ข้ามไปเนื้อหา

ผู้บำเพ็ญประโยชน์และเนตรนารี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กลุ่มผู้บำเพ็ญประโยชน์ร้องเพลงในงานประชุมคริสตจักรโปรเตสแตนต์เยอรมัน ปี พ.ศ. 2550 ที่เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

ผู้บำเพ็ญประโยชน์ (อังกฤษ: Girl Guide) และ เนตรนารี หรือ ลูกเสือหญิง (อังกฤษ: Girl Scout) คือ สมาชิกขององค์การผู้บำเพ็ญประโยชน์บางแห่งที่มีอายุระหว่าง 10 ถึง 14 ปี ขีดจำกัดอายุแตกต่างกันไปในแต่ละองค์การ เนตรนารีและองค์กรเนตรนารีมีอยู่แล้วในสหราชอาณาจักรและประเทศในเครือจักรภพอื่น ๆ รวมถึงประเทศไทยที่ยึดถือตามระบบของประเทศอังกฤษ[1] เมื่อ โรเบิร์ต เบเดน โพเอลล์ ก่อตั้งสมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์ (The Girl Guides Association) ขึ้นในปี พ.ศ. 2453 มีองค์การเนตรนารีมากมาย เช่น เนตรนารีแห่งบริเตน (British Girl Scouts) และ เนตรนารีแห่งสหรัฐอเมริกา (Girl Scouts of the USA) ในบทความนี้ใช้สองคำนี้ในความหมายเดียวกัน

ผู้บำเพ็ยประโยชน์จัดตั้งเป็น หน่วย/กอง โดยเฉลี่ยมีสมาชิก 15-30 คน ภายใต้การดูแลของทีมผู้นำ หน่วยจะแบ่งย่อยออกเป็นกลุ่มย่อยประมาณ 6 คน และทำกิจกรรมกลางแจ้งและกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ หน่วยอาจเข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์กรระดับชาติและระดับนานาชาติ บางหน่วย โดยเฉพาะในยุโรป ได้เปิดรับทั้งชายและหญิงมาตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1970 ทำให้เด็กชายและเด็กหญิงสามารถทำงานร่วมกันในฐานะลูกเสือได้ นอกจากนี้ยังมีส่วนอื่น ๆ ของโครงการสำหรับเด็กหญิงที่อายุมากกว่าและน้อยกว่าด้วย

รูปขบวน

[แก้]

หลังจากกำเนิดกลุ่มลูกเสือชายในปี พ.ศ. 2450 เด็กหญิงหลายคนก็เข้าร่วมกลุ่มเนตรนารี กลุ่มเนตรนารีกลุ่มหนึ่งมีบทบาทสำคัญในการชุมนุมที่คริสตัลพาเลซในปี พ.ศ. 2452[2] กลุ่มลูกเสือชายของบริเตน (British Boy Scouts) ได้ขยายขอบเขตไปรวมถึงกลุ่มเนตรนารีในปี พ.ศ. 2453 หลังจากที่ โรเบิร์ต เบเดน โพเอลล์ ก่อตั้งสมาคมลูกเสือชาย (The Boy Scouts Association) ขึ้นในปี พ.ศ. 2453 เขาก็ได้ก่อตั้งสมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์ขึ้น (The Girl Guides Association) และขอให้ แอกเนส น้องสาวของเขาดูแลองค์การผู้บำเพ็ญประโยชน์

ไม่กี่ปีต่อมา โอลาฟ เซนต์แคลร์ เบเดน โพเอลล์ ภรรยาใหม่ของ เบเดน โพเอลล์ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในสมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์ และในปี พ.ศ. 2461 เธอได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประมุขของผู้บำเพ็ญประโยชน์ (Chief Guide)[2]

กิจกรรม

[แก้]

กิจกรรมส่วนใหญ่ในปัจจุบันคล้ายคลึงกับกิจกรรมของลูกเสือ แต่เมื่อเริ่มก่อตั้งผู้บำเพ็ญประโยชน์นั้นมีธีมหลักสองประการ ได้แก่ ทักษะในครัวเรือนและ "แนวคิดสตรีนิยมเชิงปฏิบัติที่ประกอบด้วยความฟิตทางกาย ทักษะการเอาตัวรอด การตั้งแคมป์ การฝึกอบรมพลเมือง และการเตรียมความพร้อมด้านอาชีพ"[3]

กลุ่มเนตรนารีโปแลนด์ ณ อนุสาวรีย์วีรบุรุษผู้ก่อการกบฏตัวน้อย ในกรุงวอร์ซอ

สังกัดหน่วย

[แก้]

กอง

[แก้]

กลุ่มท้องถิ่น (local group) ซึ่งเรียกกันว่าหน่วย (unit), กองร้อย (companie) หรือกอง (troop) ต่าง ๆ ถือเป็นหน่วยพื้นฐานของผู้บำเพ็ญประโยชน์ กลุ่มเหล่านี้บริหารงานโดยผู้ใหญ่ ซึ่งโดยปกติจะเป็นผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 18 ถึง 65 ปี เธอมีหน้าที่รับผิดชอบเด็กหญิงในกลุ่มของเธอ และวางแผนกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับเด็กหญิง รวมถึงเป็นผู้นำการประชุม ผู้นำเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ช่วย การประชุมจะจัดขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ละครั้งไปจนถึงเดือนละครั้ง ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นของผู้เข้าร่วมและกิจกรรมที่กำลังดำเนินการอยู่[4]

ประเทศไทย

[แก้]
เนตรนารีในประเทศไทยในภาพ ใช้เครื่องแบบสีเขียว ขณะที่ผู้บำเพ็ญประโยชน์จะใช้เครื่องแบบสีฟ้า

ในประเทศไทย มีการแบ่งผู้บำเพ็ญประโยชน์ และ เนตรนารีออกจากกันชัดเจน โดย

  • เนตรนารี ใช้ในความหมายของลูกเสือหญิง (Girl Scout) ในประเทศไทยตามกฎหมาย และอยู่ภายใต้สังกัดเดียวกันกับลูกเสือคือ คณะลูกเสือแห่งชาติ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งในก่อนหน้านี้ก็มีการตั้งชื่อสโมสรคณะว่า คณะเนตรนารีเพชราวุธ[1]
  • ผู้บำเพ็ญประโยชน์ (Girl Guide) เป็นกิจกรรมลูกเสือเช่นกันแต่อยู่ภายใต้สังกัดของ สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซึ่งได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการเช่นกัน แต่เป็นการดำเนินการโดยสมาคม[5] โดยยังมีการสงวนการใช้คำว่า Girl Scouts ในข้อบังคับและชื่อของสมาคม เพื่อป้องกันการนำไปใช้ด้วยความเข้าใจผิด[6]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 "ประเภทของลูกเสือ | ลูกเสือแห่งชาติ NSOT". www.scoutthailand.org. สืบค้นเมื่อ 2026-04-23.
  2. 1 2 Baden-Powell, Olave (25 April 2004). Mary Drewery (บ.ก.). "Window on My Heart. Chapter X. The War Years". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 April 2007. สืบค้นเมื่อ 21 June 2018.
  3. Aickin Rothschild, Mary (Autumn 1981). "To Scout or to Guide? The Girl Scout-Boy Scout Controversy, 1912–1941". Frontiers: A Journal of Women Studies. University of Nebraska Press. 6 (3): 115–121. doi:10.2307/3346224. ISSN 0160-9009. JSTOR 3346224.
  4. "Who We Are". Girlguiding UK. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 7 May 2007. สืบค้นเมื่อ 5 January 2007.
  5. "กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์". สืบค้นเมื่อ 2026-04-23.
  6. "กิจกรรมและความก้าวหน้า: Girl Guides Thailand Milestones". สืบค้นเมื่อ 2026-04-23.