พระธรรมวชิราธิบดี (ฉ่ำ ปุญฺญชโย)
หน้าตา
พระธรรมวชิราธิบดี (ฉ่ำ ปุญฺ | |
|---|---|
| คำนำหน้าชื่อ | ท่านเจ้าคุณ |
| ส่วนบุคคล | |
| เกิด | 9 มกราคม พ.ศ. 2503 (65 ปี) |
| นิกาย | มหานิกาย |
| การศึกษา | นักธรรมชั้นเอก เปรียญธรรม 9 ประโยค พุทธศาสตรบัณฑิต ศึกษาศาสตรบัณฑิต การศึกษามหาบัณฑิต |
| ตำแหน่งชั้นสูง | |
| ที่อยู่ | วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร |
| อุปสมบท | 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 |
| พรรษา | 44 |
| ตำแหน่ง | เจ้าคณะภาค 17 เลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนใต้ เจ้าอาวาสวัดเบญจบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร |
พระธรรมวชิราธิบดี (นามเดิม ฉ่ำ ไชยตาล; เกิด 9 มกราคม พ.ศ. 2503) เป็นพระภิกษุชาวไทยฝ่ายมหานิกาย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เจ้าคณะภาค 17 เจ้าสำนักเรียนวัดเบญจมบพิตร ประธานคณะพระธรรมจาริก และเลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนใต้ ท่านได้รับความเคารพอย่างสูงจากคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน
ประวัติ
[แก้]พระธรรมวชิราธิบดี เกิดที่จังหวัดเชียงราย โดยบิดาชื่อ นายคำมูล ไชยตาล และมารดาชื่อ นางแก้ว สมจิตร บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ. 2517 ณ วัดป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย และอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อปี พ.ศ. 2524 ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร โดยมีสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สุวรรณ สุวณฺณโชโต) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระพุทธิวงศมุนี เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา “ปุญฺญชโย”[1]
วิทยฐานะ
[แก้]วิทยฐานะสายสามัญ
[แก้]- พุทธศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
- การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
- ศึกษาศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
- ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยฐานะพระปริยัติธรรม
[แก้]ตำแหน่ง
[แก้]ฝ่ายปกครอง
[แก้]- พ.ศ. 2545 - 2549 เป็นรองเจ้าคณะภาค 16[2]
- พ.ศ. 2546 เป็นพระอุปัชฌาย์วิสามัญ[3]
- พ.ศ. 2549 - 2556 เป็นรองเจ้าคณะภาค 17
- พ.ศ. 2556 - 2561 เป็นเจ้าคณะภาค 17
- พ.ศ. 2557 เป็นเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร[4]
- พ.ศ. 2561 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะภาค 17[5]
- พ.ศ. 2564 เป็นเจ้าคณะภาค 17 เลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนใต้[6]
งานเผยแผ่
[แก้]- พ.ศ. 2558 เป็นประธานคณะพระธรรมจาริก
สมณศักดิ์
[แก้]- พ.ศ. 2537 เป็นพระครูปลัดสัมพิพัฒนปัญญาจารย์ ฐานานุกรมในท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สุวรรณ สุวณฺณโชโต)
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2538 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ ที่พระศรีธรรมบัณฑิต[7]
- 12 สิงหาคม พ.ศ. 2547 เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่พระราชกิตติโสภณ ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[8]
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระเทพกิตติเวที ศีลาจารโสภิต ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[9]
- 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่พระธรรมวชิราธิบดี สีลาจารโสภณ วิมลธรรมานุสิฐ ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[10]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร ไปถวายแด่พระราชาคณะ และพระสงฆ์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งสมณศักดิ์
- ↑ "มติมหาเถรสมาคม เรื่อง เสนอขอแต่งตั้งรองเจ้าคณะภาคในเขตปกครองคณะสงฆ์หนใต้". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-07-25. สืบค้นเมื่อ 2024-05-30.
- ↑ "มติมหาเถรสมาคม เรื่อง เสนอขอแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์วิสามัญ ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนใต้". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-07-25. สืบค้นเมื่อ 2024-05-30.
- ↑ "มหาเถรสมาคม The Sangha Supreme Council of Thailand". www.mahathera.org.
- ↑ มติมหาเถรสมาคม เรื่อง รายงานการแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าคณะภาค ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนใต้[ลิงก์เสีย]
- ↑ "พระบัญชาแต่งตั้ง เจ้าคณะภาคทั่วประเทศ 2 นิกาย 28 รูป "เจ้าคุณมีชัย" คุมคณะภาค 1". www.thairath.co.th. 2021-05-13.
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม ๑๑๒, ตอนพิเศษ ๔๗ ง, ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘, หน้า ๘
- ↑ "ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม ๑๒๑, ตอนที่ ๑๗ ข, ๑๕ กันยายน ๒๕๔๗, หน้า ๘" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2015-09-30. สืบค้นเมื่อ 2024-05-30.
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม ๑๒๗, ตอนที่ ๓ ข, ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓, หน้า ๓
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ [จำนวน ๕๙ รูป ๑. พระเทพวินยาภรณ์ ฯลฯ], เล่ม ๑๓๙, ตอนที่ ๔๘ ข, ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕, หน้า ๓