ข้ามไปเนื้อหา

พรรคเสรีภาพออสเตรีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พรรคเสรีภาพออสเตรีย
Freiheitliche Partei Österreichs
ชื่อย่อFPÖ
ผู้ก่อตั้งAnton Reinthaller
ประธานHerbert Kickl
Secretaries-General
Leader in the National CouncilHerbert Kickl
Leader in the EPHarald Vilimsky
ก่อตั้ง7 เมษายน 1956; 69 ปีก่อน (1956-04-07)
ก่อนหน้าFederation of Independents
ที่ทำการTheobaldgasse 19/4
A-1060 Vienna
หนังสือพิมพ์Neue Freie Zeitung
ฝ่ายนักเรียนนักศึกษาRing Freiheitlicher Studenten
ฝ่ายเยาวชนRing Freiheitlicher Jugend
สมาชิกภาพ  (ปี 2017)60,000
อุดมการณ์
จุดยืนFar-right[A][5]
กลุ่มระดับสากล
กลุ่มในภูมิภาคPatriots.eu
กลุ่มในสภายุโรป
สี  Blue
เพลง
  • Immer wieder Österreich
  • ('Always Austria')[6]
เว็บไซต์
fpoe.at
ธงประจำพรรค

พรรคเสรีภาพออสเตรีย (เยอรมัน: Freiheitliche Partei Österreichs; FPÖ) เป็นพรรคการเมืองในประเทศออสเตรีย ซึ่งมักถูกอธิบายว่าเป็นพรรคที่จัดอยู่ในกลุ่มขวาจัด[12] สุดโต่ง[13][14][15][16][17] ประชานิยมฝ่ายขวา[18][19][20] และต่อต้านสหภาพยุโรป พรรคนี้มีแฮร์แบร์ท คิคเคิลเป็นผู้นำมาตั้งแต่ ค.ศ. 2021 พรรคเสรีภาพออสเตรียเป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาห้าพรรคที่นั่งอยู่ในสภาแห่งชาติ โดยมีจำนวน 57 ที่นั่งจากทั้งหมด 183 ที่นั่ง และได้รับคะแนนเสียงคิดเป็น 28.85% ของคะแนนทั้งหมดในการเลือกตั้ง ค.ศ. 2024 นอกจากนี้พรรคยังได้รับเลือกเข้าไปเป็นตัวแทนในสภานิติบัญญัติของทั้งหมดเก้ารัฐของประเทศ ในระดับยุโรป พรรคเสรีภาพออสเตรียเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งของกลุ่มแพทริออตส์ดอตอียู (เดิมคือ ขบวนการเพื่อยุโรปแห่งชาติและเสรีภาพ) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยุโรปทั้ง 6 คนของพรรคได้เข้าร่วมกับกลุ่มผู้รักชาติเพื่อยุโรป หลังจากการยุบกลุ่มเดิมซึ่งคือ กลุ่มอัตลักษณ์และประชาธิปไตย

พรรคเสรีภาพออสเตรียก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1956 เพื่อสืบทอดจากสหพันธ์แห่งความเป็นอิสระที่มีอายุสั้น โดยเป็นตัวแทนของกลุ่มอุดมการณ์รวมกลุ่มเยอรมันและกลุ่มเสรีนิยมเชิงชาติซึ่งต่อต้านแนวคิดสังคมนิยมและอิทธิพลของกลุ่มศาสนจักรคาทอลิกตามลำดับ ซึ่งแนวคิดเหล่านี้เป็นตัวแทนของพรรคสังคมประชาธิปไตยออสเตรียและพรรคประชาชนออสเตรีย ผู้นำคนแรกของพรรคคือ อันท็อน ไรน์ทัลเลอร์ ซึ่งเคยเป็นอดีตเจ้าหน้าที่นาซีและนายทหารระดับสูงของหน่วยเอ็สเอ็ส แต่ในระยะแรก พรรคเสรีภาพออสเตรียไม่ได้ดำเนินนโยบายขวาจัด และได้นำเสนอตัวเองว่าเป็นพรรคสายกลาง[21] พรรคเสรีภาพออสเตรียเป็นพรรคที่ใหญ่เป็นอันดับสามในออสเตรียมาอย่างยาวนานและได้รับการสนับสนุนในระดับปานกลาง ต่อมาภายใต้การนำของนอร์แบร์ท สเตเกอร์ ในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 1980 พรรคได้พยายามสร้างภาพลักษณ์ให้คล้ายกับพรรคเสรีประชาธิปไตยของเยอรมนี[22][23][24] พรรคเสรีภาพออสเตรียเคยให้การสนับสนุนจากภายนอกแก่บรูโน ไครสกี นายกรัฐมนตรีจากพรรคสังคมประชาธิปไตยออสเตรีย หลังการเลือกตั้ง ค.ศ. 1970 และได้เข้าร่วมในรัฐบาลของเฟร็ด ซิโนวัทซ์ ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลขนาดเล็กของพรรคสังคมประชาธิปไตยออสเตรียหลังการเลือกตั้ง ค.ศ. 1983

เยิร์ก ไฮเดอร์ได้ขึ้นเป็นผู้นำพรรคในปี ค.ศ. 1986 หลังจากนั้น พรรคก็เริ่มมีการเปลี่ยนแนวคิดไปสู่แนวทางประชานิยมฝ่ายขวา การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้คะแนนเสียงสนับสนุนในการเลือกตั้งเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ก็นำไปสู่การที่พรรคสังคมประชาธิปไตยออสเตรียตัดความสัมพันธ์ และเกิดการแตกพรรคออกมาเป็นลานประชาคมเสรีนิยมในปี ค.ศ. 1993 ในการเลือกตั้ง ค.ศ. 1999 พรรคเสรีภาพออสเตรียได้รับคะแนนเสียง 26.9% กลายเป็นพรรคที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสอง โดยมีคะแนนนำหน้าพรรคประชาชนออสเตรียอยู่ประมาณ 500 เสียง ในที่สุด ทั้งสองพรรคก็สามารถบรรลุข้อตกลงจัดตั้งรัฐบาลผสม โดยที่พรรคประชาชนออสเตรียยังคงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไว้ได้ ไม่นานหลังจากนั้น พรรคเสรีภาพออสเตรียก็สูญเสียความนิยมไปอย่างมาก คะแนนลดลงเหลือเพียง 10% ในการเลือกตั้ง ค.ศ. 2002 แต่ยังคงอยู่ในรัฐบาลในฐานะพรรคร่วมขนาดเล็ก ความตึงเครียดภายในพรรคทำให้ไฮเดอร์และผู้นำพรรคส่วนใหญ่ลาออกไปในปี ค.ศ. 2005 และก่อตั้งพรรคใหม่ชื่อว่า พันธมิตรเพื่ออนาคตออสเตรีย ซึ่งเข้ามาแทนที่พรรคเสรีภาพออสเตรียในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล หลังจากนั้น ไฮนซ์-คริสทิอัน ชตราเคอได้ขึ้นเป็นผู้นำ และพรรคก็ค่อย ๆ ฟื้นฟูความนิยมกลับคืนมา โดยทำคะแนนสูงสุดที่ 26.0% ในการเลือกตั้ง ค.ศ. 2017 พรรคเสรีภาพออสเตรียได้กลับไปเป็นพรรคร่วมรัฐบาลขนาดเล็กกับพรรคประชาชนออสเตรียอีกครั้ง ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2019 กรณีอีบีซา (Ibiza affair) ได้นำไปสู่การล่มสลายของรัฐบาลและการลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและผู้นำพรรคของชตราเคอ[25] การเลือกตั้งฉุกเฉินที่ตามมาทำให้คะแนนเสียงของพรรคเสรีภาพออสเตรียลดลงเหลือ 16.2% และกลับไปเป็นฝ่ายค้าน[26][27] เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2024 พรรคอาโน 2011 พรรคเสรีภาพออสเตรีย และพรรคฟีเดซได้ร่วมกันก่อตั้งพันธมิตรใหม่ชื่อว่า ผู้รักชาติเพื่อยุโรป[28]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Anti-Islamisierungs-Kongress: Mit dem Ausflugsdampfer gegen den Islam – WELT". DIE WELT (ภาษาเยอรมัน). 2008-09-19. สืบค้นเมื่อ 2024-06-28.
  2. "Parties and Elections in Europe". www.parties-and-elections.eu. สืบค้นเมื่อ 2024-06-28.
  3. [1][2]
  4. Meyer-Feist, Andreas (14 February 2012), "Austrian villagers quash plans for Buddhist temple", DW, สืบค้นเมื่อ 16 February 2012
    •   Hainsworth, Paul (2008), The Extreme Right in Western Europe, Routledge, pp. 38–39
    •   Art, David (2011), Inside the Radical Right: The Development of Anti-Immigrant Parties in Western Europe, Cambridge University Press, pp. 106–107
    •   Wodak, Ruth; De Cillia, Rudolf; Reisigl, Martin (2009), The Discursive Construction of National Identity (2nd ed.), Edinburgh University Press, p. 195
    •   Hale Williams, Michelle (2012), "Downside after the summit: factors in extreme-right party decline in France and Austria", Mapping the Extreme Right in Contemporary Europe: From Local to Transnational, Routledge, p. 260
    •   Cauquelin, Blaise (30 November 2016). "l'extrême droite près du pouvoir en Autriche". Le Monde (ภาษาฝรั่งเศส). สืบค้นเมื่อ 4 April 2019.
  5. "FPÖ feiert mit "vielleicht neuer Bundeshymne"". Kleine Zeitung (ภาษาเยอรมัน). 2 September 2015. สืบค้นเมื่อ 11 February 2022.
  6. "Austrian election: Kickl's far right 'opens new era' with unprecedented victory". BBC News (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2024-09-29. สืบค้นเมื่อ 2024-10-07.
  7. Tanno, Sophie (2024-09-28). "Austria's far-right FPÖ party is the frontrunner in Sunday's election. How did it get here?". CNN (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2024-10-07.
  8. "Austria's Freedom Party secures first far-right national election win since World War II". Washington Post (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2024-09-30. ISSN 0190-8286. สืบค้นเมื่อ 2024-10-07.
  9. "Herbert Kickl und der Rechtsextremismus". DER STANDARD (ภาษาเยอรมัน - ออสเตรีย). สืบค้นเมื่อ 2024-10-07.
  10. ""Systemparteien", "Volksverrat", "Ketten brechen" – Kickl und die Sprache der Nazis". DER STANDARD (ภาษาเยอรมัน - ออสเตรีย). สืบค้นเมื่อ 2024-10-07.
  11. [7][8][9][10][11]
  12. Salem, Saladin (2025-01-07). "FPÖ vor Regierungsbildung in Österreich: Herbert Kickl in Zitaten". Süddeutsche.de (ภาษาเยอรมัน). สืบค้นเมื่อ 2025-08-02.
  13. Koopmann, Christoph (2025-01-07). "Österreichs künftiger Kanzler: Herbert Kickl und seine Verbindungen zur Identitären Bewegung". Süddeutsche.de (ภาษาเยอรมัน). สืบค้นเมื่อ 2025-08-02.
  14. Baumann, Meret (2025-01-28). "FPÖ-Chef Herbert Kickl spielt mit NS-Rhetorik und näherte die Partei Rechtsextremen an". Neue Zürcher Zeitung (ภาษาเยอรมันสูง (สวิส)). ISSN 0376-6829. สืบค้นเมื่อ 2025-08-02.
  15. Bartlau, Christian (2025-01-24). "FPÖ: Extrem rechts und womöglich bald Kanzler". Die Zeit (ภาษาเยอรมัน). ISSN 0044-2070. สืบค้นเมื่อ 2025-08-02.
  16. Gunkel, Christoph (2025-01-15). "(S+) FPÖ-Geschichte und Nationalsozialismus: Österreichs mangelhafte Aufarbeitung". Der Spiegel (ภาษาเยอรมัน). ISSN 2195-1349. สืบค้นเมื่อ 2025-08-02.
  17. "FPÖ-Chef Herbert Kickl: Der Provokateur vom rechten Rand". tagesschau.de (ภาษาเยอรมัน). สืบค้นเมื่อ 2024-10-07.
  18. Hahne, Silke. "FPÖ-Chef Kickl auf dem Weg nach oben". tagesschau.de (ภาษาเยอรมัน). สืบค้นเมื่อ 2025-08-02.
  19. Soos, Oliver. "Kommentar zu Österreich: Am maximalen Machtanspruch gescheitert". tagesschau.de (ภาษาเยอรมัน). สืบค้นเมื่อ 2025-08-02.
  20. Höbelt, Lothar (2003). Defiant populist: Jörg Haider and the politics of Austria. Purdue University Press. pp. 10–13. ISBN 978-1-55753-230-5.
  21. Meret 2010, p. 186.
  22. Campbell 1995, p. 184.
  23. Bischof, Günter; Plasser, Fritz (2008). The changing Austrian voter. Transaction Publishers. pp. 105–106. ISBN 978-1-4128-0751-7.
  24. "Heinz-Christian Strache: FPÖ-Chef tritt nach Skandal-Video zurück". Der Spiegel (ภาษาเยอรมัน). 2019-05-18. ISSN 2195-1349. สืบค้นเมื่อ 2023-01-03.
  25. "Austria conservatives win most votes in snap election while far right suffer losses". The Local Austria. 29 September 2019. สืบค้นเมื่อ 3 October 2019.
  26. Dean, Sarah; Kottasová, Ivana (29 September 2019). "One of the world's youngest leaders returns in Austria after scandal brought his government down". CNN. สืบค้นเมื่อ 4 October 2019.
  27. "Hungary's Orban announces plan to form new far-right bloc in EP". Euronews. 2024-06-30. สืบค้นเมื่อ 2024-06-30.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]