ผู้ใช้:Famefill/ทดลองเขียน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
มหาจักรวรรดิหมิง
大明

จักรวรรดิ

ค.ศ. 1368–1644
 

จักรวรรดิหมิง ค.ศ. 1415 ในรัชสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อ
จักรวรรดิหมิงประมาณ ค.ศ. 1580
เมืองหลวง หนานจิง (อำเภอหยิงเทียน)
(ค.ศ. 1368–1644)[a]
ปักกิ่ง (อำเภอชุนเทียน)
(ค.ศ. 1403–1644)[b][c]
ภาษา ภาษาทางการ:
จีนกลาง
จีนท้องถิ่น
ภาษาอื่นๆ:
ตุรกี
อุยกูร์โบราณ
ธิเบต
มองโกเลีย
จูร์เชน
และ อื่นๆ
ศาสนา ลัทธิบูชาสวรรค์
ลัทธิเต๋า
ลัทธิขงจื๊อ
ศาสนาพุทธ
ลัทธินอกศาสนา
ศาสนาอิสลาม
โรมันคาทอลิก
รัฐบาล สมบูรณาญาสิทธิราชย์
จักรพรรดิ (皇帝)
 -  ค.ศ. 1368–1398 (องค์แรก) จักรพรรดิหงอู่
 -  ค.ศ. 1402–1424 จักรพรรดิหย่งเล่อ
 -  ค.ศ. 1572–1620 (ยาวนานที่สุด) จักรพรรดิว่านลี่
 -  ค.ศ. 1627–1644 (องค์สุดท้าย) จักรพรรดิฉงเจิน
มหาเสนาบดี
 -  ค.ศ. 1402–1407 เซี่ย จิน
 -  ค.ศ. 1644 เว่ย เจ้าเต๋อ
ประวัติศาสตร์
 -  ก่อตั้งหนานจิงเป็นเมืองหลวง1 23 มกราคม ค.ศ. 1368
 -  กำหนดปักกิ่งเป็นเมืองหลวง 28 ตุลาคม ค.ศ. 1420
 -  การล่มสลายของปักกิ่ง 25 เมษายน 1644
 -  หมิงใต้ล่มสลาย2 ค.ศ. 1683
พื้นที่
 -  ค.ศ. 1450[1][2] 6,500,000 ตร.กม. (2,509,664 ตารางไมล์)
ประชากร
 -  ค.ศ. 1393 ประมาณการ 65,000,000 
 -  ค.ศ. 1403[3] ประมาณการ 66,598,337 
 -  ค.ศ. 1500[4] ประมาณการ 125,000,000 
 -  ค.ศ. 1600[5] ประมาณการ 160,000,000 
สกุลเงิน Paper money (1368–1450)
Bimetallic:
copper cashes (, wén) in strings of coin and paper
Silver taels (, liǎng) in sycees and by weight
1. จู หยวนจาง สถาปนาตนเองเป็น กษัตริย์อู่ (อู่อ๋อง) ที่หนานจิงใน ค.ศ. 1364
2. พวกราชวงศ์หมิงที่ยังเหลืออยู่ปกครองจีนตอนใต้จนถึง ค.ศ. 1622 และไต้หวัน จนถึง ค.ศ. 1683 ราชวงศ์ที่ปกครองรู้จักในนามตงหนิง

ราชวงศ์หมิง (จีน:明朝) หรือที่รู้จักในนาม มหาจักรวรรดิหมิง (จีน:大明) เป็นราชวงศ์ที่ปกครองจีนเป็นระยะเวลา 276 ปี (ค.ศ. 1368–1644) ภายหลังจากการล่มสลายของราชวงศ์หยวนของชาวมองโกล ราชวงศ์หมิงเป็นราชวงศ์จักรพรรดิสุดท้ายที่ปกครองโดยชาวฮั่น ถึงแม้ว่าจะเสียเมืองหลวงหลักปักกิ่งใน ค.ศ. 1644 ให้กับกลุ่มกบฏที่นำโดย หลี่ จื้อเฉิง (ผู้สถาปนาราชวงศ์ซุนในเวลาอันสั้นก่อนที่จะถูกล้มล้างโดยราชวงศ์ชิงของชาวแมนจู) แต่ระบอบภักดีต่อราชบัลลังก์หมิงซึ่งเรียกว่าหมิงใต้อยู่ได้จนถึง ค.ศ. 1683

จักรพรรดิหงอู่ (ครองราชย์ ค.ศ. 1368–1398) ทรงพยายามสร้างระบบสังคมชุมชนชนบทแบบพึ่งพาตนเอง ทรงสร้างระบบเป็นระเบียบที่ยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลงได้ที่จะสามารถรองรับและสนับสนุนการทหารของราชวงศ์หมิงอย่างยั่งยืน[6] ทำให้ด้านการทหารในช่วงนั้นราชวงศ์หมิงประสบความสำเร็จมีกองทัพภาคพื้นดินเกินกว่า 1 ล้านคนและกองทัพเรือมีอู่ต่อเรือที่หนานจิงเป็นอู่ต่อเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนั้น[7]


เชิงอรรถ[แก้]

  1. เมืองหลวงหลักหลัง ค.ศ. 1403 และเมืองหลวงรองหลัง ค.ศ. 1421
  2. เมืองหลวงรองจนถึง ค.ศ. 1421 และเป็นเมืองหลวงหลักหลังจากนั้น
  3. เมืองหลวงของหมิงใต้ได้แก่ หนานจิง (ค.ศ. 1644) ฝูโจว (ค.ศ. 1645–46) กว่างโจว (ค.ศ. 1646–47) เจ้าชิ่ง (ค.ศ. 1646–52).

อ้างอิง[แก้]

  1. Turchin, Peter; Adams, Jonathan M.; Hall, Thomas D (December 2006). "East-West Orientation of Historical Empires". Journal of World-systems Research. 12 (2): 222. ISSN 1076-156X. สืบค้นเมื่อ 16 September 2016.
  2. Taagepera, Rein (September 1997). "Expansion and Contraction Patterns of Large Polities: Context for Russia". International Studies Quarterly. 41 (3): 500. doi:10.1111/0020-8833.00053. JSTOR 2600793.
  3. The numbers are based on estimates made by CJ Peers in Late Imperial Chinese Armies: 1520–1840
  4. According to A. G. Frank, ReOrient: global economy in the Asian Age, 1998, p. 109
  5. According to A. Maddison, The World Economy Volume 1: A Millennial Perspective Volume 2, 2007, p. 238
  6. Zhang Wenxian. "The Yellow Register Archives of Imperial Ming China". Libraries & the Cultural Record, Vol. 43, No. 2 (2008), pp. 148–175. Univ. of Texas Press. Accessed 9 October 2012.
  7. Ebrey, Walthall & Palais 2006, p. 271.