ฝนดาวตกสิงโต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
ภาพวาดพายุฝนดาวตกสิงโตครั้งใหญ่ ค.ศ. 1833 วาดขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1889 เพื่อบรรจุในหนังสือ Bible Readings for the Home Circle อ้างอิงจากผู้ประสบเหตุพายุฝนดาวตกคนแรก โจเซฟ ฮาร์วีย์ วากอนเนอร์ ระหว่างทางที่เขาเดินทางจากฟลอริดาไปนิวออร์ลีนส์

ฝนดาวตกสิงโต หรือ ฝนดาวตกลีโอนิดส์ (อังกฤษ: Leonids) เป็นฝนดาวตกหนาแน่น เกิดจากเศษดาวหาง เทมเพล-ทัตเติล ได้ชื่อว่าฝนดาวตกสิงโตเนื่องจากตำแหน่งของรัศมีของฝนดาวตกอยู่ในบริเวณกลุ่มดาวสิงโต กระแสของฝนดาวตกจะเริ่มต้นจากบริเวณนี้บนท้องฟ้า

สามารถมองเห็นฝนดาวตกนี้ได้ด้วยตาเปล่าในราวเดือนพฤศจิกายนทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่โลกโคจรผ่านกระแสอนุภาคของฝนดาวตกที่เป็นเศษซากเหลืออยู่ของในเส้นทางโคจรของดาวหาง กระแสอนุภาคนี้ประกอบด้วยชิ้นส่วนขนาดเล็ก เรียกว่า สะเก็ดดาว ที่แตกตัวออกมาจากดาวหางเมื่อแก๊สแข็งของดาวหางเกิดระเหยขึ้นเนื่องจากความร้อนของดวงอาทิตย์ขณะที่ดาวหางโคจรเข้ามาถึงบริเวณวงโคจรของดาวพฤหัสบดี

ฝนดาวตกสิงโตมีชื่อเสียงมากเนื่องจากเป็นฝนดาวตกที่ค่อนข้างสว่าง สะเก็ดดาวที่หลงเหลืออยู่จากซากดาวหางยังคงล่องลอยอยู่ในแนววงโคจรใกล้เคียงกับวงโคจรเดิมของดาวหาง แต่ถูกรบกวนจากดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ โดยเฉพาะดาวพฤหัสบดี (อ่านคำอธิบายเพิ่มเติมใน McNaught & Asher (1999)) และกลายไปเป็นกระแสอนุภาค หางสะเก็ดดาวแต่เดิมจะไม่หนาแน่นและเป็นเพียงฉากหลังของฝนดาวตก (เกิดเพียงไม่กี่ดวงต่อนาที) วันที่เกิดฝนดาวตกคือประมาณวันที่ 17 พฤศจิกายน โดยอาจเปลี่ยนไปบ้างในแต่ละปี[1] ในทางกลับกันหางสะเก็ดดาวชุดใหม่จะหนาแน่นมากและทำให้เกิดพายุฝนดาวตกเมื่อโลกเคลื่อนผ่านบริเวณเหล่านั้น สามารถนับได้สูงถึงมากกว่า 1000 ดวงต่อชั่วโมง

อ้างอิง[แก้]

  1. สามารถตรวจสอบเวลาเกิดฝนดาวตกได้ที่ IMO website

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]