปสมบท12 พฤษภาคม พ.ศ. 2477
พรรษา76
ตำแหน่งอดีตเจ้าอาวาสวัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด)

พระธรรมวิสุทธิมงคล นามเดิม บัว โลหิตดี ฉายา ญาณสมฺปนฺโน หรือที่นิยมเรียกกันว่า หลวงตามหาบัว[1] หรือ หลวงตาบัว (12 สิงหาคม พ.ศ. 2456 - 30 มกราคม พ.ศ. 2554) เป็นพระภิกษุคณะธรรมยุติกนิกาย ชาวจังหวัดอุดรธานี เจ้าอาวาสองค์แรกของวัดป่าบ้านตาด (วัดเกษรศีลคุณ) เป็นพระวิปัสสนาจารย์สายพระป่าในประเทศไทย ศิษย์ของหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ซึ่งมีโอกาสอุปฐากรับใช้หลวงปู่มั่นในช่วงปัจฉิมวัยและเป็นผู้หนึ่งที่ได้บันทึกประวัติของหลวงปู่มั่นโดยละเอียดในเวลาต่อมา

ประวัติ

[แก้]

ชาติกำเนิด

[แก้]

พระธรรมวิสุทธิมงคล หรือ หลวงตามหาบัว เดิมมีชื่อว่า "บัว โลหิตดี" เกิดวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2456 ตรงกับวันอังคาร ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือนเก้า (๙) ปีฉลู ณ ตำบลบ้านตาด อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี บิดาของหลวงตามหาบัวชื่อ ทองดี โลหิตดี มารดาของหลวงตามหาบัวชื่อ แพงศรี โลหิตดี และมีพี่น้องทั้งหมด 16 คน ในวัยเด็กท่านเป็นคนที่เลื่อมใสในศาสนาพุทธ โดยได้ทำบุญตักบาตรกับผู้ใหญ่อยู่เสมอ[2]

อุปสมบท

[แก้]

เมื่อท่านอายุครบอุปสมบทแล้ว บิดาและมารดาของท่านปรารถนาให้ท่านบวชด้วยหวังพึ่งใบบุญ แต่ท่านก็ไม่ตอบรับ ทำให้บิดาและมารดาของท่านถึงกับน้ำตาไหล ท่านจึงกลับพิจารณาออกบวชอีกครั้ง ที่สุดจึงตัดสินใจออกบวชโดยท่านกล่าวกับมารดาว่า "เรื่องการบวชจะบวชให้ แต่ว่าใครจะมาบังคับไม่ให้สึกไม่ได้นะ บวชแล้วจะสึกเมื่อไหร่ก็สึก ใครจะมาบังคับว่าต้องเท่านั้นปีเท่านี้เดือนไม่ได้นะ" ซึ่งมารดาก็ตกลงตามที่ท่านขอ[3]

ท่านอุปสมบทเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2477 ที่วัดโยธานิมิตร ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยมีพระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) วัดโพธิสมภรณ์ จังหวัดอุดรธานี เป็นพระอุปัชฌาย์ โดยได้ฉายานามว่า "ญาณสมฺปนฺโน" แปลว่า "ถึงพร้อมแล้วด้วยญาณ"[4] ท่านมีความเคารพเลื่อมในเรื่องการภาวนาและกรรมฐาน ท่านได้สอบถามวิธีการภาวนาจากพระอุปัชฌาย์ของท่านและได้รับการแนะนำให้ภาวนาว่า "พุทโธ" ท่านจึงปฏิบัติภาวนาและเดินจงกรมเป็นประจำ[5]

เรียนปริยัติ

[แก้]

ระหว่างนั้นท่านเริ่มเรียนหนังสือทางธรรมและศึกษาเกี่ยวกับพุทธประวัติ รวมทั้งพุทธสาวก โดยหลังจากพุทธสาวกเหล่านั้นได้รับพระโอวาทจากพระพุทธเจ้าแล้วจะเดินทางไปบำเพ็ญในป่าอย่างจริงจังจนสำเร็จอรหันต์ ทำให้ท่านเกิดความเลื่อมใสและตั้งใจปฏิบัติเพื่ออรหัตผลให้ได้ จึงตั้งสัจอธิษฐานว่า เมื่อเรียนจบเปรียญธรรม 3 ประโยคแล้วจะออกปฏิบัติกรรมฐานโดยถ่ายเดียว[5]

อย่างไรก็ตาม ท่านยังสงสัยว่า ถ้าท่านดำเนินตามแนวทางปฏิบัติตามพระสาวกเหล่านั้น จะสามารถบรรลุถึงจุดที่ท่านเหล่านั้นบรรลุหรือไม่ และมรรคผลนิพพานจะมีอยู่เหมือนครั้งพุทธกาลหรือไม่ ความสงสัยเหล่านี้ทำให้ท่านมุ่งหวังได้พบกับพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ซึ่งท่านเชื่อมั่นว่าท่านอาจารย์มั่นจะสามารถไขปัญหานี้ให้ท่านได้[5]

ท่านเดินทางศึกษาพระปริยัติในหลายแห่ง อาทิ วัดสุทธจินดาวรวิหาร จังหวัดนครราชสีมา, วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร โดยมีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธมฺมธโร) เป็นอาจารย์สอนปริยัติธรรม จากนั้น ท่านเดินทางไปเรียนพระปริยัติธรรมที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ เวลานั้นพระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล) ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของท่านได้อาราธนานิมนต์พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ขอให้ไปจำพรรษาที่จังหวัดอุดรธานี พระอาจารย์มั่นรับนิมนต์นี้และได้เดินทางมาพักที่วัดเจดีย์หลวงชั่วคราวจึงทำให้ท่านได้พบพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ครั้งแรก ท่านศึกษาทางปริยัติที่วัดแห่งนี้ จนสอบได้นักธรรมชั้นเอกและเปรียญธรรม 3 ประโยคใน พ.ศ. 2484 นับเป็นปีที่ท่านบวชได้ 7 พรรษา[5]

ปฏิบัติกรรมฐาน

[แก้]
หลวงตามหาบัว ออกบิณฑบาตในตอนเช้า บริเวณวัดป่าบ้านตาด ในปี พ.ศ. 2508 ภิกษุที่เดินตามหลังถัดจากหลวงตามหาบัวในภาพคือ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) ขณะยังเป็นพระมหาอัมพร อมฺพโร

หลังสำเร็จการศึกษาทางปริยัติ ท่านเดินทางไปจังหวัดนครราชสีมาเพื่อปฏิบัติกรรมฐานได้ระยะหนึ่ง จึงเดินทางไปจังหวัดสกลนครโดยตั้งใจไปถวายตัวเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์มั่น โดยพระอาจารย์มั่นรับท่านเป็นลูกศิษย์และได้พูดขึ้นว่า[6]

...ท่านมหามรรคผลนิพพานอยู่ที่ไหน? ดินเป็นดิน น้ำเป็นน้ำ ลมเป็นลม ไฟเป็นไฟ ฟ้าอากาศเป็นฟ้าอากาศ แร่ธาตุต่าง ๆ เป็นของเขาเอง เขาไม่ได้เป็นมรรคผลนิพพาน เขาไม่ได้เป็นกิเลส กิเลสจริง ๆ มรรคผลจริง ๆ อยู่ที่ใจ ขอให้ท่านกำหนดจิตจ่อด้วยสติที่หัวใจ ท่านจะเห็นความเคลื่อนไหวของทั้งธรรมของทั้งกิเลสอยู่ภายในใจ แล้วขณะเดียวกัน ท่านจะเห็นมรรคผลนิพพานไปโดยลำดับ...

คำกล่าวนี้ทำให้ท่านเชื่อมั่นว่ามรรคผลนิพพานมีจริงและเชื่อมั่นพระอาจารย์มั่นที่ไขข้อข้องใจได้ตรงจุด ท่านรักษาระเบียบวินัยข้อวัตรปฏิบัติต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด หลังจากศึกษาอยู่กับพระอาจารย์มั่นในพรรษาที่ 2 ท่านเริ่มหักโหมความเพียรในการปฏิบัติกรรมฐาน จนผิวหนังบริเวณก้นช้ำระบมและแตกในที่สุด พระอาจารย์มั่นเตือนว่า "กิเลสมันไม่ได้อยู่กับร่างกายนะ มันอยู่กับจิต" ซึ่งท่านก็น้อมรับคำเตือนของพระอาจารย์มั่นทันที

อย่างไรก็ตาม ด้วยจริตนิสัยของท่านเรื่องการภาวนานั้นถูกกับการอดอาหารเพราะทำให้ธาตุขันธ์เบาสบาย การตั้งสติทำสมาธิภาวนาก็ง่าย และช่วยให้การบำเพ็ญจิตภาวนาเจริญขึ้นได้เร็วกว่าขณะที่ออกฉันตามปกติ แม้มีผู้คัดค้านก็ไม่ทำให้ท่านเปลี่ยนใจได้ ด้วยท่านพิจารณาแล้วว่าพระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระภิกษุอดอาหารเพื่อบำเพ็ญจิตตภาวนาได้ แต่ไม่ใช่เพื่อการโอ้อวดหรืออดเพียงอย่างเดียวโดยไม่ฝึกฝนด้านจิตภาวนาเลยซึ่งไม่เกิดประโยชน์ ดังนั้น ท่านจึงใช้อุบายนี้เพื่อบำเพ็ญจิตตภาวนาเรื่อยมา[7]

ในพรรษาที่ 10 ท่านฝึกสมาธิจนมั่นคงหนักแน่นและสามารถอยู่ในสมาธิได้เท่าไหร่ก็ได้ ท่านมีความสุขอย่างยิ่งจากที่จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน ท่านติดอยู่ในขั้นสมาธิอยู่ถึง 5 ปี โดยไม่ก้าวหน้าสู่ขั้นปัญญา จนกระทั่ง พระอาจารย์มั่นจึงให้อุบายเพื่อให้ท่านออกพิจารณาทางด้านปัญญาและเตือนท่านว่า "...สมาธิของพระพุทธเจ้า สมาธิต้องรู้สมาธิ ปัญญาต้องรู้ปัญญา อันนี้มันเอาสมาธิเป็นนิพพานเลย มันบ้าสมาธินี่ สมาธินอนตายอยู่นี่หรือเป็นสัมมาสมาธิ..." ท่านจึงออกจากสมาธิและพิจารณาทางด้านปัญญาต่อไป[8]

ท่านได้บรรลุธรรมขั้นสูงสุดในวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 แรม 14 ค่ำ เดือน 6 เวลา 5 ทุ่มตรง บนหลังเขาซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของวัดดอยธรรมเจดีย์ จังหวัดสกลนคร[9]

ก่อตั้งวัดป่าบ้านตาด

[แก้]

ด้วยเหตุที่โยมมารดาของท่านล้มป่วยเป็นอัมพาต ท่านจึงพาโยมมารดากลับมารักษาตัวที่บ้านตาดอันเป็นบ้านเกิด หลังรักษาตัวหายขาดแล้ว ท่านพิจารณาเห็นว่าโยมมารดาของท่านก็อายุมากแล้ว จะพาไปอยู่ในถิ่นทุรกันดารเพื่อการปลีกวิเวกตามนิสัยของท่านจะทำให้โยมมารดาลำบาก ประจวบกับเวลานั้นชาวบ้านตาดมีความประสงค์ให้ท่านตั้งวัดขึ้นที่นั่นเช่นกัน โดยชาวบ้านร่วมกันถวายที่ดินให้เป็นที่ตั้งวัด ดังนั้น วัดป่าบ้านตาดจึงเริ่มก่อตั้งขึ้น ณ หมู่บ้านบ้านตาด ตำบลบ้านตาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่ พ.ศ. 2498[10] ต่อมา กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งขึ้นเป็นวัดในพระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2513 โดยให้ชื่อว่า "วัดเกษรศีลคุณ"[11]

มรณภาพ

[แก้]
พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโกศโถเป็นเกียรติยศแก่พระธรรมวิสุทธิมงคล (บัว ญาณสมฺปนฺโน) บนศาลาการเปรียญวัดป่าบ้านตาด
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานเพลิงสรีระสังขารพระธรรมวิสุทธิมงคล พร้อมด้วยสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี (ขวา) ณ วัดเกษรศีลคุณ วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2554

พระธรรมวิสุทธิมงคล อาพาธลำไส้อุดตัน และมีปอดติดเชื้อมานานกว่า 6 เดือน คณะแพทย์ถวายการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีการสร้างกุฏิปลอดเชื้อให้แก่พระเดชพระคุณ แต่อาการอาพาธไม่ดีขึ้น จนเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา 02.49 น. ตรวจพบสมองของพระเดชพระคุณหยุดทำงานใน ต่อมา ตรวจพบม่านตาขยายไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองที่ฝ่ามือฝ่าเท้า ออกซิเจนในเลือดเป็น 0 จากนั้นเวลา 03.53 น. ความดันโลหิตมีค่าเป็น 0 หัวใจหยุดเต้นและหยุดการหายใจ จึงเป็นอันมรณภาพ สิริอายุได้ 97 ปี 5 เดือน 18 วัน 76 พรรษา[12]

พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จแทนพระองค์ไปทรงเป็นประธานพิธีถวายน้ำหลวงสรงศพพระธรรมวิสุทธิมงคล (บัว ญาณสมฺปนฺโน) และทรงวางพวงมาลาหลวง พวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร), สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พวงมาลาส่วนพระองค์ และพวงมาลาของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรพระราชทานโกศโถและทรงรับพระพิธีธรรมไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ 7 วัน และสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ประทานบำเพ็ญพระราชกุศล 1 วัน โดยโปรดให้พระธรรมมงคลวุฒาจารย์ (บุญยนต์ ปุญฺญาคโม) ผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เป็นผู้แทนพระองค์เดินทางมาร่วมประกอบพิธีธรรม[13] จากนั้นจึงเปิดให้พ่อค้า ประชาชน ส่วนราชการต่าง ๆ เป็นเจ้าภาพตลอดไป

ส่วนพินัยกรรมที่ท่านเขียนตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 นั้น สรุปความได้ว่า ให้นำทองคำที่ได้รับบริจาคไปหลอม ส่วนเงินสดที่ได้รับบริจาคให้นำไปซื้อทองคำ แล้วนำมาหลอมรวมและมอบให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อเป็นทุนสำรองเงินตราของฝ่ายบำบัดธนาคารแห่งประเทศไทย และไม่มีเจตนาให้ใช้ในงานอื่น โดยตั้งพระสุดใจ ทนฺตมโน รองเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด เป็นผู้จัดการมรดก รวมทั้งตั้งคณะกรรมการจัดงานศพและจัดการดูแลทรัพย์สินทั้งปวงอีก 9 คน[14][15]

การช่วยเหลือสังคม

[แก้]

ด้านสาธารณสุข

[แก้]

การสงเคราะห์ด้านสาธารณสุขนั้นเป็นสิ่งที่ท่านเอาใจใส่มาโดยตลอด โดยท่านสอนเสมอว่า "มนุษย์เราไม่ว่าจะยากดีมีจนล้วนเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกัน ดังนั้นท่านจึงไม่ให้ประมาทกัน ควรช่วยเหลือเกื้อกูลกันเพราะหากมนุษย์ไม่ช่วยสงเคราะห์มนุษย์ด้วยกันแล้วใครจะช่วย เรื่องความเจ็บป่วยนั้น เจ็บไปแค่หนึ่งแต่ครอบครัวก็ป่วยด้วยความห่วงใยอีกเท่าไหร่ ดังนั้น จึงควรเห็นใจกัน"[16] ท่านมักออกเยี่ยมโรงพยาบาลต่าง ๆ เป็นประจำ พร้อมนำข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องใช้ต่าง ๆ ไปมอบให้เสมอ โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารท่านจะให้ความช่วยเหลือทุกด้านทั้งอาหารการกินและเครื่องมือแพทย์ ส่วนโรงพยาบาลที่อยู่บริเวณอู่ข้าวอู่น้ำท่านจะช่วยเหลือทางด้านเครื่องมือแพทย์ไป ก่อนสงเคราะห์ด้านปัจจัย ท่านจะพิจารณาถึงความจำเป็นของเครื่องมือ รวมถึงกิริยามารยาทของหมอพยาบาลในการปฏิบัติต่อผู้ป่วยว่าเป็นอย่างไร จะสามารถนำเครื่องมือที่ท่านมอบให้ไปใช้เพื่อประโยชน์แก่ผู้ป่วยได้จริงหรือไม่ และเมื่อมีโอกาสอันควร ท่านจะแสดงธรรมเตือนหมอพยาบาลและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลอยู่เสมอ[ต้องการอ้างอิง]

ท่านให้การสงเคราะห์ทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขในหลาย ๆ ด้าน ทั้งให้ปัจจัยซื้ออุปกรณ์การแพทย์ รถพยาบาล ที่ดิน สร้างและปรับปรุงตึกของโรงพยาบาล เป็นต้น รวมทั้งตั้งกองทุนและมูลนิธิหลายแห่งเพื่อช่วยเหลือคนพิการหรือผู้ป่วยยากไร้ เช่น กองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยากจนและไร้ที่พึ่ง มูลนิธิรวมเมตตามหาคุณ นอกจากนี้ ท่านยังให้ความอนุเคราะห์สถานพยาบาลต่าง ๆ กว่า 200 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศพม่าและลาวด้วย[17]

สงเคราะห์หน่วยงานราชการ

[แก้]

เนื่องจากท่านได้พิจารณาว่าหน่วยงานราชการต่าง ๆ มีหน้าที่โดยตรงในการช่วยเหลือ บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชน ดังนั้น เมื่อหน่วยงานราชการต่าง ๆ เช่น สถานีตำรวจภูธร สถานีรถไฟจังหวัด ทัณฑสถานหญิง กรมราชทัณฑ์ มาขอความช่วยเหลือ ถ้าท่านพิจารณาเห็นสมควร ท่านก็จะช่วยเหลือเต็มที่ทั้งอาหารการกิน เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึง การก่อสร้าง เป็นต้น นอกจากนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ มากราบท่าน ท่านก็มักแสดงธรรมเพื่อให้ข้อคิดแก่เจ้าหน้าที่เหล่านั้น เช่น อย่ายึดติดลาภยศสรรเสริญ อย่ากินบ้านกินเมือง อย่าเห็นแก่ตัวให้เห็นประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง[18]

โครงการช่วยชาติ โดยหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

[แก้]

โครงการช่วยชาติ โดยหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หรือที่เรียกทั่วไปว่า โครงการผ้าป่าช่วยชาติ เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2540 เนื่องจากท่านเดินทางไปแจกสิ่งของตามโรงพยาบาลในถิ่นทุรกันดารทำให้ทราบว่าโรงพยาบาลต่าง ๆ มีหนี้สินเป็นอันมากซึ่งเกิดจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่เปลี่ยนไป อันเป็นผลมาจากวิกฤติทางการเงินของประเทศ ท่านรู้สึกสลดใจเป็นอันมากจึงดำริที่จะช่วยชาติโดยน้อมนำให้ชาวไทยทั่วประเทศร่วมกันบริจาคทองคำ เงินดอลลาร์ เงินสกุลต่างประเทศ และเงินบาท เพื่อช่วยชาติบ้านเมืองที่กำลังประสบสภาวะเศรษฐกิจและสังคมตกต่ำให้ฟื้นฟูและผ่านพ้นไปด้วยดี โดยเงินทองที่ได้มาจากการบริจาคนี้จะยกให้กับธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อนำเข้าบัญชีฝ่ายออกบัตร (คลังหลวง) ทั้งหมด[19]

โครงการช่วยชาติได้รับเงินบริจาคเป็นปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2541 เป็นเงิน 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ และเริ่มดำเนินโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2541 โดยสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีทรงเป็นประธานเปิดโครงการ[20] ตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553 ได้มอบเงินเข้าคลังหลวงรวมทั้งสิ้น 15 ครั้ง รวมเป็นทองคำแท่ง 967 แท่ง 12,079.8 กิโลกรัม หรือ 388,000 ออนซ์ ส่วนเงินตราต่างประเทศประมาณ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมเป็นเงินประมาณ 15,000 ล้านบาท[21]

หลังหลวงตามหาบัวมรณภาพโครงการช่วยชาติยังดำเนินต่อและมอบเงินเข้าคลังหลวงครั้งที่ 16 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นทองคำแท่ง 73.64 แท่ง น้ำหนัก 920.5 กิโลกรัม ดังนั้น จึงมีทองคำแท่งบริจาคเข้าคลังหลวงรวม 1,040 แท่ง น้ำหนัก 13,000.05 กิโลกรัม เป็นเงิน 19,188,413,280 บาท และเมื่อรวมกับเงินดอลลาร์สหรัฐที่นำเข้าคลังหลวงแล้ว 10,214,600 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 306,965,073.36 บาท จะมีมูลค่า 19,495,378,353 บาท[22][23]

สมณศักดิ์

[แก้]
  • 5 ธันวาคม พ.ศ. 2536 เป็นพระราชาคณะชั้นราช​ฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระราชญาณวิสุทธิโสภณ สมถวิปัสสนาวิมลอนุสิฐ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม อรัณยวาสี[25]
  • 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม​ฝ่ายวิปัสสนาธุระที่​ พระธรรมวิสุทธิมงคล สมถวิปัสสนาโกศลธรรมธารี อรรถภาณีสรรพกิจ โสภิตเสฏฐคุณาภรณ์ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม อรัญญวาสี[26]

ปริญญากิตติมศักดิ์

[แก้]

ผลงานหนังสือ

[แก้]
รูปหล่อลอยองค์และอัฐิธาตุของพระธรรมวิสุทธิมงคล (บัว ญาณสมฺปนฺโน) ประดิษฐานภายในพระบรมธาตุธรรมเจดีย์ วัดโพธิสมภรณ์ จังหวัดอุดรธานี

ท่านมีผลงานการประพันธ์ที่รวบรวมเป็นหนังสือหลายเล่ม โดยเป็นหนังสือที่เกี่ยวข้องกับอัตชีวประวัติของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ เช่น ประวัติท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ, ปฏิปทาของพระธุดงคกรรมฐาน สายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ หนังสือเกี่ยวกับธรรมะขั้นพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้นปฏิบัติ อาทิ ศาสนธรรมปลุกคนให้ตื่น, แว่นส่องธรรม, ธัมมะในลิขิต หนังสือเกี่ยวกับธรรมะขั้นสูงสำหรับผู้ฝึกจิตตภาวนาเพื่อมรรคผลนิพพานโดยเฉพาะ อาทิ ก้าวเดินตามหลักศาสนธรรม, รากแก้วของศาสนา, แสวงโลก แสวงธรรม นอกจากนี้ ยังมีหนังสือทั่วไปอีก เช่น รักชาติไทย ส่งเสริมสินค้าไทย, พระพุทธศาสนารักษาชาติไทย และพระมหากษัตริย์คือหัวใจของชาติไทย เป็นต้น[28]

นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่แต่งหนังสือชีวประวัติของท่าน อาทิ หยดน้ำบนใบบัว จัดทำขึ้นโดยกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเรียบเรียงจากเทศนาธรรมของพระธรรมวิสุทธิมงคล (บัว ญาณสมฺปนฺโน) ในวาระต่าง ๆ เพื่อใช้ในการเรียนการสอนแก่สถานศึกษาทุกระดับชั้น[29], ญาณสัมปันนธัมมานุสรณ์ จัดทำขึ้นโดยวัดป่าบ้านตาด ซึ่งเป็นหนังสืออนุสรณ์เนื่องในงานพระราชทานเพลิงถวายแด่พระสรีระสังขารพระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน)[30]

มีบันทึกจดหมายเป็นลายมือหลวงตามหาบัว ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2519 ถึงลูกศิษย์ที่ป่วยหนักใกล้วาระสุดท้ายแห่งชีวิต ชื่อ คุณเพาพงา วรรธนะกุล ข้อความบางส่วนดังนี้

"พญามัจจุราชเตือน และบุกธาตุขันธ์ของสัตว์โลกตามหลักความจริงของเขา เราต้องต้อนรับการเตือน และการบุกของเขาด้วยสติ ปัญญา ศรัทธา ความเพียรไม่ถอยหลัง และขนสมบัติ คือ มรรค ผล นิพพาน ออกมาอวดเขาซึ่งๆ หน้า ด้วยความกล้าตาย โดยทางความเพียร เขากับเราที่ถือว่าเป็นอริศัตรูกันมานาน จะเป็นมิตรกันโดยความจริงด้วยกัน ไม่มีใครได้ใครเสียเปรียบกันอีกต่อไปตลอดอนันตกาล" [31]

ซึ่งในระหว่างที่เธอ (คุณ เพาพงา วรรธนะกุล) ไปอยู่วัดเพื่อปฏิบัติธรรมในวาระสุดท้ายของชีวิต หลวงตามหาบัวท่านได้เมตตาเทศน์สอนในแง่ของข้อปฏิบัติ ซึ่งต่อมา หลวงปู่ปัญญา ปัญญาวัฑโฒ (พระอาจารย์ปีเตอร์ จอห์น มอร์แกน Peter J. Morgan) ผู้ทำหน้าที่อัดเทปเทศน์หลวงตา ได้รวบรวมไฟล์เสียง เป็นธรรมเทศนาชื่อว่า ธรรมะชุดเตรียมพร้อม ซึ่งต่อมามีการถอดความเป็นหนังสือด้วย.

ความขัดแย้งทางการเมือง

[แก้]

ในวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2548 หนังสือพิมพ์ ผู้จัดการรายวัน ได้ตีพิมพ์การเทศนาของพระธรรมวิสุทธิมงคล ซึ่งมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์พันตำรวจโททักษิณ อย่างหนัก และมีเนื้อหาส่วนหนึ่งได้กล่าวถึงพันตำรวจโททักษิณว่ามีการใช้อำนาจ "...มุ่งหน้าต่อประธานาธิบดีชัดเจนแล้วเดี๋ยวนี้ พระมหากษัตริย์เหยียบลง ศาสนาเหยียบลง ชาติเหยียบลง..."[32] ทำให้เกิดหัวข้อโต้เถียงกันเป็นวงกว้าง ต่อมา พันตำรวจโททักษิณได้ฟ้องร้องหนังสือพิมพ์ ผู้จัดการ เป็นเงินกว่า 500 ล้านบาท แต่ไม่ได้ฟ้องร้องพระธรรมวิสุทธิมงคล

และเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2549 พระธรรมวิสุทธิมงคลได้แนะนำให้พันตำรวจโททักษิณ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง และในการเทศนา ท่านได้อธิบายถึงรัฐบาลว่า "เลวทราม ฉ้อราษฎร์บังหลวง กระหายอำนาจและโลภ"[33]

พระลูกศิษย์

[แก้]
  • หลวงปู่หล้า เขมปัตโต วัดบรรพตคีรี (วัดภูจ้อก้อ) ต.หนองสูงใต้ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร
  • พระวิสุทธิญาณเถร (สมชาย ฐิตวิริโย) วัดเขาสุกิม ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี
  • พระครูสมุห์สุชิน ปริปุณโณ วัดธรรมสถิต ต.สำนักทอง อ.เมือง จ.ระยอง
  • หลวงปู่บุญมี ปริปุณโณ วัดป่าศิลาพร ต.สิงห์ อ.เมือง จ.ยโสธร
  • หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดเกษรศิลคุณธรรมเจดีย์ (วัดภูผาแดง) ต.หนองอ้อ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
  • พระครูสุวิมลบุญญากร หลวงปู่บุญพิน กตปุญฺโญ วัดผาเทพนิมิตร อ.น้ำอูน จ.สกลนคร
  • หลวงปู่คำตัน ฐิตธัมโม วัดป่าดานศรีสำราญ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ
  • หลวงปู่เพียร วิริโย วัดป่าหนองกอง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี
  • หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต วัดถ้ำกลองเพล อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู (วัดป่าหนองผือ จ.สกลนคร /วัดป่าห้วยทราย จ.มุกดาหาร)
  • พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร วัดป่าแก้วชุมพล ต.บ้านชุม อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร
  • พระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม วัดป่าประสิทธิธรรม อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร
  • หลวงปู่ผาง ปริปุณฺโณ วัดประสิทธิธรรม บ้านดงเย็น ต.ดงเย็น อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี
  • หลวงปู่ปัญญา ปัญญาวัฑโฒ วัดป่าบ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี
  • พระพุทธิสารเถร พระอาจารย์บุญกู้ อนุวฑฺฒโน วัดอโศการาม อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
  • พระครูภาวนาปัญญาโสภณ พระอาจาย์คำผิว สุภโณ วัดป่าศรีวิไลย์ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี
  • พระครูสันติวีรญาณ (ฟัก สนฺติธมฺโม) วัดพิชัยพัฒนาราม (เขาน้อยสามผาน) ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี
  • หลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธัมโม วัดป่าแก้วชุมพล บ้านชุมพล ต.ค้อใต้ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร
  • พระอาจารย์จันทร์เรียน คุณวโร วัดถ้ำสหายจันทรนิมิตร อ.หนองแสง จ.อุดรธานี
  • พระอาจารย์อินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก วัดป่านาคำน้อย อ.นายูง จ.อุดรธานี
  • พระครูวิมลภาวนาคุณ พระอาจารย์คูณ สุเมโธ วัดป่าภูทอง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี
  • พระอาจารย์สม ขนฺติโก วัดป่าโพธิ์ชัยญาณสัมปันโน อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี
  • พระอาจารย์เชอร์รี่ อภิเจโต วัดป่าบ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี
  • พระอาจารย์สุดใจ ทนฺตมโน วัดป่าบ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี
  • พระอาจารย์มานะ เทวธมฺโม วัดถ้ำวิมานเจีย อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ (วัดป่าหลวงตามหาบัว เมืองดาร์วิน ออสเตเรีย)
  • พระราชวัชรสังวรมุนี (สุชาติ อภิชาโต) วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
  • พระอาจารย์วันชัย วิจิตโต วัดป่าภูสังโฆ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
  • พระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม วัดป่าหนองไผ่ อ.เมือง จ.สกลนคร
  • พระธรรมวชิรญาณโกศล (เยื้อน ขนฺติพโล) วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร อ.บัวเชด จ.สุรินทร์
  • พระครูวิศาลศาสนกิจ พระอาจารย์สนิท จิรสินิทโธ วัดป่าคีรีเขต อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี
  • พระอาจารย์จิรวัฒน์ อัตตรักโข วัดป่าไชยชุมพล อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์
  • พระอาจารย์สงบ สุปภาโส วัดป่ารังสีปาลิวัน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์
  • พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต วัดป่าสันติพุทธาราม (เขาแดงใหญ่) อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
  • พระอาจารย์สุนทร ฐิติโก วัดป่าหลวงตามหาบัวธรรมเจดีย์ (วัดป่าภูหินร้อยก้อน) อ.หนองแสง จ.อุดรธานี
  • พระอาจารย์มนต์จิตเกษม (เฉลิม ธมฺมธโร) วัดป่าภูแปกญาณสัมปันโน อ.วังสระพุง จ.เลย
  • พระอาจารย์ชิต ฐิตจิตฺโต วัดป่าดงคล้อญาณสัมปันโน อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์
  • พระอาจารย์โสภา สมโณ วัดแสงธรรมวังเขาเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
  • พระอาจารย์สมภพ อภิวัณโณ สำนักสงฆ์ทรัพย์สวนพลู อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
  • พระวิสุทธิสารเถร (ภูสิต ขนฺติธโร) วัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน (วัดเสือ) ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
  • พระอาจารย์ธีระยุทธ์ ธีรยุธโน หลวงพ่อน้อย วัดสายธารคีรีพฤกษ์เฉลิมสุข อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี
  • พระอาจารย์ปรีดา ฉันทกโร (หลวงพ่อทุย) วัดป่าดานวิเวก อ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย
  • หลวงปู่คลาด ครุธัมโม วัดป่าบ้านใหม่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี
  • หลวงพ่อคำแพง อัตตสันโต วัดป่าบุญญานุสรณ์ (วัดป่าหนองวัวซอ) อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ พระธรรมวิสุทธิมงคล (บัว ญาณสมฺปนฺโน). ไม่มาเกิดมาตายเรียกว่า ชาติสุดท้าย. กรุงเทพมหานคร : ศิลป์สยามบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์, [ม.ป.ป.]. 149 หน้า. หน้า 124. ISBN 978-616-7174-55-6
  2. ↑ กระทรวงศึกษาธิการ, หยดน้ำบนใบบัว : ลูกกตัญญู, สืบค้นวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
  3. ↑ กระทรวงศึกษาธิการ, หยดน้ำบนใบบัว : เหตุแห่งการบวช
  4. ↑ ‘หลวงตามหาบัว’ อริยะสงฆ์ผู้มอบธรรมและประโยชน์แก่แผ่นดิน เก็บถาวร 2011-02-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, ASTVผู้จัดการรายวัน, 31 มกราคม พ.ศ. 2554
  5. 1 2 3 4 กระทรวงศึกษาธิการ, หยดน้ำบนใบบัว : ศรัทธาในธรรม
  6. ↑ กระทรวงศึกษาธิการ, หยดน้ำบนใบบัว : แสวงหาครูบาอาจารย์
  7. ↑ กระทรวงศึกษาธิการ, หยดน้ำบนใบบัว : อุตสาหะพากเพียรฝึกฝนจิต
  8. ↑ กระทรวงศึกษาธิการ, หยดน้ำบนใบบัว : สมาธิแน่นหนามั่นคง
  9. ↑ กระทรวงศึกษาธิการ, หยดน้ำบนใบบัว : คืนแห่งความสำเร็จ
  10. ↑ กระทรวงศึกษาธิการ, หยดน้ำบนใบบัว : เสาหลักกรรมฐาน
  11. ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ตั้งวัดในบวรพระพุทธศาสนา วัดเกษรศีลคุณ, เล่ม ๘๗, ตอน ๙๕ ง ฉบับพิเศษ, ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๓, หน้า ๖๐
  12. ↑ "หลวงตามหาบัว มรณภาพแล้ว สิริอายุ 98 ปี จากนสพ.แนวหน้า". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2011-02-01. สืบค้นเมื่อ 2011-01-30.
  13. ↑ สมเด็จพระสังฆราชโปรดให้ส่งผู้แทนพระองค์ร่วมพิธีหลวงตามหาบัว เก็บถาวร 2011-02-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เดลินิวส์, 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
  14. ↑ เปิดพินัยกรรมหลวงตามหาบัว-แปรทรัพย์เป็นทองคำแท่งมอบให้ธปท. เก็บถาวร 2016-03-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, ข่าวสดออนไลน์, 30 มกราคม พ.ศ. 2554
  15. ↑ เปิดพินัยกรรมสุดท้าย"หลวงตามหาบัว" ให้นำทองคำ-เงิน หลอมรวมมอบ"แบงก์ชาติ", มติชนออนไลน์, 30 มกราคม พ.ศ. 2554
  16. ↑ กระทรวงศึกษาธิการ, หยดน้ำบนใบบัว :โรงพยาบาล
  17. ↑ การสงเคราะห์โลกของหลวงตาบัว
  18. ↑ กระทรวงศึกษาธิการ, หยดน้ำบนใบบัว : หน่วยงานราชการ
  19. ↑ ชาวพุทธสลด'หลวงตาบัว'ละสังขารปิดตำนาน...'ผ้าป่าช่วยชาติ', เดลินิวส์, 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
  20. ↑ หลวงตามหาบัว กับผ้าป่าช่วยชาติ เก็บถาวร 2011-03-19 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, คมชัดลึก, 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
  21. ↑ ธปท. ยันเก็บเงิน-ทองหลวงตามหาบัวในบัญชีพิเศษ, ไทยรัฐออนไลน์, 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
  22. ↑ โครงการช่วยชาติต่าง ๆ ที่ผ่านมา, เว็บไซต์หลวงตาดอตคอม, เข้าถึงวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554
  23. ↑ มอบทองคำแท่ง1.3 หมื่นกก.เข้าคลังครั้งสุดท้าย เก็บถาวร 2011-08-28 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, คมชัดลึก, เข้าถึงวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554
  24. ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม ๘๕, ตอน ๑๒๒ ง ฉบับพิเศษ, ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๑, หน้า ๙
  25. ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม ๑๑๐, ตอน ๒๐๒ ง ฉบับพิเศษ, ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๖, หน้า ๔
  26. ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม ๑๑๖, ตอน ๒๓ ข, ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒, หน้า ๒
  27. ↑ รายพระนามและรายนามผู้ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ปี 2511 - ปัจจุบัน เก็บถาวร 2012-07-18 ที่ archive.today, มหาวิทยาลัยขอนแก่น. เข้าถึงวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2556
  28. ↑ ประเภทของหนังสือธรรมะ, หลวงตาดอตคอม, เข้าถึงวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2556
  29. ↑ หยดน้ำบนใบบัว, หลวงตาดอตคอม, เข้าถึงวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2556
  30. ↑ ญาณสัมปันนธัมมานุสรณ์, หลวงตาดอตคอม, เข้าถึงวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2556
  31. ↑ จดหมายลายมือหลวงตา ถึง คุณเพาพงา วรรธนะกุล, เวป buaready.com, เข้าถึงวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2560
  32. ↑ "หลวงตามหาบัว เทศน์เรื่อง "เทวทัตยังรู้โทษ" ฉบับเต็ม". ผู้จัดการออนไลน์. 2005-09-27. สืบค้นเมื่อ 2006-09-21.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  33. ↑ The Nation. Luangta Maha Bua asks Thaksin to resign เก็บถาวร 2009-09-03 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. สืบค้นเมื่อ 27-12-2552.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]