ผีเสื้อจักรพรรดิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ผีเสื้อจักรพรรดิ
Monarch In May.jpg
ตัวเมีย
Monarch Butterfly Danaus plexippus Male 2664px.jpg
ตัวผู้
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Arthropoda
ชั้น: Insecta
อันดับ: Lepidoptera
วงศ์: Nymphalidae
สกุล: Danaus
สปีชีส์: D.  plexippus
ชื่อทวินาม
Danaus plexippus
(Linnaeus, 1758)
MonarchDistribution2-3a.png
ชื่อพ้อง

ผีเสื้อจักรพรรดิหรือผีเสื้อโมนาร์ช(อังกฤษ: Monarch butterfly) อยู่ในสายพันธุ์ Nymphalidae[3]มันเป็นผีเสื้อที่รู้จักกันดีในทวีปอเมริกาเหนือพวกมันจะผสมเกสรดอกไม้ทำให้ดอกไม้แพร่พันธุ์ได้ดี[4]มันมีปีกสีขาว,ส้ม.ดำและมีขนาดประมาณ 8.9-10.2 ซม. (3ครึ่ง-4 นิ้ว)[5]พวกมันมีสีและลวดลายที่คล้ายคลึงกัน แต่มีขนาดเล็กและมีแถบสีดำเป็นพิเศษทีแตกต่างกันในแต่ละตัว มันมีสิ่งที่น่าสังเกตคือการอพยพในช่วงปลายฤดูร้อน - ฤดูใบไม้ร่วงจากภาคเหนือและภาคกลางของประเทศสหรัฐอเมริกาและทางใต้ของประเทศแคนาดาไปยังรัฐฟลอริด้าและประเทศเม็กซิโก[6][7]ผีเสื้อจักรพรรดิถูกส่งไปสถานีอวกาศและได้มีการทดลองกับมันที่นั้นด้วย[8]

อนุกรมวิธาน[แก้]

ชื่อของผีเสื้อจักรพรรดินั้นถูกตั้งเพื่อเป็นเกียรติแต่พระเจ้าวิลเลียมที่ 3 แห่งอังกฤษ[9]ซึ่งถูกอธิบายลักษณะโดยคาโรลัส ลินเนียสในหนังสือ Systema Naturae of 1758ซึ่งถูกจัดอยู่ในสกุลPapilio[10]

ลักษณะ[แก้]

ผีเสื้อจักรพรรดิ

ผีเสื้อจักรพรรดิมีปีกสีขาว,ส้ม.ดำและมีขนาดประมาณ 8.9-10.2 ซม. (3ครึ่ง-4 นิ้ว)[5]สีพื้นของปีกเป็นสีส้มมีขอบสีดำและมีจุดเล็กๆสีขาว ปีกด้านล่างของพวกมันจะมีลักษณะเหมือนกันแต่บางตัวอาจมีสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลเข้มและอาจมีจุดใหญ่สีขาวด้วย[11]พวกมันจะมีสีที่เข็มขึ้นจนเป็นสีแดงในช่วงการอพยพ[12]

ขนาดปีกของผีเสื้อจักรพรรดิไม่ได้อยู่ทีการอพยพแต่อยู่ที่ถิ่นกำเนิดถ้าผีเสื้อจักรพรรดิอยู่ในฝั่งตะวันออกจะมีปีกที่ใหญ่กว่าฝั่งตะวันตก[8]

พวกมันบินค่อนข้างช้า[13]ความเร็วของของพวกมันคือประมาณ9 กม. / ชม. หรือ 5.5 ไมล์ต่อชั่วโมง[14]ซึ่งช้ากว่าการวิ่งหย่อกๆของมนุษย์ซะอีก

ตัวผู้นั้นจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมียเล็กน้อย[8][11]แต่ปีกของตัวผู้จะเบาและเล็กกว่าตัวเมียเล็กน้อย[15]และยังมีอีกพวกหนึ่งที่พบในประเทศออสเตรเลีย,ประเทศอินโดนีเซีย,ประเทศมาเลเซียรวมถึงภาคใต้ของประเทศไทยซึ่งเรียกว่า nivosus สีปีกของพวกมันจะมีสีขาวและมีสีส้มมันเป็นจำนวนประชากรเพียง1%ของผีเสื้อจักรพรรดิทั้งหมดอีกทั้งยังมีผีเสื้อจักรพรรดิจำนวนถึง10%ที่สามารถพบได้บนเกาะฮาวายอีกด้วย[16]

การอพยพ[แก้]

ตามธรรมชาติแล้ว ถ้าผีเสื้อชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในประเทศอเมริกาเหนือ ในทุกๆปี พวกมันจะบินอพยพหนีฤดูหนาวตามเส้นทางจากทางทิศตะวันออกของอเมริกาเหนือไปยังตอนกลางของประเทศเม็กซิโกที่มีอากาศอบอุ่นกว่า และเป็นผีเสื้อที่มีการนำทางในการบินโดยใช้กลไกนาฬิกาในร่างกาย เปรียบเสมือนมีเครื่องบอกเวลาอัตโนมัติให้กับตัวมันเอง ทำงานสอดคล้องกับตำแหน่งของดวงอาทิตย์ที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา มาใช้นำทางการบินของพวกมัน มุ่งตรงไปยังทางทิศใต้ในระยะไกลมากๆถึง 4,000 กิโลเมตร ได้อย่างถูกต้อง

นักวิจัยกลุ่มนี้ได้พยายามหาวิธีตรวจสอบว่า ทำไมสมองของผีเสื้อชนิดนี้สามารถมองเห็นภาพรวมของเส้นทางการบินได้อย่างไร จากการทดลองพบว่า พวกผีเสื้อจักรพรรดินี้ได้อาศัยดวงอาทิตย์ช่วยกระตุ้นสัญญาณกระแสประสาทเหมือนใช้เป็นนาฬิกาบอกเวลาในระดับโมเลกุลตรงบริเวณหนวดของพวกมัน เพื่อให้พวกมันสามารถบินไปในระยะทางที่ไกลๆไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการได้ กลุ่มนักวิจัยนี้ได้ลองสร้างสมการคณิตศาสตร์นำมาจำลองทิศทางการบินของผีเสื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจากผลของการคำนวณอัตราการกระพริบของสัญญาณกระแสประสาทที่หนวดของมัน และดวงตาทั้งสองข้างของผีเสื้อชนิดนี้จะมีวงจรรับแสงหันไปตามการเปลี่ยนตำแหน่งของดวงอาทิตย์ โดยที่ลำตัวของผีเสื้อจะทำมุมชี้ไปตามทิศทางของดวงอาทิตย์ในมุมที่ค่อยๆแคบลงเรื่อยๆ ในที่สุดจะมีผลทำให้ผีเสื้อชนิดนี้บินทำมุมฉากกับตัวมันเองทำให้บินได้อย่างยากลำบากตรงตามที่คาดการณ์ไว้ในแบบจำลอง โดยการจำลองทางคณิตศาสตร์แบบง่ายๆนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เพราะสามารถนำมาใช้ตรวจสอบการทำนายเส้นทางการบินของผีเสื้อจักรพรรดิจริงๆที่เลี้ยงไว้ในห้องทดลองได้ด้วย[17]

วงจรชีวิต[แก้]

การพบกันของตัวผู้ตัวเมีย

1.ไข่. 2.หนอน 3.ดักแด้ 4.ผีเสื้อ

ไข่[แก้]

ผีเสื้อจักรพรรดิเมื้อหลังจากผ่านการผสมพันธุ์แล้ว[18] จะบินไปที่พืชที่เป็นอาหารของตัวหนอนเช่นใบอ่อนของต้น milkweed [19][20]เพื่อวางไข่ในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม่ผลิ[21] ไข่จะมีสีครีมหรือสีเขียวอ่อนไข่ไก่และมีรูปทรงกรวยและมีขนาดประมาณ 1.2 × 0.9 มม ไข่มีน้ำหนักน้อยกว่า 0.5 มิลลิกรัม และอาจวางไข่ได้มากถึง290 ถึง 1180 ฟอง[22][18]ไข่ใช้เวลา 3 ถึง 8 วันในการพัฒนาและฟักเป็นหนอน[8][23]

หนอน[แก้]

หนอนผีเสื้อจักรพรรดิ

ดักแด้[แก้]

พวกมันกลายเป็นดักแด้แล้วกลายเป็นของเหลวจากนั้นก็จะกลายเป็นผีเสื้อเมือผีเสื้ออกจากดักแด้พวกมันจะมีสีที่ซีดและปีกที่เปียก

ผีเสื้อ[แก้]

พวกมันจะกลายเป็นผีเสื้อแล้วออกมาจากเป็นดักแด้2สัปดาห์จากนั้นมันจะตากปีกให้แห้งเพื่อที่จะทำให้สามารถบินได้[8][24][25]


อ้างอิง[แก้]

  1. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ RoyEntSoc
  2. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Scudder
  3. "Conserving Monarch Butterflies and their Habitats". USDA. 2015. 
  4. "Conserving Monarch Butterflies and their Habitats". USDA. 2015. 
  5. 5.0 5.1 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Garber
  6. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Groth
  7. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ JointVenture
  8. 8.0 8.1 8.2 8.3 8.4 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Xerces_Society
  9. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Jean_Ruth_Adams
  10. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Carl_Linnaeus
  11. 11.0 11.1 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Braby
  12. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Satterfield
  13. Klots, Alexander B. (1951). A Field Guide to the Butterflies of North America, East of the Great Plains (Tenth ed.). Boston: Houghton Mifflin Company. pp. 78, 79. ISBN 0395078652. 
  14. "monarchscience". Akdavis6.wixsite.com. 31 December 2016. สืบค้นเมื่อ 6 January 2017. 
  15. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ ref1
  16. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Lawrence_Gibbs
  17. การอพยพ
  18. 18.0 18.1 Oberhauser (2004), p. 3
  19. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ T._Lefevre
  20. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Jaap_de_Roode
  21. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ NatGeo
  22. Oberhauser (2004), p. 23
  23. Oberhauser (2004), p. 51
  24. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ monarchlab.org
  25. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ D.T._Flockhart