ผู้ใช้:Thaivoice/กระบะทราย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจริญใจ สุนทรวาทิน
เจริญใจ สุนทรวาทิน ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์.jpg
ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (คีตศิลป์) พุทธศักราช 2530
เกิด16 กันยายน พ.ศ. 2458 (104 ปี)
ฝั่งธนบุรี กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
เสียชีวิต10 เมษายน พ.ศ. 2554
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพฯ ประเทศไทย
ชาติพันธุ์ชาวไทยเชื้อสายมอญ
อาชีพนักร้อง นักดนตรี ครูสอนขับร้องและดนตรี
ผลงานเด่นบรรจุเพลงและขับร้อง ฉันท์ดุษฎีสังเวยพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร
บิดามารดาพระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน)
คุณหญิงเสนาะดุริยางค์ (เรือน)
บำเหน็จชนะเลิศการขับร้องเพลงไทย กรมโฆษณาการ (พ.ศ. 2492)
ลายมือชื่อ
ลายมือชื่อ เจริญใจ สุนทรวาทิน.png


เจริญใจ สุนทรวาทิน (อังกฤษ: Charoenjai Sundaravadin) (16 กันยายน พ.ศ. 2458-10 เมษายน พ.ศ. 2554) เป็นศิลปิน และนักวิชาการชาวไทยผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมแบบราชสำนัก มีความสามารถในด้านการละคร ชำนาญในการบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประเภทวงเครื่องสายและวงมโหรี โดยเฉพาะซอสามสาย[1] มีความเชี่ยวชาญในการขับร้องเพลงประกอบการแสดงนาฏกรรม รวมถึงเพลงไทยเพื่อการฟังตามแบบฉบับและแนวทางร่วมสมัย กล่าวได้ว่า เป็นผู้ที่มีน้ำเสียงไพเราะ ขับร้องด้วยอารมณ์อันสมจริง ประณีตละเมียดละไม ได้อรรถรสของวรรณคดี[2] ได้รับการขนานนามจากนักดนตรีไทยว่าเป็น “เพชรประดับมงกุฎแห่งคีตศิลป์ไทย”[3]

เจริญใจ สุนทรวาทิน เป็นที่รู้จักในวงการเพลงไทยตั้งแต่วัยเยาว์[4] ในฐานะนักร้องทายาทของผู้มีบรรดาศักดิ์ชั้นพระยาที่สืบสกุลมาจากตระกูลนักดนตรีในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เคยเป็นข้าราชบริพารในยุคก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง[5] เคยได้รับรางวัลชนะเลิศระดับชาติจากการประกวดขับร้องเพลงไทย เป็นครูผู้ควบคุมวงดนตรีและสอนการขับร้องเพลงไทย เป็นอาจารย์ผู้ถวายงานสอนดนตรีและขับร้องแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี[6] และนับเป็นหนึ่งในปูชนียบุคคลที่สำคัญในวงการศิลปะดนตรีไทย ที่ได้รับการพิจารณายกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ[7]

ประวัติ[แก้]

ชาติกำเนิด[แก้]

ไฟล์:อาจารย์เจริญใจ 2471.jpg
เจริญใจ สุนทรวาทิน ในชุดยืนเครื่องละครตัวนาง ถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2471

เจริญใจ สุนทรวาทิน หรือชื่อที่รู้จักโดยทั่วไปว่า “อาจารย์เจริญใจ” เกิดเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2458 เป็นบุตรีของพระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน) กับคุณหญิงเสนาะดุริยางค์ (เรือน) เกิด ณ บ้านย่านคลองบางไส้ไก่ ฝั่งธนบุรี กรุงเทพมหานคร บิดาเป็นนักดนตรีไทยที่มีชื่อเสียงและเป็นเจ้ากรมพิณพาทย์หลวงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพี่น้องร่วมมารดาทั้งหมด 4 คน คือ เลียบ เลื่อน เชื้อ และเจริญ (นามเดิม)[8] และมีพี่น้องต่างมารดาจำนวน 2 คน คือ ช้าและเชื่อง ในจำนวนพี่น้องทั้ง 6 คนนั้น มีพี่สาวคือ นางเลื่อน สุนทรวาทิน (ผลาสินธุ์) เป็นนักร้องเพลงไทยที่มีชื่อเสียง เมื่อแรกเกิดได้ไม่นาน บิดาได้นำทองคำบริสุทธิ์ฝนให้กินวันละหยดเป็นเวลา 3 วัน[9]และได้ตั้งชื่อเมื่อแรกเกิดว่า “เจริญ” ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนมาเป็น “เจริญใจ” ในภายหลัง และมีชื่อเรียกในหมู่พี่น้องว่า “เล็ก” เนื่องจากเป็นลูกคนสุดท้อง

สายสกุล "สุนทรวาทิน"[แก้]

ใบสัญญาบัตรแต่งตั้งนายแช่มเป็นขุนเสนาะดุริยางค์ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ร.ศ.122

“สุนทรวาทิน” (อักษรโรมัน: Sundaravadin RTGS: Suntharawathin) อันเป็นนามสกุลก่อนสมรส เป็นนามสกุลพระราชทานที่พระยาเสนาะดุริยางค์ผู้เป็นบิดา ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีความหมายตามศัพท์ว่า “ทำแล้วซึ่งดนตรีอันไพเราะ” อีกนัยหนึ่งหมายถึง “นักดนตรีที่ดี”[10] ตามเค้าที่มาของคำว่า “เสนาะดุริยางค์” ซึ่งเป็นราชทินนามปรากฏในทำเนียบเก่ารัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระยาเสนาะดุริยางค์ได้รับพระราชทานมาตั้งแต่ครั้งยังเป็น “ขุนเสนาะดุริยางค์” เมื่อแรกรับราชการในกรมพิณพาทย์หลวงในปี พ.ศ. 2446 และด้วยเหตุที่บรรพบุรุษในตระกูลนับตั้งแต่บิดาของพระยาเสนาะดุริยางค์ คือ ช้อย สุนทรวาทิน สืบมาจนถึงบุตรธิดาล้วนมีความสามารถในด้านดนตรี สายตระกูลสุนทรวาทินจึงได้รับการเรียกชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า “สายเสนาะ”

การศึกษา[แก้]

ไฟล์:เจริญใจ วงมโหรีหลวง.jpg
เจริญใจ สุนทรวาทิน เมื่อครั้งถวายตัวรับราชการในวงมโหรีหลวง สมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในเบื้องต้น เริ่มศึกษาวิชาสามัญที่โรงเรียนศึกษานารี จนจบมัธยมศึกษาปีที่ 1 แล้วมาศึกษาที่โรงเรียนราชินีจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ต่อมาพระยาเสนาะดุริยางค์เห็นว่ามีความสามารถในด้านดนตรี จึงขอให้ออกจากการศึกษาวิชาสามัญมาอุทิศเวลาให้กับการเรียนดนตรีอย่างเดียว โดยบิดาได้สอนดนตรีและสอนการขับร้องเพลงไทยเป็นการเฉพาะ เมื่อถวายตัวเข้ารับราชการในกรมมหรสพ ได้ศึกษาทักษะและทฤษฎีดนตรีไทยกับครูผู้ใหญ่หลายท่าน เช่น พระยาประสานดุริยศัพท์ (แปลก ประสานศัพท์) พระเพลงไพเราะ (โสม สุวาทิต) หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) และ มนตรี ตราโมท ภายหลังได้ศึกษาการสีซอสามสายจากพระยาภูมิเสวิน (จิตร จิตตเสวี) หลวงไพเราะเสียงซอ (อุ่น ดูรยชีวิน) และ เทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล

ประวัติการทำงาน[แก้]

ไฟล์:เจริญใจ อายุ 17.TIF
เจริญใจ สุนทรวาทิน ขณะมีอายุได้ 17 ปี

เริ่มรับราชการครั้งแรก โดยเข้าถวายตัวเป็นข้าหลวงเรือนนอก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำหน้าที่ขับร้อง ต่อมาได้ถวายตัวเป็นข้าหลวงในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำหน้าที่ขับร้องและบรรเลงประจำวงมโหรีหลวง ต่อมาจึงได้โอนไปสังกัดกรมพระราชวังและกรมศิลปากร ตามลำดับ และได้ย้ายไปสอนประจำการที่โรงเรียนการเรือนพระนครและโรงเรียนอนุบาลลอออุทิศ จนเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง จึงลาออกจากราชการ

ในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้กลับเข้าสอนในตำแหน่งครูผู้สอนประจำชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ส.จ.ม.) ตั้งแต่ พ.ศ. 2508 และได้ถวายการสอนดนตรีแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นการส่วนพระองค์ เมื่อครั้งเสด็จเข้าศึกษาเป็นนิสิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ พ.ศ. 2516 ตลอดจนได้เป็นอาจารย์ควบคุมวงและสอนขับร้องในสถาบันและสโมสรต่าง ๆ ทั้งที่เป็นของภาครัฐและเอกชน ได้แก่ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สโมสรอาสากาชาด สภากาชาดไทย ชมรมดนตรีไทย ธนาคารกสิกรไทย เป็นต้น

ผลงานที่สำคัญ[แก้]

ผลงานทางวิชาชีพ[แก้]

สมาชิกวงพระเสนาะดุริยางค์ ตามที่ปรากฏในสูจิบัตรงาน "สี่มะเส็ง" ณ วังบางขุนพรหม พ.ศ. 2466

เจริญใจ สุนทรวาทิน เริ่มเข้าสู่วงการเพลงไทยครั้งแรกเมื่ออายุ 8 ขวบ โดยได้เข้าร่วมการขับร้องประชันวงปี่พาทย์ในงาน “สี่มะเส็ง” ณ วังบางขุนพรหม เมื่อ พ.ศ. 2466 ได้รับรางวัลที่ 3 และถือเป็นนักร้องที่มีอายุน้อยที่สุดในขณะนั้น ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2492 ได้เข้าร่วมการประกวดขับร้องเพลงไทยทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมโฆษณาการ ได้รับรางวัลชนะเลิศ

ไฟล์:อาจารย์เจริญใจ ขณะบรรเลงซอสามสาย.jpg
เจริญใจ สุนทรวาทิน ขณะบรรเลงซอสามสาย
ประกาศนียบัตรรางวัลชนะเลิศที่ 1 การประกวดขับร้องเพลงไทย โดยกรมโฆษณาการ พ.ศ. 2492

เจริญใจ สุนทรวาทิน มีผลงานการบันทึกแผ่นเสียงนับตั้งแต่ปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ราว 50 เพลง ได้มีผลงานเรื่อยมาทั้งในรูปแบบของแถบบันทึกเสียง แถบวีดิทัศน์ เมื่อ พ.ศ. 2518 ได้รับเชิญจากกรมศิลปากรให้ร่วมขับร้องและบรรเลงเพลงเดี่ยวซอสามสายไว้เป็นแบบฉบับ และยังได้ร่วมบันทึกเสียงขับร้องในเพลงประเภทต่าง ๆ กับวงดนตรีหลายคณะ เช่น คงคะศิลป์ วัชรบรรเลง กรมศิลปากร ฯลฯ ตลอดจนการบันทึกเสียงขับร้องเพลงประกอบการแสดงละครดึกดำบรรพ์ และเพลงร้องต่าง ๆ ภายใต้โครงการพัฒนาดนตรีไทยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไว้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังได้รับเชิญร่วมบันทึกเสียงเพลงกล่อมลูกภาคกลางร่วม 30 เพลง กับสถาบันภาษาและวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับเชิญเป็นที่ปรึกษาในด้านการขับร้องและการบรรเลงดนตรีไทยให้กับโครงการแสดงดนตรีของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้รับเชิญจากวงดนตรีฟองน้ำให้ไปเผยแพร่วัฒนธรรมดนตรีไทยราชสำนัก ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร และได้ตั้งวงดนตรีไทยขึ้น 2 วง คือ คณะ “เสนาะดุริยางค์” และ “ฟังเพลินเจริญใจ”

นอกจากนี้แล้ว ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ ให้ขับร้องถวายในบทพระราชนิพนธ์ส่วนพระองค์ เช่น เพลงเต่าเห่ เพลงแขกปัตตานี เพลงตับสมิงทอง เพลงแขกลพบุรี เพลงอกทะเล ฯลฯ ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาในด้านการบรรเลงและขับร้องเพลงไทยในโครงการพระราชดำริต่าง ๆ เช่น มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และครั้งหนึ่ง ได้เคยเข้าเฝ้าฯ หน้าพระที่นั่งเพื่อบรรเลงซอสามสายไปพร้อมกับการขับร้องถวายในโอกาสรับเสด็จสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก เมื่อครั้งยังทรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมารี เมื่อคราวเสด็จฯ เยือนประเทศไทยเป็นการส่วนพระองค์

ในด้านสื่อสารมวลชน เคยเป็นผู้ดำเนินรายการร่วมกับ นายแพทย์พูนพิศ อมาตยกุล ในรายการ “ฟังเพลินเจริญใจ เผยแพร่ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย

ผลงานทางวิชาการ[แก้]

เจริญใจ สุนทรวาทิน ได้รับเชิญให้เป็นกรรมการการตัดสินวงดนตรีไทยและการขับร้องเพลงไทยในหลายวาระ เป็นกรรมการสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาในคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมาได้รับเชิญจากทบวงมหาวิทยาลัยให้เป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการจัดทำเกณฑ์มาตรฐานดนตรีไทย และได้รับเกียรติเข้าเป็นภาคีสมาชิก ประเภทวิจิตรศิลป์ สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน[11]

ไฟล์:ข้าพเจ้าภูมิใจที่เกิดเป็นนักดนตรีไทย.jpg
หนังสืออัตชีวประวัติของเจริญใจ สุนทรวาทิน
ไฟล์:ผลงานการบันทึกเสียง เจริญใจ.jpg
ตัวอย่างผลงานการบันทึกแผ่นเสียงและแถบบันทึกเสียงของเจริญใจ สุนทรวาทิน

เริ่มมีผลงานเขียนครั้งแรกเมื่อราว พ.ศ. 2518 ปรากฏในหนังสือของชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมาได้เรียบเรียงอัตชีวประวัติบันทึกประสบการณ์ทางดนตรี จัดพิมพ์เป็นหนังสือฉบับสมบูรณ์ ชื่อ “ข้าพเจ้าภูมิใจที่เกิดเป็นนักดนตรีไทย” เมื่อ พ.ศ. 2530 และได้ริเริ่มงานเขียนที่เกี่ยวข้องกับการขับร้องเพลงไทยเผยแพร่ลงหนังสือที่ระลึกในโอกาสสำคัญ ตลอดจนได้รับเชิญให้เป็นผู้บรรยายและวิทยากรผู้ให้ความรู้ด้านดนตรีไทยและการขับร้องเพลงไทยแก่สถาบันการศึกษาและหน่วยงานราชการต่าง ๆ ตลอดมา

ตัวอย่างผลงานการขับร้องและบรรเลงดนตรีไทย[แก้]

ผลงานการขับร้อง

ผลงานการเดี่ยวซอสามสาย

การสร้างสรรค์และเผยแพร่ผลงานต่อสาธารณชน[แก้]

ไฟล์:โน้ตเพลงวันเกิด ภาษาไทย.jpg
โน้ตเพลงวันเกิดฉบับภาษาไทย

เจริญใจ สุนทรวาทิน มีผลงานการประพันธ์ทางขับร้องเพลงไทยในแนวอนุรักษ์ จำนวน 3 เพลง คือ เพลงสาวสุดสวยเถา เพลงจินตะหราวาตี เถา และเพลงพญาสี่เสา เถา นอกจากนี้ยังได้ประพันธ์ทางขับร้องเพลงไทยที่เป็นแนวทางร่วมสมัยอีกจำนวนหนึ่ง ได้แก่ เพลงลบรอยแผลรัก เพลงฉลองพระนคร เพลงลาวพวน และ เพลงจุ๊บแจง เมื่อ พ.ศ. 2526 ได้รับพระบรมราชานุญาต ให้ทำทางร้องและบรรจุเพลงประกอบบทพระราชนิพนธ์ ฉันท์ดุษฎีสังเวยพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี และในช่วงถัดมา ได้ร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ และธนาคารกสิกรไทย จัดทำหนังสือและแถบบันทึกเสียง ชุด “เพลงสยามสำหรับเด็ก” และ “เพลงเทศกาลสยาม” ประกอบด้วยโน้ตเพลงและการขับร้องประกอบวงดนตรีไทยและสากลตีพิมพ์เผยแพร่ไปทั่วโลก โดยมีเพลงที่สำคัญเพลงหนึ่ง คือ “เพลงวันเกิด” ซึ่งเป็นเพลงอวยพรวันเกิดที่มีเนื้อร้องเป็นภาษาไทย[12]

ไฟล์:หน้าปก ฉันท์ดุษฎีสังเวย (ตับพระแก้ว).jpg
ฉันท์ดุษฎีสังเวยพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร

เมื่อ พ.ศ. 2540 ได้รับเชิญจากสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมดำเนินการควบคุมการบันทึกเสียงและขับร้องบทพระราชนิพนธ์เรื่อง “เงาะป่า” ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในรูปของออดิโอซีดีจำนวน 26 ชุด สิ้นสุดการบันทึกเสียงเมื่อ พ.ศ. 2543 ซึ่งเป็นการบันทึกเสียงเพลงไทยที่ใช้บทร้องจากบทละครตลอดทั้งเรื่อง โดยใช้คณะนักร้องและทางขับร้องในสายสกุลพระยาเสนาะดุริยางค์ทั้งสิ้น[13]

ตัวอย่างผลงานการประพันธ์ทางขับร้องและบรรจุเพลงไทย[แก้]

รางวัลเกียรติยศ[แก้]

ไฟล์:เจริญใจ รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จุฬา.TIF
เจริญใจ สุนทรวาทิน รับพระราชทานปริญญาศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2530

เจริญใจ สุนทรวาทิน ได้รับการยกย่องเป็นสตรีดีเด่น ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติในฐานะศิลปินคนแรก เนื่องในปีสตรีสากล พ.ศ. 2518 ได้รับปริญญาศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (คีตศิลป์) จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งเป็นเกียรติยศที่ได้รับในปีเดียวกันทั้งสิ้นเมื่อ พ.ศ. 2530[14]

คำประกาศเกียติคุณศิลปินแห่งชาติ[แก้]

นางเจริญใจ สุนทรวาริน เกิดเมื่อวันที่ 16 กันยายน พุทธศักราช 2458 เป็นศิลปินผู้เชี่ยวชาญคีตศิลป์และดุริยางคศิลป์ เพียบพร้อมด้วยความรู้ลึกซึ้งในปรัชญาของดนตรีไทย อันเกี่ยวเนื่องด้วยโบราณราชประเพณี วรรณคดี ภาษา และสุนทรียภาพแห่งการผสมผสานระหว่างท่วงทำนองเพลงกับบทร้องและอารมณ์อันสมจริง เป็นผู้รอบรู้ทั้งในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติการดนตรี ทั้งในการขับร้อง การบรรเลงเดี่ยวเครื่องดนตรีตลอดจนการประสมวงและการใช้ดนตรีนั้นๆ ได้อย่างเด่นชัด และด้วยความรู้ความสามารถที่ได้สั่งสมมาจากบรรพบุรุษในสายสกุล “สุนทรวาทิน” นับตั้งแต่เยาว์วัย ได้ทำหน้าที่นักร้องนักดนตรี และแสดงนาฏศิลป์ทั้งในราชสำนักและสถาบันอันทรงเกียรติตลอดมา เคยได้รับรางวัลนักร้องยอดเยี่ยมระดับชาติ และคงความสามารถนั้นให้เป็นประโยชน์ต่อวงการดนตรีไทยได้อย่างต่อเนื่อง มีผลงานการบันทึกเสียงไว้เป็นตัวอย่างเป็นสมบัติของชาติจำนวนมากได้ทำหน้าที่อาจารย์สอนดนตรีและขับร้องตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงขั้นอุดมศึกษา ได้รับปริญญาศิลปะศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาดุริยางคศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และศิลปกรรมศาสาตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นับว่าเป็นศิลปินที่ควรแก่การภาคภูมิใจของชาติ นางเจริญใจ สุนทรวาริน สมควรได้รับเกียรติการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (คีตศิลป์) ประจำปี พุทธศักราช 2530

— สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ [15]

พรที่พ่อของข้าพเจ้าได้ให้ไว้ได้ปรากฏชัดแล้ว ข้าพเจ้าขอกราบน้อมระลึก "ข้าพเจ้าภูมิใจที่เกิดเป็นนักดนตรีไทย"

- เจริญใจ สุนทรวาทิน[16]

เหรียญและเครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

การถ่ายทอดองค์ความรู้[แก้]

ไฟล์:ทรงดนตรี อ.เจริญใจอายุครบ90-16กย.48.jpg
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดนตรีร่วมกับเจริญใจ สุนทรวาทินและคณะศิษย์ เนื่องในวันฉลองอายุ 90 ปี

เจริญใจ สุนทรวาทิน ได้ถ่ายทอดวิชาการดนตรีไทยให้กับศิษย์ทั้งการบรรเลงซอสามสายและการขับร้องเพลงไทย ส่วนใหญ่เป็นนิสิตเก่าจากคณะต่าง ๆ ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานและมีคุณวุฒิเป็นที่ยอมรับในหลายหลายสาขาอาชีพ ตัวอย่างศิษย์ในด้านซอสามสายที่มีชื่อเสียงและเป็นศิลปินวิชาชีพ เช่น เลอเกียรติ มหาวินิจฉัยมนตรี นิติธร หิรัญหาญกล้า ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ รัชวิทย์ มุสิการุณ ฯลฯ รวมไปถึง บัณฑูร ล่ำซำ นักธุรกิจที่สำคัญในวงการธนาคารและเศรษฐกิจของไทย

ในด้านการขับร้อง ศิษย์ที่มีชื่อเสียงและเป็นนักดนตรีไทย ได้แก่ ณัฐวิภา มูลธรรมเกณฑ์ สุกัญญา กุลวราภรณ์ ดุษฎี สว่างวิบูลย์พงศ์ ภมร บุญยัง สมพร ทองสีเขียว จตุพร สีม่วง ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีศิษย์สายขับร้องที่มาจากสาขาอาชีพอื่น ๆ เช่น อนุพงศ์ สุทธินรเศรษฐ์ ยมโดย เพ็งพงศา ประพจน์ อัศววิรุฬหการ จารุวรรณ ชลประเสริฐ เอื้อพงศ์ จตุรำรง จันทรา สุขวิริยะ นิตยา แดงกูร ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่วิชาความรู้และเกียรติคุณของสายสกุลพระยาเสนาะดุริยางค์ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับอย่างกว้างขวาง

ชีวิตบั้นปลายและมรณกรรม[แก้]

ไฟล์:ภาพลายพระหัตถ์ เรือนมโหรี.TIF
ลายพระหัตถ์พระราชทานนาม "เรือนมโหรี"

เจริญใจ สุนทรวาทิน เป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรงมาโดยตลอด ในช่วงเวลาบั้นปลาย ได้ใช้ชีวิตภายในเรือนที่ปลูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยภายในซอยแสนสบาย ถนนพระรามที่ 4 เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานนามว่า “เรือนมโหรี”

ในเวลาต่อมาได้ป่วยด้วยอาการของโรคพาร์กินสันในระยะเริ่มต้น จึงเข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์จนมีอาการดีขึ้น แต่ก็ยังมีอาการของโรคชราสืบเนื่องมาเป็นลำดับ

ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2554 ด้วยเส้นโลหิตในสมองแตก ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ศิริอายุรวม 94 ปี 6 เดือน 25 วัน[22]

การพิธีศพและพระราชทานเพลิงศพ[แก้]

ได้มีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ เมื่อวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554 ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ ณ วัดเทพศิรินทราวาส และเก็บศพเพื่อบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 100 วัน ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุด้านใต้ วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2555

การจัดงานรำลึก[แก้]

ตราสัญลักษณ์งานกิจกรรม "ศตสมัย เจริญใจ สุนทรวาทิน" ในวาระครบรอบ 100 ปี ชาตะกาล

ภายหลังการถึงแก่กรรม ได้มีการจัดงานเพื่อเป็นที่ระลึกในวาระต่าง ๆ ตามลำดับ ดังนี้

  1. “รำลึกถึง อ.เจริญใจ สุนทรวาทิน” โดย ศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ และคณะศิษย์อาจารย์เจริญใจ สุนทรวาทิน ร่วมกันจัดงานเพื่อเป็นที่ระลึก เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2554 ณ อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[23]
  2. "เจริญใจ สุนทรวาทิน คีตศิลป์รฤก" โดย บมจ.ธนาคารกสิกรไทย และคณะศิษย์อาจารย์เจริญใจ สุนทรวาทิน ได้ร่วมกันจัดงานเพื่อเป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบอายุ 97 ปี เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2555 ณ อาคารสำนักงานใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เขตราษฎร์บูรณะ[24]
  3. "เจริญรส บทเพลงไทย เจริญใจ สุนทรวาทิน" โดย นิสิตสาขาวิชาดุริยางคศิลป์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 ณ หอประชุม 212 อาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[25]
  4. "ศตสมัย เจริญใจ สุนทรวาทิน" โดย บมจ.ธนาคารกสิกรไทย และคณะศิษย์อาจารย์เจริญใจ สุนทรวาทิน ได้ร่วมกันจัดงานเพื่อเป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ชาตะกาล เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2558 ณ อาคารสำนักงานใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เขตราษฎร์บูรณะ[26]

พงศาวลี[แก้]

ลำดับพงศาวลีของเจริญใจ สุนทรวาทิน เป็นดังนี้[27]

อ้างอิง[แก้]

  1. กระทรวงศึกษาธิการ. สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ. 2530. ศิลปินแห่งชาติ. กรุงเทพฯ : อมรินทร์ พริ้นติ้ง กรุ๊ฟ.
  2. http://www.culture.go.th/subculture3/images/M_images/kunyengpaiton.pdf
  3. จารุวรรณ ชลประเสริฐ และ พรทิพย์ จันทิวโรทัย, บรรณาธิการ. บรรณานุสรณ์ เจริญใจ สุนทรวาทิน. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
  4. เจริญใจ สุนทรวาทิน. 2538. สายเสนาะ. กรุงเทพฯ : ธนาคารกสิกรไทย.
  5. เจริญใจ สุนทรวาทิน. “งานดนตรีไทยในชีวิตข้าพเจ้า.” หน้า 93-96. รายงานการสัมมนา เรื่อง ดนตรีไทยเพื่อจริยธรรมและวัฒนธรรม ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล 26-27 สิงหาคม 2524. กรุงเทพมหานคร : ประกายพรึก.
  6. เจริญใจ สุนทรวาทิน. 2530. ข้าพเจ้าภูมิใจที่เกิดเป็นนักดนตรีไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์เรือนแก้ว.
  7. กระทรวงศึกษาธิการ. สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ. 2530. ศิลปินแห่งชาติ. กรุงเทพฯ : อมรินทร์ พริ้นติ้ง กรุ๊ฟ.
  8. เจริญใจ สุนทรวาทิน. 2530. ข้าพเจ้าภูมิใจที่เกิดเป็นนักดนตรีไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์เรือนแก้ว.
  9. เจริญใจ สุนทรวาทิน. 2530. ข้าพเจ้าภูมิใจที่เกิดเป็นนักดนตรีไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์เรือนแก้ว.
  10. ณรงค์ชัย ปิฎกรัชต์.ศิลปินบรรเลงเพลงไพเราะยิ่ง อ้างถึงใน http://www.smusichome.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538675606&Ntype=4
  11. http://www.royin.go.th/?parties=นาง-เจริญใจ-สุนทรวาทิน
  12. ลูเซีย ทังสุพานิช และเจริญใจ สุนทรวาทิน. 2526 เพลงสยามสำหรับเด็ก. กรุงเทพฯ : 8คราฟท์แมน เพรส.
  13. เนื้อเพลงพระราชนิพนธ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ประชุมเพลงสวรรค์ เล่ม 1-2, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พิมพ์พระราชทานในงานพระราชทานเพลิงศพ นางเจริญใจสุนทรวาทิน ต.ม. ร.ด.ม. (ศ) ศิลปินแห่งชาติ ณ เมรุด้านใต้ วัดเทพศิรินทราวาส วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2555, กรุงเทพ: อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
  14. เจริญใจ สุนทรวาทิน. 2530. ข้าพเจ้าภูมิใจที่เกิดเป็นนักดนตรีไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์เรือนแก้ว.
  15. ธนาคารกสิกรไทย. 2558. ศตสมัย เจริญใจ สุนทรวาทิน. กรุงเทพฯ: ธนาคารกสิกรไทย.
  16. เจริญใจ สุนทรวาทิน. 2530. ข้าพเจ้าภูมิใจที่เกิดเป็นนักดนตรีไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์เรือนแก้ว.
  17. เนื้อเพลงพระราชนิพนธ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ประชุมเพลงสวรรค์ เล่ม 1-2, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พิมพ์พระราชทานในงานพระราชทานเพลิงศพ นางเจริญใจสุนทรวาทิน ต.ม. ร.ด.ม. (ศ) ศิลปินแห่งชาติ ณ เมรุด้านใต้ วัดเทพศิรินทราวาส วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2555, กรุงเทพ: อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
  18. เนื้อเพลงพระราชนิพนธ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ประชุมเพลงสวรรค์ เล่ม 1-2, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พิมพ์พระราชทานในงานพระราชทานเพลิงศพ นางเจริญใจสุนทรวาทิน ต.ม. ร.ด.ม. (ศ) ศิลปินแห่งชาติ ณ เมรุด้านใต้ วัดเทพศิรินทราวาส วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2555, กรุงเทพ: อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
  19. เจริญใจ สุนทรวาทิน. 2530. ข้าพเจ้าภูมิใจที่เกิดเป็นนักดนตรีไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์เรือนแก้ว.
  20. เนื้อเพลงพระราชนิพนธ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ประชุมเพลงสวรรค์ เล่ม 1-2, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พิมพ์พระราชทานในงานพระราชทานเพลิงศพ นางเจริญใจสุนทรวาทิน ต.ม. ร.ด.ม. (ศ) ศิลปินแห่งชาติ ณ เมรุด้านใต้ วัดเทพศิรินทราวาส วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2555, กรุงเทพ: อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
  21. http://www.identity.opm.go.th/identity/doc/nis01614.PDF
  22. เนื้อเพลงพระราชนิพนธ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ประชุมเพลงสวรรค์ เล่ม 1-2, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พิมพ์พระราชทานในงานพระราชทานเพลิงศพ นางเจริญใจสุนทรวาทิน ต.ม. ร.ด.ม. (ศ) ศิลปินแห่งชาติ ณ เมรุด้านใต้ วัดเทพศิรินทราวาส วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2555, กรุงเทพ: อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
  23. http://www.culture.go.th/subculture3/index.php?option=com_content&view=article&id=89
  24. http://www.sirindhorn.net/HRH-activities.php?dc=16&mc=09&yc=2555&month=09&year=2012
  25. https://www.facebook.com/JarernjaiS
  26. http://www.sirindhorn.net/HRH-activities.php?dc=13&mc=09&yc=2558&month=09&year=2015
  27. เจริญใจ สุนทรวาทิน. 2538. สายเสนาะ. กรุงเทพฯ : ธนาคารกสิกรไทย.