พระทัตตาเตรยะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้มีเนื้อหาที่สั้นมาก ต้องการเพิ่มเติมเนื้อหาหรือพิจารณารวมเข้ากับบทความอื่นแทน
พระทัตตะเตรยะ

"พระทัตตะเตรยะ" (เทวนาครี: दत्तात्रेय) เป็นบุตรของพระฤาษีอัตริและนางอนุสุยา เป็นอวตารแห่งพระตรีมูรติทั้ง 3 อันได้แก่ พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ ในนารายณ์สิบปาง และเป็นอาจารย์ของท้าวการตวีรยะ อรชุน คู่ปรับของปรศุราม

ตามตำนานในปุราณะ "ทัตตาเตรยะ" เป็นบุตรของ "ฤษีอัตริ" และ "นางอนสูยา" ฤษีอัตริผู้นี้ เชื่อว่าเป็นผู้รจนาพระเวทท่านหนึ่งและอยู่ในกลุ่ม "สัปตฤษี" หรือฤษีทั้งเจ็ดตนผู้เป็นบรรพชนของคนและสิ่งทั้งหลายในโลก

ตำนานเล่าว่า "ฤษีอัตริ" ชราภาพแล้ว และนางอนสูยาเป็น "ปดิวรดา" คือผู้ภักดีในสามี พระตรีมูรติทั้งสามองค์ คือพระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ จึงได้ลงมา "อวตาร" รวมกันเป็นบุตรคนเดียวของท่าน (บางตำนานก็ว่า ทั้งสามพระองค์อวตารมาเป็น "บุตรทั้งสาม" โดยทัตตะเป็นพระวิษณุอวตาร)

คนในแคว้นมหาราษฎร์ (หรือคนมาราฐา) เชื่อกันว่าบ้านเกิดของพระทัตตาเตรยะคือ "เมืองมหูร" (Mahur) ทางทิศตะวันออกของแคว้นมหาราษฎร์ ดังนั้น ตำนานนี้คงแพร่หลายอยู่ในชาวมาราฐาก่อน และแพร่ไปสู่ส่วนอื่นๆ เช่น อันธรประเทศ และเตลังคนะ เรื่อยไปจนถึงทมิฬนาฑู

รูปเคารพของพระทัตตาเตรยะที่นิยมสร้างกันในแคว้นมหาราษฎร์และอันธรประเทศ เป็นรูปนักบวช (สันยาสี) มีสามเศียร (ซึ่งคือพระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ) มีหกกร แต่ละกรถือข้าวของของพระตรีมูรติทั้งสาม คือจักรและสังข์ (ของพระวิษณุ) ตรีศูลและกลองบัณเฑาะว์ (พระศิวะ) และประคำกับหม้อน้ำกมัณฑลุ (ของพระพรหม)

ท่านยืนโดยมีโคหนึ่งตัวให้พิงและมีสุนัขสี่ตัวอยู่รายรอบ บางท่านตีความว่าสุนัขคือพระเวททั้งสี่ (ฤค ยชุ สามะ และอถรวะ) แต่บางท่านก็ว่า พระเวทไม่ควรแทนที่ด้วยสัญลักษณ์ของสัตว์ชั้นต่ำ (ในวัฒนธรรมฮินดู) อย่างสุนัข รูปนี้จึงควรตีความเพียงว่า คำสอนของพระทัตตะนั้นไม่มีแบ่งชนชั้น ไม่ว่าจะเป็นสัตว์แสนประเสริฐอย่างโคไปจนถึงสุนัข

พระทัตตาเตรยะเป็นเทพเจ้าในรูปนักบวช จึงไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับ "ความรัก" แต่มีบทบาทครู เชื่อว่าท่านได้สอนสั่งธรรมชั้นสูงขั้นโลกุตระ เฉกเช่นพระกฤษณะสอน "ภควัทคีตา" แก่อรชุนในทุ่งกุรุเกษตร ด้วยเหตุนี้ท่านจึงถูกเรียกด้วยความเคารพว่า "คุรุทัตตะ" หรือ "ทัตตคุรุ"

คำสอนของคุรุทัตตะปรากฏในคัมภีร์ชื่อ "อวธูตคีตา" (ใช้คำว่า "คีตา" แบบเดียวกับภควัทคีตาและคีตาอื่นๆ) "อวธูต" แปลว่า ผู้เสรี หรือเป็นอิสระ บางครั้งหมายถึงนักบวชจำพวกหนึ่ง ซึ่งไม่สังกัดลัทธินิกายใดและมีอิสระจากประเพณีธรรมเนียมปฏิบัติทั้งหลาย