ฝนแดงในรัฐเกรละ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ตัวอย่างน้ำฝน (ซ้าย) และหลังกำจัดอนุภาค (ขวา) ตะกอนแห้ง (กลาง)

ปรากฏการณ์ฝนสีแดงในรัฐเกรละ เป็นเหตุการณ์ ฝนสีเลือด (ฝนสีแดง) ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม ถึง 23 กันยายน ค.ศ. 2001 เมื่อเกิดฝนตกเป็นน้ำฝนสีแดงกระจายทั่วไปในรัฐเกรละ ทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย ฝนย้อมเสื้อผ้าสีขาวกลายเป็นสีชมพู[1] นอกจากนี้ยังมีรายงานพบฝนสีเหลือง สีเขียว และสีดำด้วย[2][3][4] เคยมีรายงานว่าพบฝนมีสีใน ค.ศ. 1896 และหลังจากนั้นอีกหลายครั้ง[5] ครั้งล่าสุดคือเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2012[6][7] และตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 2012 ถึง 27 ธันวาคม ค.ศ. 2012 ในบรรดาจังหวัดทางภาคตะวันออกและภาคกลางตอนบนของประเทศศรีลังกา[8][9][10][11]

หลังจากการตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์ใน ค.ศ. 2001 ในช่วงแรกเชื่อกันว่าฝนมีสีเช่นนั้นเนื่องจากผลพวงจากเหตุสะเก็ดดาวระเบิดกลางอากาศ[5] แต่จากการศึกษาที่รัฐบาลอินเดียมอบหมายให้ดำเนินการ สรุปได้ว่า ฝนมีสีเนื่องจากสปอร์ในอากาศจากสาหร่ายสีเขียวชนิดหนึ่งจากสกุล Trentepohlia[5] ต่อมาชุดนักวิจัยต่างประเทศระบุสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตนี้ว่าคือ Trentepohlia annulata[12][13]

ในต้นปี ค.ศ. 2006 ฝนมีสีในรัฐเกรละได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางเมื่อสื่อรายงานว่ากอดฟรีย์ หลุยส์ และสันโตษ กุมาร จากมหาวิทยาลัยมหาตมะ คานธี ในเมืองโกฏฏายัม (Kottayam) เสนอประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงว่า อนุภาคมีสีนั้นเป็นเซลล์จากต่างดาวที่มีลักษณะการเจริญเติบโตแบบพิเศษ[3][14][15]

เหตุการณ์[แก้]

ตำบลโกฏฏายัมในรัฐเกรละที่ประสบเหตุฝนสีแดงบ่อยครั้งที่สุด

ฝนมีสีในรัฐเกรละเริ่มตกในวันที่ 25 กรกฎาคม ค.ศ. 2001 ในเขตโกฏฏายัมและเขตอิฑุกกิ (Idukki) ในตอนใต้ของรัฐ มีรายงานพบฝนสีเหลือง สีเขียว และสีดำด้วย[2][3][4] เหตุการณ์ฝนสีแดงตกมีรายงานทั่วไปในเวลาสิบวันต่อมา และจากนั้นความถี่ของฝนลดลงจนถึงปลายเดือนกันยายน[3] ตามข้อมูลของคนในท้องถิ่น ฝนมีสีที่ตกลงมาชุดแรกตกลงมาตามเสียงฟ้าร้องและฟ้าแลบ และตามด้วยต้นไม้ในป่าละเมาะสลัดใบไม้ที่ "ไหม้" เป็นสีเทาแล้วลงมา มีรายงานพบใบไม้ร่วงและบ่อน้ำหายไปและก่อตัวขึ้นในทันทีภายในบริเวณนั้น[16][17][18] ฝนสีแดงตกลงในพื้นที่เล็ก ๆ ไม่เกิน 2-3 ตารางกิโลเมตร และบางครั้งอยู่ในเขตจำกัดมากจนอาจมีฝนปกติตกลงห่างจากฝนสีแดงออกไปเพียงไม่กี่เมตร โดยปกติฝนสีแดงตกนานไม่ถึง 20 นาที[3] ปริมาณน้ำฝนแต่ละมิลลิลิตรบรรจุอนุภาคสีแดง 9 ล้านอนุภาค สำหรับการประมาณค่าปริมาณน้ำฝนสีแดงนอกช่วง มีการประมาณว่ามีอนุภาคสีแดง 50,000 กก. (110,000 ปอนด์) ตกลงในรัฐเกรละ[3]

รายละเอียดของอนุภาค[แก้]

ของแข็งสีน้ำตาลแดงที่สกัดจากน้ำฝนสีแดงประกอบด้วยอนุภาคกลมสีแดงประมาณ 90% และสมดุลประกอบด้วยเศษผง[5] อนุภาคในสารแขวนลอยในน้ำฝนมีส่วนทำให้น้ำฝนมีสี ซึ่งในขณะนั้นเป็นสีแดงเข้มข้น มีอนุภาคเพียงบางส่วนที่เป็นสีเหลืองอ่อน เทาอมฟ้า และเขียวอ่อน[3] อนุภาคมีขนาด 4-10 ไมโครเมตรและเป็นทรงกลมหรือทรงรี ภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแสดงให้เห็นอนุภาคต่าง ๆ มีรอยกดตรงกลาง ที่กำลังขยายสูง ๆ สามารถเห็นโครงสร้างภายในอนุภาคได้[3]

อ้างอิง[แก้]

  1. Gentleman, Amelia; McKie, Robin (5 March 2006). "Red rain could prove that aliens have landed". The Guardian. London. สืบค้นเมื่อ 12 March 2006.
  2. 2.0 2.1 "JULY 28, 2001, The Hindu: Multicolour rain". Hinduonnet.com. 2001-07-29. สืบค้นเมื่อ 2015-10-18.
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 3.5 3.6 3.7 Godfrey Louis; A. Santhosh Kumar (2006). "The red rain phenomenon of Kerala and its possible extraterrestrial origin" (PDF). Astrophysics and Space Science. 302: 175. arXiv:astro-ph/0601022. Bibcode:2006Ap&SS.302..175L. doi:10.1007/s10509-005-9025-4.
  4. 4.0 4.1 Venkatraman Ramakrishnan (30 July 2001). "Colored rain falls on Kerala". BBC. สืบค้นเมื่อ 6 March 2006.
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 Sampath, S.; Abraham, T. K; Sasi Kuma; V. & Mohanan, C.N. (2001). "Coloured Rain: A Report on the Phenomenon" (PDF). Cess-Pr-114-2001. Center for Earth Science Studies and Tropical Botanic Garden and Research Institute. Archived from the original (PDF) on 13 June 2006. สืบค้นเมื่อ 30 August 2009.
  6. "Red rain in India may have alien origin by Arshdeep Sarao, ''Epoch Times'' 6 August 2012". Theepochtimes.com. 2015-09-29. สืบค้นเมื่อ 2015-10-18.
  7. "Morning shower paints rural Kannur red". The Times of India. 29 June 2012. สืบค้นเมื่อ 20 July 2012.
  8. "Red Rain in Sri Lanka in 2012". Fabpretty.com. 2012-12-31. สืบค้นเมื่อ 2015-10-18.
  9. Gamini Gunaratna, Sri Lanka News Paper by LankaPage.com (LLC)- Latest Hot News from Sri Lanka (2012-11-16). "Sri Lanka : Sri Lanka to investigate the cause of red rain received in some parts". Colombopage.com. สืบค้นเมื่อ 2015-10-18.
  10. "'No meteoritic or alien connection with Red rain'". Dailynews.lk. 2012-11-17. สืบค้นเมื่อ 2015-10-18.
  11. Chandra Wickramasinghe says yellow rain is young red rain before growth: [1]
  12. BAST, F, BHUSHAN, S., JOHN A.A., ACHANKUNJU, J., PANIKKAR N.M.V., HEMETNER, C., AND STOCKER-WÖRGÖTTE, E. European Species of Subaerial Green Alga Trentepohlia annulata (Trentepohliales, Ulvophyceae) Caused Blood Rain in Kerala, India. J Phylogen Evolution Biol 3:144 February 2015.[2] (PDF)
  13. "Blood rain mystery spores of micro algae". The Hindu. 2015-04-01. สืบค้นเมื่อ 2015-10-18.
  14. Panspermia theorists say India's red rain contains life not seen on Earth. Farquhar, S. 3 September 2010
  15. Gangappa, Rajkumar; Chandra Wickramasinghe; Milton Wainwright; A. Santhosh Kumar; Godfrey Louis (29 August 2010). Hoover, Richard B; Levin, Gilbert V; Rozanov, Alexei Y; Davies, Paul C. W., eds. "Growth and replication of red rain cells at 121 °C and their red fluorescence" (PDF). Proceedings of the SPIE. Instruments, Methods, and Missions for Astrobiology XIII. ArXiv.org. 7819: 18. arXiv:1008.4960. Bibcode:2010SPIE.7819E..18G. doi:10.1117/12.876393. สืบค้นเมื่อ 29 July 2011.
  16. Radhakrishnan, M. G. (2001). "Scarlets of Fire". India Today. Archived from the original on 26 December 2004. สืบค้นเมื่อ 6 March 2006.
  17. Mystery of the scarlet rains and other talesTimes of India, 6 August 2001
  18. Now wells form spontaneously in KeralaTimes of India, 5 August 2001 (from the Internet Archive)