ปิ่นมุก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บทความนี้มีเนื้อหาที่สั้นมาก ต้องการเพิ่มเติมเนื้อหาหรือพิจารณารวมเข้ากับบทความอื่นแทน

ปิ่นมุก เป็นละครโทรทัศน์ไทยแนวดราม่า จากบทประพันธ์ของ โสภี พรรณราย บทโทรทัศน์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์, สถาพร สุชาติ, สิริรัตน์ เอื้อน้อมจิตต์กุล กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ ออกอากาศเมื่อ 13 ตุลาคม 2549 – 19 พฤศจิกายน 2549 ทุกวัน ศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.30น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
ผ่านการพิจารณาอนุมัติของบอร์ดคณะกรรมการบริหารช่อง 7
โดย ผู้จัด/ผลิต ดาราวิดีโอ

เรื่องย่อ[แก้]

บ้านชยานันท์ มีประมุขของบ้าน คือ คุณย่ามาลา หญิงชราปากร้ายแต่ใจดี ทรงความยุติธรรม มีบุตรชายโทนคนเดียว คือ คุณชาญศักดิ์ ซึ่งอาศัยความร่ำรวยและรูปหล่อมีภรรยาถึงสี่คน ภรรยาคนแรกคือ คุณหญิงฉวี สุภาพสตรีที่เกิดในตระกูลทัดเทียมกัน แต่งงานแบบคลุมถุงชน โดยมีคุณย่าเป็นคนสนับสนุน คุณหญิงฉวีเป็นคนที่คุณย่ารักมากที่สุด และคุมอำนาจการเงินทั้งสิ้น แต่คุณหญิงเป็นหมัน จึงได้ไปขอบุตรชายจากเพื่อนสนิทมาเลี้ยงโดยมีข้อแม้ว่าไม่ใช้นามสกุล ชยานันท์ ชื่อ อาติยะ พิษณุเวช เมื่อเรียนจบจากอังกฤษ อาติยะได้บริหารงานกิจการทุกอย่างแทนคุณชาญศักดิ์บิดาบุญธรรมซึ่งเสียชีวิตอย่างกระทันหัน จนเป็นที่รักและเกรงใจของคุณฉวีและทุกคน ภรรยาคนที่สอง ชื่อ ปาน เป็นคนที่คุณหญิงฉวียอมให้เป็นเมียน้อยเพราะเป็นสาวใช้คนสนิทของคุณหญิงนั่นเอง ภรรยาคนที่สามชื่อ วลัย เป็นเลขาสาวสวยคล่องแคล่วของคุณชาญศักดิ์ ซึ่งได้กันเพราะความใกล้ชิดในหน้าที่การงาน วลัยเองก็จ้องจับเจ้านายอยู่นาน เพราะหล่อนเป็นคนกลัวความจนและมีนิสัยทะเยอทะยาน จับจด ชอบบงการ กรีดกรายเข้าสังคมชั้นสูง ซึ่งนิสัยนี้ถอดแบบให้กับ ทัศนาวลัย ผู้เป็นลูกสาว จนหมดสิ้น วลัยทั้งโชคดีและโชคร้ายปนกัน ได้บุตรชายกับคุณชาญศักดิ์คนหนึ่งชื่อ สิทธา เป็นหลานชายแท้ๆ คนเดียวของตระกูลชยานันท์ ที่โชคร้ายคือ สิทธามีนิสัยกระเดียดไปทางผู้หญิง ถูกบ่าวบริวารในบ้านค่อนว่าเป็น “กะเทย” ภรรยาคนที่สี่ ชื่อ บุษบง เป็นสาวชายไร่ที่ถูกมารดานำมาขายให้กับคุณย่ามาลาเนื่องจากหน้าตาค่อนข้างสวยเป็นที่ถูกใจคุณชาญศักดิ์ จึงได้รับเลี้ยงบุษบาเป็นภรรยา และมีบุตรสาวชื่อ บุษบา ภรรยาทั้งสี่ของคุณชาญศักดิ์เกรงใจคุณหญิงฉวีมากที่สุด ขณะเดียวกันก็รักปานมากกว่าคนอื่นๆ เมื่อปานท้องแก่หายออกไปจากบ้านโดยไม่ทราบสาเหตุ คุณชาญศักดิ์และคุณหญิงฉวีเสียใจมาก หลังจากนั้นเมื่ออาติยะอายุได้ 10 ปี คุณปู่สิทธิก็เสียชีวิต ต่อมาเพียงปีเศษคุณชาญศักดิ์ก็หัวใจวายไปอีกคน คุณหญิงฉวี อยู่ตึกใหญ่กับคุณย่ามาลา วลัยอยู่เรือนเล็กหลังซ้าย บุษบงอยู่เรือนเล็กหลังขวา เหลือเรือนของปานซึ่งถูกปิดตาย และเรือนหลังเล็กรับรองแขกอีกแห่งหนึ่ง วันหนึ่งคุณบุษบงนำเด็กสาวชื่อ ปิ่น ซึ่งเป็นลูกของปาน ท่าทางแก่นแก้วเหมือนทอมบอย ใบหน้าหมดจด สวมเสื้อผ้าเก่ามอซอ ทำหน้าตาเด๋อด๋าราวกับตื่นสถานที่เข้ามายังบ้านชยานันท์ และแนะนำให้รู้จักกับทุกคนในบ้านในฐานะญาติ คุณวลัยได้แสดงอาการรังเกียจปิ่นอย่างชัดเจน ต่างจากคุณหญิงฉวีซึ่งเห็นความใสซื่อของปิ่น และไม่รังเกียจ คุณวลัยกลับไปที่เรือนซ้ายด้วยความโมโหและพบกับทัศนาวลัย ซึ่งสวยเด่นเหนือเด็กสาวทั่วไป ทั้งรูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ ทำให้เธอคิดว่าไม่จำเป็นต้องเรียนสูง เมื่อเรียนจบเพียงมัธยมศึกษาปีที่ 5 และสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้จึงเลิกเรียน คิดจะเปิดร้านเสริมสวย ประเภททำผมและเสื้อผ้าควบ แต่ติดขัดเรื่องทุนก้อนใหญ่ซึ่งคุณย่าและคุณหญิงฉวียังไม่อนุมัติ ทัศนาวลัยแอบชอบอาติยะอย่างลึกซึ้งเกินความเป็นพี่เป็นน้อง สิทธาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยและได้ มาช่วยงานที่บ้านแต่ก็สู้อาติยะไม่ได้ ถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็นคนเรียนเก่งแต่ก็ทำงานไม่เป็น ทุกอย่างต้องอาศัยอาติยะจัดการ สิทธาไม่ใช่คนทะเยอทะยาน เขาก็พอใจกับความเป็นอยู่ที่สบายๆในปัจจุบัน คุณย่ามาลารู้สึกถูกชะตากับปิ่นทันทีที่เห็นหน้า ท่านชอบในการรู้จักปรนนิบัติและการพูดจาของปิ่น ส่วนคุณหญิงฉวีถึงกับเอ่ยปากที่จะให้ครูมาสอนปิ่นที่บ้าน เพราะปิ่นบอกกับทุกคนว่าเรียนหนังสือแค่ ป.7 เท่านั้น ปิ่นอาศัยอยู่ที่เรือนของคุณบุษบงและบุษบาผู้เป็นลูกสาว ซึ่งจริงๆ แล้วปิ่นกับบุษบาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน บุษบารู้เรื่องทุกอย่างของปิ่นจากคุณบุษบงและยอมช่วยปิ่นเรื่องไปเรียนที่มหาลัย เพราะบุษบามีเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งชื่อ พิสมัยหรือ ไก่ ซึ่งเป็นลูกสาวเศรษฐีต่างจังหวัดมาเช่าบ้านอยู่รั้วติดกัน พิสมัยอยู่กับพี่ชาย แต่พี่ชายทำงานออกต่างจังหวัดบ่อย นานๆ ถึงกลับบ้าน พิสมัยจึงสนิทสนมกับบุษบามากเป็นพิเศษ บุษบาเล่าเรื่องปิ่นให้พิสมัยฟังจนหมด ทั้งสามคนจึงเป็นมิตรกันในระยะเวลาอันสั้น พิสมัยช่วยปิ่นโดยการเอาชุดนักศึกษาไปเก็บไว้ที่บ้าน เวลาไปเรียนปิ่นจะปีนข้ามกำแพงบ้านไปเปลี่ยนชุดนักศึกษาที่บ้านพิสมัย อาติยะพบกับปิ่นครั้งแรกในขณะที่ปิ่นปีนไปเก็บมะม่วงบนต้น และอยู่ในสภาพมอมแมม อาติยะจึงเข้าใจว่าเป็นเด็กรับใช้ ปิ่นอธิบายให้รู้ว่าตนเองเป็นใคร แถมคุยทับว่ากำลังเป็นคนโปรดของคุณย่า ปิ่นถูกอาติยะอบรมเรื่องนิสัยและการวางตัวในบ้าน สิทธา ได้มาทำความรู้จักกับปิ่นทันทีที่รู้เรื่องปิ่นจากบุษบา สิทธาไม่ถือตัว และเห็นปิ่นเหมือนญาติ ส่วนปิ่นเมื่อเห็นท่าทางของสิทธาก็รู้สึกถูกชะตา และสงสารเมื่อเห็นพฤติกรรมของสิทธาที่เหมือนผู้หญิง สิทธาระบายความในใจให้ปิ่นฟังพร้อมพาปิ่นไปที่เรือนเพื่อดูผลงานการวาดภาพซึ่งเป็นงานที่ชอบของเขา ขณะที่ปิ่นกำลังจะกลับได้สวนกับทัศนาวลัยที่ เห็นปิ่นออกมาจากห้องของสิทธา ทัศนาวลัยแสดงอาการรังเกียจและพูดจาดูถูกปิ่นทันทีที่เห็นหน้า ปิ่นโต้ตอบอย่างเผ็ดร้อน ทัศนาวลัยเข้าตบปิ่นแต่ถูกเพียงเล็กน้อย แต่กลับโดนปิ่นตบกลับไปด้วยความแรง อาติยะเข้ามาห้ามและบอกให้ปิ่นขอโทษทัศนาวลัยแต่ปิ่นปฏิเสธหาว่าอาติยะไม่ยุติธรรม อาติยะระงับอารมณ์ไม่อยู่และตบหน้าปิ่นจนชา อาติยะเองก็รู้สึกเสียใจกับการกระทำของตนเอง บุษบงเข้ามาเห็นเหตุการณ์และได้พูดจาเตือนสติปิ่น ทัศนาวลัยต้องการจะจัดงานวันเกิดที่บ้านจึงไปขออนุญาตอาติยะ ซึ่งไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ทัศนาวลัยตื้อขอจนอาติยะอนุญาต แต่มีข้อแม้ว่าต้องได้รับการอนุญาตจากคุณย่าและคุณหญิง ซึ่งทัศนาวลัยรู้อยู่แก่ใจว่าทั้งสองต้องแล้วแต่อาติยะ รุ่งขึ้นอาติยะไปเดินเล่นที่บริเวณสวนหลังบ้าน พบกับปิ่นซึ่งยังโกรธกับเรื่องที่เกิดขึ้น อาติยะได้ขอโทษปิ่นที่ไม่ได้ไต่ถามเรื่องราวก่อนลงโทษปิ่น ทั้งสองต่างเข้าใจกัน เมื่ออาติยะเห็นปิ่นฟันหลอจึงให้ไปเอาเงินไปทำฟัน หลังอาหารค่ำปิ่นไปพบอาติยะที่ห้องสมุด โดยมีทัศนาวลัยเดินตามไปด้วยความสงสัย อาติยะอบรมปิ่นและให้เงินปิ่นไปทำฟันและซื้อเสื้อผ้า ทัศนาวลัยเข้ามาหาอติยะในชุดนอนบางๆ หลังจากปิ่นออกไป เอาผ้าเย็นมาเช็คหน้าให้อาติยะ และพูดจาดูถูกปิ่น จึงถูกอาติยะอบรมเรื่องนิสัยและการแต่งตัว เธอกลับบ้านด้วยความโมโห ไประบายกับสิทธาแทน คุณวลัยสอนให้ทัศนาวลัยใจเย็น คุณย่าให้เด็กไปตามปิ่นมาพบที่ห้อง และต่อว่าที่ปิ่นหายหน้าไป ปิ่นอ้างว่าไปเรียนทำกับข้าวกับ ป้าสำรวย ซึ่งเป็นแม่ครัวตึกใหญ่ คุณย่าอารมณ์ดีทันที่ที่ได้คุยกับปิ่น และบอกข่าวดีกับปิ่นเรื่องให้ครูมาสอนหนังสือปิ่นที่บ้าน คุณย่าทักปิ่นที่หน้าตาเปลี่ยนไป ปิ่นอ้างว่าเป็นเพราะใส่ฟันแล้ว ทำให้ดูดีขึ้น ทัศนาวลัยเข้ามาหาคุณย่าเพื่อขอบคุณที่สนับสนุนให้ตนจัดงานวันเกิดที่บ้าน และได้ปะทะคารมกับปิ่น แต่เธอไม่กล้าทำร้ายปิ่นต่อหน้าคุณย่า เพราะรู้ว่าปิ่นกำลังเป็นคนโปรด ทัศนาวลัยพูดประจบขอของขวัญจากคุณย่าซึ่งท่านก็รับปาก ปิ่นนั่งอยู่ที่เรือนขวาขณะที่คุณวลัยไปพบคุณบุษบงที่บ้าน ปิ่นอยากจะหลบแต่หลบไม่ทัน คุณวลัยเข้ามาจ้องดูปิ่นที่เปลี่ยนแปลงไปมากจากวันแรกที่เจอ จึงพูดจาประชดประชันแต่กลับถูกปิ่นโต้กลับไปจนจะเป็นลม กลับเรือนไป ทัศนาวลัย คบหากับพ่อเลี้ยงวุฒิไกร หนุ่มโสด หล่อสมาร์ทและร่ำรวย ซึ่งพบกันในงานเลี้ยง พ่อเลี้ยงถึงกับตะลึงเมื่อถูกแนะนำให้รู้จัก คุณสมบัติของเขาทำให้ทัศนาวลัยโปรยเสน่ห์เต็มที่ หล่อนยอมจับปลาสองมือ มือหนึ่งคือ อาติยะ อีกมือหนึ่งคือ วุฒิไกร ซึ่งหล่อนไม่แคร์ถ้าปลาตัวไหนจะหลุดมือเพราะมีสำรองโดยไม่รู้ว่าตนกำลังเล่นกับไฟ ทัศนาวลัยเล่าเรื่องพ่อเลี้ยงวุฒิไกรให้คุณวลัยฟัง คุณวลัยซึ่งเป็นคนเห็นแก่เงินอยู่แล้วก็เห็นดีด้วย แม้จริงๆ แล้วต้องการได้อาติยะมาเป็นลูกเขยมากกว่า ปิ่นและบุษบามักปีนข้ามกำแพงไปบ้านพิสมัยแทนการเข้าทางประตูเป็นประจำอยู่แล้ว จนวันหนึ่งขณะที่ทั้งสองข้ามกำแพงไปบ้านพิสมัย ได้พบกับชายหนุ่มซึ่งอยู่ในชุดผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ทั้งหมดต่างตกใจซึ่งกันและกัน เกิดปะทะคารมขึ้น จึงรู้ว่าชายหนุ่มคนนั้นคือ ภานุหรือ กบ พี่ชายของพิสมัยนั่นเอง บุษบารู้สึกไม่ชอบและมีอคติต่อภานุทันทีถึงกับออกปากกับปิ่นเรียกภานุว่า “เปรตปลาจวด” และปีนกลับบ้านหลังจากที่รู้ว่าพิสมัยไม่อยู่ คุณวลัยและทัศนาวลัยคุมช่างทำเวทีอยู่ เมื่อเห็นปิ่นเดินผ่านจึงเรียกใช้ด้วยเจตนาจะแกล้งปิ่น ปิ่นปฏิเสธเพราะเป็นงานผู้ชาย และคำพูดที่ไม่ดี ทำให้สองแม่ลูกโกรธ นำเรื่องไปฟ้องอาติยะ ซึ่งเรียกปิ่นไปสอบถาม เมื่อฟังเหตุผลของปิ่นแล้ว อาติยะก็ได้แต่เตือนให้ปิ่นลดความดื้อดึงลงเสียบ้าง พิสมัยต่อว่าภานุพี่ชายที่แสดงกิริยาไม่ดีต่อเพื่อนทั้งสองของเธอ ซึ่งภานุก็บ่นว่าพิสมัยเห็นเพื่อนดีกว่าพี่ชาย และรับปากจะไม่ยุ่งเรื่องของสาวๆ ปิ่นมาเรือนที่แม่ปานเคยอยู่ ซึ่งถูกทิ้งไว้รกร้างไม่มีคนดูแลแล้วเกิดอาการคิดถึงแม่ จนคุณบุษบงต้องมาปลอบและเล่าเรื่องในอดีตให้ฟัง ปิ่นไปนวดให้คุณย่าตามปกติและแวะไปที่เรือนซ้ายเมื่อเห็นว่าคุณวลัยและทัศนาวลัยไม่อยู่บ้านเพื่อพบกับสิทธา ปิ่นแกล้งเล่าถึงความดุของภานุให้สิทธาฟัง เพราะสิทธาแอบชอบพิสมัยอยู่โดยที่ปิ่นเป็นแม่สื่อให้แต่มีข้อแม้ว่าสิทธาต้องพยายามทำตัวให้เป็นผู้ชายให้ได้ซึ่งสิทธารับปากจะพยายามและขอตามปิ่นไปทานข้าวที่เรือนขวาได้ยืมหนังสือกำลังภายในแปดเล่มไปอ่านจนแทบไม่ได้นอน คุณวลัยเมื่อรู้ว่าสิทธาไปตึกขวาจึงต่อว่าลูกชายและสั่งให้หมั่นไปหาคุณย่าและคุณหญิงที่ตึกใหญ่แทน เมื่อถึงงานวันเกิดของทัศนาวลัย เจ้าภาพในชุดที่สวยสะดุดตา แขกเหรื่อซึ่งเป็นเพื่อนของเจ้าภาพต่างมาร่วมงานประมาณร้อยคน ทัศนาวลัยสวยขนาดหนังสือพิมพ์ขอถ่ายภาพเพื่อลงข่าวสังคม เธอยินดีเพราะต้องการความดังและความเด่นอยู่แล้ว คุณวลัยเองก็หน้าบานเมื่อได้ยินเสียงชมลูกสาวไม่ขาดปากจากแขกเหรื่อที่มางาน แต่แม้จะมีใบหน้ายิ้มแย้มแต่ทัศนาวลัยก็รู้สึกไม่สบายใจเมื่อไม่เห็นหน้าแขกสองคน คือ พ่อเลี้ยงวุฒิไกรและ อาติยะ อาติยะซึ่งกลับมาในเวลาใกล้เคียงกับที่พ่อเลี้ยงวุฒิไกรมางาน ทัศนาวลัยชวนอาติยะเต้นรำแต่อาติยะปฏิเสธและบอกให้ทัศนาวลัยไปดูแลแขกอื่นแทน ทัศนาวลัยพาพ่อเลี้ยงไปแนะนำให้รู้จักกับคุณวลัยซึ่งรู้สึกพอใจ ทัศนาวลัยดูแลเอาใจพ่อเลี้ยงและเต้นรำด้วย พ่อเลี้ยงให้ของขวัญเป็นสร้อยคอพร้อมจี้เพชรยิ่งทำให้ทัศนาวลัยปราบปลึ้มในตัวชายหนุ่มยิ่งขึ้น ปิ่นมาร่วมงานเลี้ยงตามความต้องการของคุณย่า แต่มาในชุดเสื้อสีเขียวปี๊ กระโปรงสีแดงแปร๊ดตัดกัน กระโปรงเหมือนใส่สุ่มบานเทอะทะเหมือนสาวอังกฤษในสมัยโบราณ ส่วนผมที่ยาวของเธอ ส่วนบนหวีเรียบ ส่วนปลายยีจนฟูพองและฉีดสเปรย์จนลมพัดไม่กระดิก รองเท้าส้นสูงประมาณสี่นิ้วครึ่ง เดินตรงบ้าง สะดุดบ้าง ปิ่นกลายเป็นเป้าสายตาของคนในงาน สมาชิกในโต๊ะของบุษบาอันประกอบไปด้วย บุษบง,บุษบา,สิทธา,พิสมัย ต่างมองด้วยหัวเราะด้วยความขบขันต่างกับวลัยและทัศนาวลัยทำท่าจะเป็นลมโกรธจนตัวสั่นขอตัวจากพ่อเลี้ยงไปจัดการกับปิ่นซึ่งพูดโต้ตอบแบบไม่ยอมกัน ทัศนาวลัยต่อว่าปิ่นทำให้เธออายเพื่อนและหมดสนุก ปิ่นแกล้งตีหน้าเศร้าขอโทษและจะขอแก้ตัว ทัศนาวลัยยิ้มเจ้าเล่ห์และให้ปิ่นไปช่วยเสริ์ฟน้ำบริการเพื่อนๆ ของเธอ ปิ่นรับปากและจัดการเตรียมเครื่องดื่มทุกชนิดเสิร์ฟแขกในงานทุกคนด้วยสีหน้าระรื่น คุณวลัยแกล้งพูดออกตัวกับคุณบุษบงในการที่ใช้ปิ่น ซึ่งบุษบงเข้าใจความหมายเพราะเธอเคยเป็นเบี้ยล่างของวลัยมานานเกือบยี่สิบปี จึงไม่ใส่ใจ ปิ่นยังทำหน้าที่เสิร์ฟเครื่องดื่มแก่แขกทุกคนในงานจนทั่วถึงอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพราะเธอกำลังแก้เผ็ดคุณวลัยและทัศนาวลัย อาติยะหลบมายืนมองความสนุกสนานอยู่เงียบๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงปิ่นทัก พร้อมหมุนให้ดูชุดที่ใส่ ซึ่งอาติยะไม่แน่ใจในเจตนาที่แท้จริงของปิ่น อาติยะหยิบเครื่องดื่มจากถาดแต่ปิ่นรีบเปลี่ยนแก้วใหม่ให้ทันทีและรีบเดินออกไปเสิร์ฟน้ำให้กับพ่อเลี้ยงและทัศนาวลัย พ่อเลี้ยงเอ่ยปากชมปิ่นเรื่องชุด ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับทัศนาวลัย จนถึงเวลาที่ทัศนาวลัยต้องกล่าวคำขอบคุณเพื่อนๆ ที่มาในงาน และร้องเพลง ก่อนที่เจ้าภาพจะตัดเค้กแจกแขกที่มาในงาน ขณะนั้นเองแขกที่มาในงานต่างมีปฏิกิริยาปวดท้องแย่งกันเข้าห้องน้ำ เริ่มจากห้าหกคน เป็นสิบคน ความโกลาหลย่อยๆ จึงเกิดขึ้น เมื่อห้องน้ำไม่พอแขกก็พร้อมใจกันลากลับโดยไม่ร่ำลา ทุกคนต่างมีอาการเดียวกันไม่เว้นแม้พ่อเลี้ยงและคุณวลัย ทิ้งไว้แต่เพียงความว่างเปล่าของสนาม ปิ่น,พิสมัย,บุษบาแอบอมยิ้มให้กัน พิสมัยลากลับ สิทธากลับเรือนซ้าย ปิ่น บุษบา,บุษบง กลับเรือนขวา ทัศนาวลัยร้องไห้โฮโผเข้ากอดอาติยะซึ่งได้แต่ปลอบอย่างเห็นใจ อาติยะคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา ภาพยิ้มอย่างผู้ชนะของปิ่นทำให้ชายหนุ่มเดาอะไรได้รางๆ รุ่งเช้าทัศนาวลัยและคุณวลัยต่างอยู่ในสภาพอิดโรยตามหาสาเหตุเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเรียกตัน สาวใช้คนโปรดมาสอบถามเพราะคิดว่าอาหารที่เลี้ยงอาจไม่สะอาดแต่ตันปฏิเสธ เพราะอาหารที่เหลือจากงานเลี้ยง คนใช้ในบ้านกินต่อโดยไม่มีใครท้องเสียเลย คุณวลัยเตือนให้ทัศนาวลัยใจเย็นๆ ค่อยๆ สืบและให้ทัศนาวลัยไปขอพรจากผู้ใหญ่ในบ้านก่อน ทัศนาวลัยขึ้นตึกใหญ่เพื่อพบคุณย่าเป็นคนแรก จากคุณย่าเพราะนอกจากอาวุโสสุดแล้ว ยังต้องมอบของขวัญที่มีค่าที่สุดด้วย ทัศนาวลัยเข้าห้องคุณย่า ก็พบกับปิ่นซึ่งนั่งอยู่ในห้องแล้ว จึงรู้สึกไม่พอใจ แต่เมื่อได้ยินเสียงคุณย่าเรียก เธอจึงรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มทันที คุณย่าให้พรและมอบสร้อยข้อมือเป็นสร้อยเพชรเม็ดเล็กๆ ล้อมรอบทับทิมมาใส่ให้หลานสาว ทัศนาวลัยพูดจาเหน็บแนมปิ่นจนเกิดการปะทะคารมอีก คุณย่าห้ามทั้งสองและบอกให้ทัศนาวลัยไปขอพรจากคุณหญิงฉวี และบุษบง ทัศนาวลัยรับปากและลากลับทันที ทัศนาวลัยมากราบคุณหญิงฉวี ซึ่งถามเรื่องงานวันเกิดและอวยพรให้มีความสุข ส่วนของขวัญที่ทัศนาวลัยได้รับจากคุณหญิง คือ แจกันลายครามโบราณ ซึ่งเป็นสมบัติเก่าแก่ของตระกูล ทัศนาวลัยลาคุณหญิงกลับอ้างว่าจะไปที่เรือนขวาซึ่งจริงๆ แล้วเธอต้องการไปพบกับอาติยะก่อน แต่อาติยะไม่อยู่ จึงไปหาคุณบุษบงที่เรือนขวา ทัศนาวลัยอวดสร้อยข้อมือกับบุษบา คุณบุษบงอวยพรและมอบของขวัญให้กับทัศนาวลัยซึ่งขอเปิดดูเลยของขวัญที่ได้คือ ผ้าตัดเสื้อสีแดงหนึ่งชุดเป็นผ้าเนื้อดีจากต่างประเทศ หญิงสาวผิดหวังที่เป็นของราคาถูกแม้จะชอบสีผ้า ก่อนกลับทัศนาวลัยแกล้งถามถึงงานเลี้ยง ซึ่งที่เรือนขวาไม่มีใครท้องเสียเลย ปิ่นถูกอาติยะเรียกไปพบที่ตึกใหญ่ และถามเหตุผลที่ปิ่นแกล้งทัศนาวลัย ปิ่น เชิดหน้าก่อนที่จะยอมรับและบอกเหตุผลว่าเพราะทัศนาวลัยตวาดเธอต่อหน้าคนหลายคน ทำให้เธออับอายขายหน้าเพื่อนๆ เธอจึงโต้กลับแต่ไม่ใช่ด้วยคำพูดแต่เป็นการกระทำ โดยสารภาพว่าได้ใส่ยาถ่ายในน้ำทุกชนิดที่เสิร์ฟ อาติยะรู้สึกถึงความดื้อและรั้นของปิ่น จึงได้แต่ตักเตือน และบอกว่าเมื่อปิ่นยอมรับผิด เรื่องทุกอย่างก็จบ จะไม่มีการแพร่งพรายให้ใครรู้ ปิ่นยอมรับว่าเธอทำเกินไปและจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีก อาติยะยิ้มออกมาด้วยความจริงใจ ทัศนาวลัยได้มาเห็นภาพนั้นจึงเกิดอาการริษยา หึงหวง ทัศนาวลัยพูดถึงปิ่นด้วยคำพูดที่ไม่ดี จึงถูกอาติยะดุด้วยสีหน้าเครียด อาติยะตำหนิเรื่องการวางตัวไม่เหมาะสมในวันงาน เพื่อไม่อยากให้สกุลชยานันท์เสียชื่อ ทัศนาวลัยคิดว่าอาติยะโกรธและหึงพ่อเลี้ยง อาติยะเตือนเธอในฐานะพี่ชายเตือนน้องสาว ทัศนาวลัยน้อยใจว่าอาติยะสนใจและเอาใจปิ่นมากกว่าเธอ อาติยะถึงกับส่ายหน้าอย่างระอา ไม่เข้าใจสองสาวเลย จึงตัดบทด้วยการหยิบของขวัญมาให้กับทัศนาวลัยซึ่งยิ้มลืมเรื่องอื่นๆ ไปชั่วขณะ ของขวัญเป็นนาฬิกาอย่างดีถูกใจทัศนาวลัยมาก เธอชะโงกหน้าไปหอมแก้มอาติยะ คุณหญิงฉวีเข้ามาเห็นภาพนั้นแต่ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ เมื่อทัศนาวลัยกลับไป อาติยะได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับทัศนาวลัยให้คุณหญิงฟัง ซึ่งคุณหญิงจะไปพูดกับคุณวลัยให้เตือนลูกสาวอีกทาง บุษบาเข้ามาในห้องพร้อมพวงมาลัยที่คุณบุษบงร้อยให้คุณหญิงถวายพระ อาติยะได้ตำหนิบุษบาว่าให้ความร่วมมือกับปิ่นแกล้งทัศนาวลัย ซึ่งบุษบายอมรับผิดและขอร้องไม่ให้บอกคุณวลัยและทัศนาวลัย วันรุ่งขึ้นบุษบาตามปิ่นให้ไปเรียนแต่ปิ่นขอโดดหนึ่งวัน เพราะไม่สบายใจเรื่องที่บุษบาโดนอาติยะตำหนิถึงกับนอนไม่หลับ บุษบาปีนกำแพงไปหาพิสมัยที่บ้านด้วยความเคยชิน แต่ทันทีที่เธอกระโดดลงไป กลับพบภานุยืนอยู่และพูดจาประชดประชันจนเป็นปากเสียงกัน ภานุแกล้งข่มขู่บุษบาเล่นๆ โดยจูบบุษบาทำให้ถูกบุษบาตบหน้า บุษบาเก็บหนังสือวิ่งออกจากบ้านไปปล่อยให้ภานุยืนหัวเราะอยู่คนเดียว คุณวลัยให้ทัศนาวลัยดูรูปงานวันเกิดในหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นภาพของทัศนาวลัยกับพ่อเลี้ยงในสภาพใกล้ชิดกันมาก คุณวลัยถามความรู้สึกของลูกสาวที่มีต่อพ่อเลี้ยงและอาติยะ ซึ่งทัศนาวลัยบอกว่า เธอเจ็บใจเรื่องงานเลี้ยงและโมโหอาติยะที่เข้าข้างปิ่นในทุกเรื่อง คุณวลัยฟ้องคุณหญิงฉวีหาว่าปิ่นไม่เจียมตัว หยิ่งผยองเกินฐานะ ไม่มีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่ ประจบแต่คุณย่าคนเดียวเพราะหวังสมบัติของชยานันท์ คุณหญิงไม่เชื่อกลับตอกกลับไปจนคุณวลัยแทบหงายหลัง แถมเตือนไปถึงทัศนาวลัยถึงเรื่องการเที่ยวเตร่ด้วย ปิ่นดักรออาติยะหลังกลับจากเลิกงาน เพราะเดือดร้อนแทนบุษบาที่ถูกอาติยะดุ เพราะคิดว่าบุษบาร่วมมือกับปิ่น บุษบาไม่ปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น บุษบายอมรับคำตำหนิจากอาติยะ ซ้ำยังช่วยพูดให้ปิ่นพ้นผิด อาติยะแปลกใจที่สองสาวนี้รักใคร่และออกรับกันแทนดี ไม่ใช่พี่น้องก็เหมือนพี่น้อง ปิ่นไม่อยากให้คุณบุษบงและบุษบาเดือนร้อนเพราะเธอ อาติยะรับปากจะไม่บอกเรื่องนี้กับคุณบุษบงอย่างแน่นอน ปิ่นไปทำความสะอาดเรือนแม่ปานบริเวณด้านนอก จนดูสะอาดสะอ้านขึ้น คุณวลัยผ่านมาพบเข้าได้จึงถูกปิ่นแกล้ง คุณหญิงมาได้ยิน คุณวลัยรีบฟ้องคุณหญิงให้ลงโทษปิ่นที่แกล้งเธอ คุณหญิงให้ปิ่นขอโทษ คุณวลัยยังไม่พอใจแต่ไม่กล้าแสดงออกมากนัก ได้แต่สะบัดหน้ากลับเรือนไป ปิ่นยอมรับผิดกับคุณหญิงที่แกล้งคุณวลัย คุณวลัยบังคับให้สิทธาไปพูดกับคุณย่าเรื่องให้ยกสมบัติให้สิทธาคนเดียว แต่สิทธาไม่เห็นด้วย คุณวลัยยื่นคำขาดไม่ให้เรียกเธอว่าแม่ โดยบีบน้ำตาใช้แผนสุดท้าย สิทธาไหวทันและรู้จุดอ่อนของตัวเอง จึงลุกออกจากบ้านไปพบคุณย่า ซึ่งให้การต้อนรับ และเอ่ยปากให้สิทธาพาคนรักมาให้นางรู้จัก เพื่อสิทธาจะได้พ้นมลทินที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกะเทย โดยคุณย่าจะจัดการหมั้นให้ก่อน บุษบงพา อ. นิพนธ์ ซึ่งเป็นอาจารย์สอนพิเศษและเป็นเพื่อนกับอาติยะมาแนะนำให้ปิ่นและบุษบารู้จัก ทัศนาวลัยไม่พอใจที่ต้องเรียนกับปิ่น ซึ่งแสดงความเป็นบ้านนอกออกมาเต็มที่ ทำให้ อ.นิพนธ์กลุ้มใจกับลูกศิษย์สามคน ทัศนาวลัยแสดงอาการออกมาและทนเรียนกับอีกสองสาวไม่ได้ อ.นิพนธ์ได้เล่าถึงปัญหาการสอนพิเศษให้อาติยะฟัง คุณย่าเรียกทัศนาวลัยไปตำหนิเรื่องรูปที่ลงในหนังสือพิมพ์ แต่กลับถูกทัศนาวลัยพูดจายอกย้อนจนคุณย่าไม่สบาย เมื่อคุณวลัยทราบเรื่องให้ทัศนาวลัยไปขอโทษคุณย่า บุษบาไม่คิดว่าต้องพบภานุอีก แต่ก็ต้องพบจนได้ที่ปากซอยเข้าบ้านในตอนเย็นวันหนึ่ง ขณะกลับจากมหาวิทยาลัย ส่วนภานุกลับจากทำงาน บุษบาเห็นภานุจึงรีบหลบ แต่ภานุหันมาเห็นเข้าพอดี เดินมาทักและชวนคุย บุษบาแสดงอาการไม่พอใจกับการพูดจายั่วยวนของภานุ จนถึงบ้าน พิสมัยซึ่งเห็นสีหน้าของเพื่อนสาวจึงซักถามจากพี่ชาย จึงรู้ว่าภานุกำลังจีบบุษบา พิสมัยสนับสนุนแต่สั่งห้ามจีบเล่นๆ เป็นอันขาด อาติยะขับรถไปเสียใกล้กับมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งและเห็นหญิงสาวหน้าตาคล้ายปิ่นกำลังรอรถประจำทาง จึงลงไปแกล้งเรียกชื่อ แต่หญิงสาวปฏิเสธบอกว่าเธอชื่อ มุก และแกล้งคิดว่าเขาเป็นสิบแปดมงกุฎ จนอาติยะคิดว่าเขาเข้าใจผิดเอง ทัศนาวลัยดีใจเมื่อได้รับโทรศัพท์จากพ่อเลี้ยงนัดมารับที่บ้าน รีบแต่งตัวรอโดยมีคุณวลัยสนับสนุนเพราะเห็นแก่ฐานะ คุณหญิงฉวีเล่าเรื่องทัศนาวลัยเถียงคุณย่าจนไม่สบาย และเรื่องการสอนหนังสือให้อาติยะฟัง ส่วนอาติยะก็เล่าเรื่องผู้หญิงหน้าเหมือนปิ่นให้คุณหญิงฟัง ทัศนาวลัยมาพบคุณย่าที่ห้องแบบไม่เต็มใจเพราะคุณวลัยขอร้อง ยิ่งมาเจอท่าทางผยองของปิ่นเธอก็อยากเอาชนะ ส่วนคุณย่ายังโกรธทัศนาวลัยอยู่เพราะจากวันที่เกิดเรื่องสามวันแล้วท่านเพิ่งจะได้เห็นหน้า ทัศนาวลัยตีหน้าเศร้าเรียกร้องความเห็นใจจากคุณย่าซึ่งใจอ่อนยอมยกโทษให้หลานสาว ส่วนอาติยะได้ไปพบทัศนาวลัยที่เรือนซ้ายเพื่อต่อว่าเรื่องที่เถียงคุณย่าและเรื่องที่ไม่เรียนหนังสือ ทัศนาวลัยแกล้งบีบน้ำตาอ้างว่าสำนึกผิดแล้ว ส่วนเรื่องเรียนเพราะไม่ต้องการเรียนร่วมกับปิ่น แต่อาติยะไม่ยอม ทำให้ทัศนาวลัยต้องยอมไปเรียนด้วยความไม่พอใจ อาติยะยังสงสัยเรื่องปิ่นกับผู้หญิงหน้าเหมือนที่ชื่อมุก จึงไปถามกับคุณบุษบงว่าปิ่นมีแฝดหรือไม่ คุณบุษบงปฏิเสธเพราะเธอรู้ว่าปิ่นยังไม่ต้องการแสดงตัวกับผู้ใด เมื่อปิ่นกลับมาคุณบุษบงได้ถามเรื่องที่พบกับอาติยะในชุดนักศึกษา ปิ่นยอมรับและบอกว่าเธอสามารถเอาตัวรอดได้ อาติยะจับตามองปิ่นอยู่ตลอดเวลา แม้แต่เรื่องหนังสือเรียนที่ปิ่นอ่าน แต่ปิ่นกลับอ้างว่าเป็นของบุษบา ส่วนโคลงที่แต่งปิ่นยอมรับว่าแต่งเอง เพราะสนใจมาตั้งแต่เรียนประถม เขาคิดว่าปิ่นเหมือนเด็กกระล่อนคนหนึ่ง จับไม่ได้ไล่ไม่ทันก็แล้วไป แต่ถ้าจับได้เธอจะหาข้ออ้างได้อยู่เสมอ และข้อโต้แย้งมักซ้ำซากจำเจวนเวียนไป เพื่อให้คนฟังๆ ว่าเธอซื่อ และเซ่อ คุณย่าเมื่อรู้ว่าปิ่นมีความสามารถด้านแต่งโคลงกลอน จึงให้ปิ่นช่วยแต่งโคลงมงคลสามสิบแปดบท จัดพิมพ์ในหนังสือธรรมะเพื่อแจกเป็นวิทยาทานโดยฝากเงินไว้กับคุณบุษบง ตัน สาวใช้ของคุณวลัยแอบเห็นจึงนำเรื่องไปบอกกับสองแม่ลูก ทัศนาวลัยไปถามความจริงจากคุณบุษบง เมื่ออาติยะรู้เรื่องหนังสือจึงขอปิ่นดูต้นฉบับก่อนพิมพ์ ปิ่นเข้าไปขอกุญแจเรือนแม่ปานกับคุณหญิงฉวีเพื่อทำความสะอาดโดยอ้างว่าเป็นอนุสรณ์แห่งความรักของคุณชาญศักดิ์กับปาน คุณหญิงไม่ปฏิเสธแต่จะไปขออนุญาตคุณย่าก่อน ซึ่งปิ่นมั่นใจว่าคุณย่าต้องอนุญาตแน่นอน คุณหญิงเรียกปิ่นไปพบเพื่อบอกข่าวดีเรื่องเรือนแม่ปานที่คุณย่าเห็นดีด้วย แต่เมื่อปิ่นไปถึงก็พบว่าคุณหญิงมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง จึงรีบตามอาติยะให้พาคุณหญิงไปโรงพยาบาล ปรากฏว่าคุณหญิงเป็นไส้ติ่งอักเสบต้องผ่าตัดด่วน ทุกคนต่างมาเยี่ยมคุณหญิงด้วยความเป็นห่วง หลังผ่าตัดคุณหญิงขอบใจปิ่นที่ช่วยชีวิตเธอ และปิ่นอาสานอนเฝ้าคุณหญิงที่โรงพยาบาล ภานุมาดักพบบุษบาที่บ้านพร้อมแสดงความจริงใจโดยบอกว่าจะมารับบุษบาไปเยี่ยมคุณหญิงในวันรุ่งขึ้น ในระหว่างที่เฝ้าไข้อยู่โรงพยาบาลอาติยะแวะมาพาปิ่นไปกินข้าวและซื้อเสื้อผ้าตอนกลางวันเสมอจนรู้ถึงหูของทัศนาวลัยจึงมาดักรออาติยะและตื้อให้อาติยะพาไปซื้อของ เพราะอิจฉาที่เห็นปิ่นใส่เสื้อผ้าสวยงาม วันที่คุณหญิงออกจากโรงพยาบาลทัศนาวลัยขอติดรถไปรับด้วยเพราะต้องการอยู่ใกล้ชิดอาติยะและเธอมีแผนอยู่ในใจ คือไม่อยากแพ้ปิ่นและต้องการเงินก้อนหนึ่งของคุณย่า ซึ่งเธอขอมานานตั้งแต่เรียนจบมัธยมปีที่ 5 คุณย่าซึ่งรู้นิสัยของทัศนาวลัยไม่ขัดข้องเรื่องทัศนาวลัยขอเงินเปิดร้านเสื้อผ้าโดยให้ไปคุยกับอาติยะ ทัศนาวลัยขอให้คุณย่าพูดแทนเพราะรู้ว่าอาติยะไม่กล้าปฏิเสธ พ่อเลี้ยงวุฒิไกรมาพบทัศนาวลัยที่บ้านอีกครั้งแต่มาเจอฤทธิ์น้ำส้มใส่ยาถ่ายของปิ่นที่ต้องการแกล้งทัศนาวลัยที่พูดจาดูถูกเธอจนต้องรีบกลับไป ทัศนาวลัยรู้ทันทีว่าปิ่นเป็นคนแกล้งพ่อเลี้ยงและแขกของเธอในงานเลี้ยงด้วย ซึ่งปิ่นยอมรับเมื่อเธอไปถาม ทัศนาวลัยร้องไห้ไปฟ้องคุณย่าให้ลงโทษปิ่น ป้าสำรวยซึ่งเป็นคนสนิทของคุณหญิงได้แอบฟังการคุยของคนทั้งสอง คุณหญิงใช้ให้ป้าสำรวยไปตามทัศนาวลัยมาพบท่านที่ห้องซึ่งไม่กล้าปฏิเสธจำต้องออกจากห้องคุณย่า เมื่ออยู่ตามลำพังปิ่นยอมรับผิดกับคุณย่าทุกอย่าง คุณย่ายอมอภัยให้ปิ่นโดยไม่ตำหนิปิ่นเลย คุณหญิงเรียกทัศนาวลัยไปตำหนิเรื่องที่ปล่อยตัวให้พ่อเลี้ยงวุฒิไกรล่วงเกินและให้ทัศนาวลัยยุติเรื่องปิ่นมิฉะนั้นท่านจะเรียนเรื่องนี้ให้คุณย่าทราบ ทัศนาวลัยมาพบคุณย่าอีกครั้งเพื่อถามผลการลงโทษปิ่นและไปฟ้องอาติยะ เพื่อให้มีอคติกับปิ่น แต่อาติยะกลับบอกว่ารู้เรื่องนานแล้ว ทำให้ทัศนาวลัยร้องไห้กอดอาติยะด้วยความน้อยใจ อาติยะเกิดความเวทนาจึงลูบหลังปลอบใจ ทำให้ปิ่นซึ่งยืนอยู่หน้าห้องถึงกับตะลึงกับภาพที่เห็นและเข้าใจว่าทั้งสองมีใจให้กัน ทัศนาวลัยมาพูดกับอาติยะอีกครั้งเรื่องขอเปิดร้านเสื้อ โดยอ้างว่าคุณย่าอนุญาตแล้ว ซึ่งแม้นอาติยะจะมีอ้างเหตุผลอย่างไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนความตั้งใจของทัศนาวลัยได้ จึงยอมตกลง ปิ่นพยายามเป็นแม่สื่อให้สิทธากับพิสมัยจนสำเร็จ สิทธาเริ่มทำตัวเป็นผู้ชายมากขึ้น ทั้งสองรวมทั้งบุษบาแปลกใจที่เห็นปิ่นมีอาการเศร้า คอยหลบหน้าอาติยะจนอาติยะรู้ถึงการเปลี่ยนไปของปิ่น ซึ่งไม่เคยสะดุ้งสะเทือนที่จะพบอาติยะมาก่อน อาติยะจึงไปพบ อ.นิพนธ์ เพื่อให้สืบเกี่ยวกับนักศึกษาชื่อ มุก ซึ่ง อ.นิพนธ์รับปากจัดการให้ ทัศนาวลัยไปรับเช็คจากคุณย่าที่ห้อง และเห็นว่าคุณย่าไว้ใจปิ่นขนาดให้เปิดตู้ที่ใส่เงินสดและเครื่องเพชร เอาเช็คให้เธอ จึงอดไม่ได้ที่จะพูดจากดูถูกปิ่นเรื่องชุดที่ปิ่นใส่จนมีปากเสียงกัน คุณย่าต้องคอยห้ามทัพตลอด แต่เมื่อได้เช็คทัศนาวลัยก็อารมณ์ดีรีบกลับไปอวดคุณวลัย ปิ่นนำหนังสือธรรมะไปให้คุณหญิง,คุณย่าและอาติยะ เมื่ออาติยะเห็นปิ่นไม่ใส่เสื้อผ้าที่เขาซื้อให้จึงตามไปถามเหตุผล ปิ่นบอกว่าไม่อยากมีปัญหากับทัศนาวลัย อาติยะโกรธบอกให้ปิ่นฉีกชุดทิ้ง คุณย่าชวนปิ่นเอาหนังสือธรรมะไปมอบให้วัดโดยมีอาติยะขับรถ ปิ่นยอมแต่งชุดที่อาติยะซื้อให้ทำให้เขาพอใจ คุณหญิงเรียกปิ่นไปพบแล้วมอบแหวนเพชรให้ โดยบอกเหตุผลว่าให้เพราะอยากให้ และรู้เรื่องที่คุณหญิงช่วยเธอจากทัศนาวลัยจากป้าสำรวย ปิ่นรับโทรศัพท์จากพ่อเลี้ยงซึ่งโทรมาหาทัศนาวลัยที่ตึกใหญ่ พ่อเลี้ยงบอกกับปิ่นว่าทัศนาวลัยไม่ใช่ผู้หญิงในทัศนะของเขา และให้ปิ่นไปตามทัศนาวลัยมารับสาย แต่เมื่อไปถึงเรือนซ้ายปิ่นก็ต้องปะทะคารมกับทัศนาวลัยอีก จนทำให้พ่อเลี้ยงรอสายนาน พ่อเลี้ยงนัดจะมารับทัศนาวลัยไปกินข้าว ขณะเดินเล่นที่ศูนย์การค้า ทั้งสองได้พบกับปิ่นในชุดนักศึกษา จึงเข้าไปทัก แต่ปิ่นปฏิเสธไม่รู้จักทั้งสอง บอกว่าเธอชื่อมุก ทำให้ทั้งสองไม่แน่ใจกลับมาเล่าให้วลัยและสิทธาฟัง สองแม่ลูกจึงไปถามประวัติของปิ่นจากคุณบุษบง ซึ่งยืนกรานปฏิเสธไม่รู้จักผู้หญิงชื่อมุก และปิ่นเองไม่มีคู่แฝด ทัศนาวลัยนำเรื่องนี้ไปเล่าให้อาติยะฟัง และใช้มารยายั่วยวนจนอาติยะลืมตัวจูบเธอ แต่เมื่อได้สติเขาก็บอกเธอว่ารักเธอเหมือนน้องสาว ทำให้ทัศนาวลัยวิ่งออกไปด้วยความเจ็บใจและอับอาย คุณหญิงเรียกคุณบุษบงไปถามเรื่องประวัติของปิ่น คุณบุษบงไม่กล้าโกหกจึงเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง และขอร้องให้คุณหญิงเก็บเป็นความลับ เพราะปิ่นขอไว้ คุณหญิงถึงกับร้องไห้ด้วยความสงสารเมื่อรู้ว่าปานได้ตายจากไปแล้ว ทัศนาวลัยเปิดร้านขายเสื้อผ้า ทุกคนในบ้านชยานันท์ต่างไปร่วมยินดียกเว้นเรือนใหญ่ และปิ่น อาติยะขอร้องปิ่นให้มาเฝ้าคุณย่าซึ่งไม่สบาย เพราะเขาจะขึ้นไปทำธุระที่ไร่พิษณุเวช ปิ่นเฝ้าดูแลคุณย่าทุกวัน ทัศนาวลัยมาเยี่ยมคุณย่าแบบมีแผนในใจ เธอวางแผนกับคุณวลัย โดยคิดกำจัดคนที่เรือนขวา โดยให้ตันติดต่อโชติพี่ชายปีนเข้าไปลวนลามบุษบง และให้ทัศนาวลัยแอบถ่ายรูปไว้ ขณะที่ กำลังวางแผนอยู่ใกล้กำแพงรั้วบ้านภานุ ซึ่งสงสัยในพฤติกรรมของคนทั้งสาม ได้นำเทปมาอัดคำพูดทั้งหมดไว้ ทั้งที่ไม่เข้าใจ เมื่อทั้งสามทำตามแผนที่วางไว้สำเร็จ ปิ่นมาเห็นคุณบุษบงกำลังช๊อก เอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว จึงช่วยกันแก้ไขกับบุษบาโดยให้คุณบุษบงดื่มบรั่นดีจนเริ่มรู้สึกตัว เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังด้วยอาการเสียขวัญ ทั้งสองเชื่อในคำพูดของคุณบุษบงและให้คุณบุษบงคิดว่าเป็นฝันร้าย ทัศนาวลัยนำรูปบุษบงที่เธอถ่ายมาให้คุณวลัยดูซึ่งยังไม่ค่อยพอใจรูปนัก ส่วนบุษบงถึงกับเป็นไข้คุณหญิงได้มาเยี่ยมคุณบุษบงด้วยความเป็นห่วง คุณวลัยกับทัศนาวลัยแกล้งมาเยี่ยมแต่จริงๆ แล้วนำรูปมาต่อรองให้ทุกคนที่เรือนขวาออกไปจากบ้านมิฉะนั้นจะนำรูปไปให้คุณหญิงและคุณย่าดู ปิ่นฉีกรูปก่อนที่คุณบุษบงจะได้เห็นและรู้ว่าแผนสกปรกเป็นผีมือของสองแม่ลูก คุณวลัยให้เวลาทุกคนคิดเพียงสามวัน ซึ่งปิ่นยืนยันว่าทุกคนจะอยู่ที่บ้านชยานันท์ต่อไป สิทธาซึ่งรู้เรื่องเสียใจกับการกระทำของแม่และน้องสาวได้ไปพูดเกลี้ยกล่อมมารดาให้ล้มเลิกแผนการแต่ไม่ได้ผลกลับถูกสองแม่ลูกไล่ออกจากห้อง ทุกคนที่เรือนขวาใจคอไม่ดีเพราะใกล้วันที่อาติยะจะกลับมา ปิ่นกลุ้มใจเพราะยังหาวิธีช่วยบุษบงไม่ได้ จึงข้ามกำแพงไปหาพิสมัยที่บ้าน แต่พบภานุอยู่คนเดียว ภานุสังเกตเห็นความผิดปกติของปิ่นจึงนำเทปที่อัดไว้มาให้ปิ่นฟัง เมื่อได้ยินเสียงพูดในเทป ปิ่นมีอาการตื่นเต้นดีใจรีบนำเทปกลับบ้านด้วยอาการสดชื่นจนบุษบงและบุษบาแปลกใจ อาติยะมาเยี่ยมคุณบุษบงและบอกปิ่นเรื่องของฝาก ทัศนาวลัยมาตามอาติยะกลับตึกใหญ่ อาติยะถามเรื่องร้านเสื้อของทัศนาวลัยที่ปิดไปแล้ว เธอแก้ตัวว่าเพราะเธอไม่เหมาะกับการค้าขอไปทำงานที่บริษัทดีกว่า อาติยะบอกว่าไม่เหมาะควรอยู่บ้านเรียนภาษาและดูแลคุณย่าจะดีกว่า คุณหญิงเรียนให้คุณย่าทราบเรื่องทำอาหารเลี้ยงทุกคนในบ้าน เนื่องในวันครบรอบวันเกิดคุณชาญศักดิ์ให้ทุกคนมาทานข้าวร่วมกันที่ตึกใหญ่รวมทั้งปิ่นด้วย คุณวลัยมาฟังคำตอบจากคุณบุษบง ถึงเรือนขวา ปิ่นยืนยันจะไม่ออกจากบ้าน ทำให้คุณวลัยกลับไปด้วยความแค้นใจ สิทธาทำข่าวที่คุณวลัยเตรียมรูปไว้ให้ทุกคนดูมาบอกปิ่น อาติยะต่อว่าปิ่นเรื่องที่ไม่ยอมมาพบ ปิ่นแกล้งพูดเรื่องของฝาก ซึ่งอาติยะบอกว่ายังเก็บไว้ให้เธอ บรรยากาศที่โต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอึดอัดสำหรับบุษบงและบุษบา ซึ่งต่างกลืนอาหารไม่ลง ผิดกับปิ่นซึ่งเจริญอาหารมากเป็นพิเศษ คุณย่าสังเกตเห็นความผิดปกติของคุณบุษบงและคุณวลัย จึงสอบถาม คุณวลัยได้โอกาสนำรูปมาให้คุณหญิง,คุณย่าและอาติยะดู ทั้งสามต่างตกใจกับภาพที่เห็น แต่ปิ่นขอเวลาชี้แจงความบริสุทธิใจของบุษบงด้วยการนำเทปที่เตรียมไว้มาเปิดให้ทุกคนฟัง คุณวลัยนั่งคอตกแทบเป็นลม ทัศนาวลัยทนไม่ไหววิ่งออกไปจากห้อง ทุกอย่างกระจ่าง คุณบุษบงพ้นมลทิน และขอให้ยุติเรื่องนี้ คุณวลัยถึงกับร้องไห้เมื่อเห็นความจริงใจของบุษบง ที่ไม่โกรธเธอ ทุกคนต่างแยกย้ายกลับตึก ปิ่นเล่าเรื่องทั้งหมดให้ทุกคนฟัง คุณบุษบงและบุษบาต่อว่าปิ่นที่ไม่ยอมบอกความจริงก่อน ซึ่งปิ่นก็มีเหตุผลเพราะรู้นิสัยคุณบุษบงดีว่าเธอคงเอาเทปไปขอแลกกับรูปถ่ายเท่านั้น ซึ่งปิ่นไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น เธอไม่ต้องการทำเพื่อคุณบุษบงคนเดียว เธอต้องการแก้แค้นแทนแม่ปานด้วย คุณบุษบงต้องการรู้จักภานุ ปิ่นเกี่ยงให้บุษบาเป็นคนพามาแนะนำเองเพราะรู้ว่าภานุชอบอยู่กับบุษบา บุษบามาขอบคุณภานุที่บ้านที่ช่วยเธอกับแม่ไว้และให้เขาไปพบคุณบุษบงซึ่งภานุยินดี ส่วนคุณวลัยสำนึกผิดได้มาขอโทษบุษบงถึงตึกขวาเพราะเธอแพ้ในความดีของบุษบง อ.นิพนธ์โทรมาบอกอาติยะเรื่องปิ่นกับมุกคือคนเดียวกันพร้อมประวัติ ทำให้อาติยะรู้ว่าจริงๆ แล้ว ปิ่นมุกเป็นลูกสาวของคุณชาญศักดิ์กับแม่ปาน ทำให้เขาทั้งโกรธและขำถึงกับนอนไม่หลับ รุ่งเช้าอาติยะตามหาตัวปิ่นและบอกว่ารู้เรื่องเธอหมดแล้ว ปิ่นถึงกับตกใจหน้าซีดยอมรับความจริงโดยมีเหตุผลว่าเธอต้องการดูท่าทีของทุกคนในบ้านชยานันท์ เพราะถ้าเธอมาอยู่ในฐานะลูกหลานเธออาจอยู่ในบ้านอย่างไม่มีความสุขเหมือนแม่ของเธอ อาติยะบอกว่าปิ่นทรมานคนอื่น ปิ่นเล่าเรื่องให้คุณบุษบงฟังว่าอาติยะรู้ความจริงหมดแล้ว ทัศนาวลัยเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องด้วยความเสียขวัญในความพ่ายแพ้จนเกิดทิฐิและความแค้นในตัวปิ่นแม้วลัยและสิทธาจะขอร้องแต่ไม่เป็นผล ทัศนาวลัยคว้าปืนออกไปหาปิ่นที่ตึกขวา ทุกคนต่างร้องห้ามแต่ไม่สำเร็จ ปิ่นกลับจากบ้านพิสมัยมาพบทัศนาวลัยซึ่งจ่อปืนเตรียมยิงเธอ อาติยะได้เข้ามาบอกความจริงว่าปิ่นเป็นน้องสาวของเธอ ทำให้ทัศนาวลัยถึงกับเป็นลมหมดสติ ปิ่นยอมรับความจริงและขอโทษทุกคนโดยเฉพาะคุณย่าและคุณหญิง ทั้งสองไม่ถือโกรธปิ่นเลย ทัศนาวลัยฟื้นขึ้นมารู้สึกละอายใจต่อการกระทำของตนเอง ถึงกับซึมไม่พูดจากับใคร ปิ่นมาเยี่ยมและปรับความเข้าใจกัน ทุกคนในบ้านต่างให้อภัยเธอ อาติยะบอกปิ่นเรื่องคุณหญิงจะยกสมบัติในส่วนของเธอให้ปิ่นทั้งหมดและชวนปิ่นไปทานข้าวนอกบ้าน ปิ่นปฏิเสธโดยบอกว่าเธอมีนัดกับสิทธา ทำให้อาติยะเข้าใจผิดคิดว่าเธอมีใจให้กับสิทธาแต่จริงแล้วปิ่นมีนัดกับสิทธา,บุษบา,ภานุ และพิสมัย ตั้งแต่ทุกคนรู้ว่าปิ่นมุกคือหลานสาวแท้ๆ ของคุณย่า เธอได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เพราะศัตรูอย่างวลัย,ทัศนาวลัย ก็กลายเป็นมิตร บ้านชยานันท์น่าจะสงบสุข แต่ก็เกิดเรื่องกับทัศนาวลัย ซึ่งมีเหมือนคนแพ้ท้อง คุณวลัยคาดคั้นและพาเธอไปหาหมอ ซึ่งผลออกมาว่าทัศนาวลัยท้องได้สามเดือนแล้ว คุณวลัยรู้ว่าพ่อเลี้ยงเป็นพ่อเด็ก จะตามให้มารับผิดชอบ แต่ทัศนาวลัยคิดว่าเขาไม่รับผิดชอบ เพราะเขา หายหน้าไปเลย ทัศนาวลัยจะไปทำแท้ง แต่ปิ่นไม่เห็นด้วย ทัศนาวลัยขอร้องให้ปิ่นเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ และให้ปิ่นหาที่ที่เธอจะหลบไปอยู่ระหว่างท้อง ปิ่นรับปากทันที อาติยะถึงกับซึมเมื่อได้รับโทรเลขจากไร่พิษณุเวช ซึ่งป้าอนงค์ คนสนิทของแม่ทิพย์ ส่งมาว่า แม่ทิพย์ป่วย อาติยะขออนุญาตคุณหญิงไปเยี่ยมแม่ทิพย์ และขอพาปิ่นมุกไปรู้จักกับแม่แท้ๆ ของเขาด้วย โดยอ้างกับทุกคนว่าจะพาไปช่วยดูแลพยาบาลแม่ทิพย์ชั่วคราว คุณหญิงและคุณย่าซึ่งรู้ถึงความในใจของอาติยะจึงอนุญาต อาติยะมาบอกปิ่นเรื่องขอให้ไปดูแลแม่ทิพย์ ซึ่งตอนแรกเธอปฏิเสธเพราะไม่เข้าใจเหตุผลของอาติยะ ทำให้เขาคิดว่าปิ่นมุกรังเกียจมารดาของเขา แต่เมื่อเห็นสีหน้าของอาติยะแล้ว ปิ่นก็รับปากเพราะใจจริงแล้วเธอต้องการอยู่ใกล้ชิดกับอาติยะ ปิ่นไปลาทุกคนโดยเฉพาะทัศนาวลัยเพราะเธอรับปากจะจัดการปัญหาให้ทันทีที่กลับมา เมื่อถึงไร่พิษณุเวช อาติยะได้แนะนำให้ปิ่นมุกรู้จักกับแม่ทิพย์ ซึ่งแม่ทิพย์ให้ความเอ็นดูปิ่นเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง ปิ่นรู้ว่าอาติยะไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาที่ไร่พิษณุเวชเลยแม้แต่บุษบาและทัศนาวลัย ปิ่นรู้สึกเห็นใจแม่ทิพย์ที่ต้องเสียสละให้อาติยะไปอยู่ที่บ้านชยานันท์ แต่เมื่อฟังเหตุผลจากแม่ทิพย์จึงเข้าใจ ปิ่นมุกอยู่ที่ไร่แบบสบายๆ แต่เหงาเพราะแม่ทิพย์มีป้าอนงค์เป็นคนดูแล ส่วนอาติยะก็ออกไปไร่ทุกวัน ปิ่นเดินสำรวจไร่คนเดียวจนข้ามแดนไปไร่ติดกัน ซึ่งเจ้าของไร่ก็คือ พ่อเลี้ยงวุฒิไกร ปิ่นดีใจที่เห็นพ่อเลี้ยงเพราะนึกถึงเรื่องของทัศนาวลัย เพราะปิ่นเห็นว่าพ่อเลี้ยงไม่ใช่คนร้ายกาจนัก เป็นคนอ่านง่ายและอารมณ์ดีเสมอสังเกตจากรอยยิ้มที่หน้า จึงเปลี่ยนความตั้งใจจากที่จะโกรธแค้นพ่อเลี้ยง กลายมาเป็นผูกมิตรเพื่อทัศนาวลัย เธอทำดีเพื่อลองใจพ่อเลี้ยง ว่าจะมีความเป็นลูกผู้ชายหรือไม่ ปิ่นกลับไปที่บ้านพบว่าอาติยะยืนหน้าบอกบุญไม่รับ เพราะตั้งใจจะพาปิ่นเที่ยวไร่ แต่ เมื่อรู้ว่าผู้ชายที่ปิ่นคุยด้วยเป็นพ่อเลี้ยง อาติยะจึงเตือนปิ่นด้วยความไม่พอใจเพราะรู้ว่าพ่อเลี้ยงเจ้าชู้ ชอบเอาเงินไปบำเรอผู้หญิงจนเงินขาดมือต้องขายที่ให้กับอาติยะ ปิ่นงอนขึ้นไปหาแม่ทิพย์ ปิ่นได้ยินเสียงเด็กร้องที่เรือนพักคนงาน จึงถามหากับป้าอนงค์ และไปช่วย สะอาด เลี้ยงลูกที่เรือนคนใช้ จนป้าอนงค์ต้องมาตามให้กลับ พ่อเลี้ยงวุฒิไกรมาหาปิ่นที่บ้านในวันรุ่งขึ้น และพูดจาจีบปิ่น ปิ่นพยายามเตือนเขาถึงเรื่องทัศนาวลัยจนพ่อเลี้ยงแปลกใจเพราะเขารู้ว่าทั้งสองไม่ถูกกัน ปิ่นบอกพ่อเลี้ยงว่าเธอรู้ความสัมพันธ์ของพ่อเลี้ยงกับทัศนาวลัย ซึ่งพ่อเลี้ยงบอกว่าเป็นเรื่องของหนุ่มสาวสมัยใหม่ ปิ่นหาทางช่วยทัศนาวลัยแต่ติดที่อาติยะที่คอยขัดจังหวะ เพราะเข้าใจผิดคิดว่าปิ่นกำลังชอบกับพ่อเลี้ยง และไม่ยินดีต้อนรับพ่อเลี้ยงที่ไร่พิษณุเวช คืนหนึ่งปิ่นได้ยินเสียงลูกของสะอาดร้องไห้จึงอาสาเลี้ยงให้โดยพาไปเดินเล่นรับลมด้านนอก พ่อเลี้ยงมาเห็นจึงเข้ามาคุยกับปิ่น และให้ความเอ็นดูเด็กน้อย ทำให้ปิ่นดีใจที่พ่อเลี้ยงบอกว่าเขารักเด็กมาก แต่หมอบอกว่าเขาเป็นคนที่มีลูกยาก ปิ่นจึงยอมบอกความจริงกับพ่อเลี้ยงเรื่องทัศนาวลัยท้องได้สามเดือนแล้ว พ่อเลี้ยงดีใจมากรับปากปิ่นจะไปหาทัศนาวลัยในวันรุ่งขึ้นทันที แต่เมื่อปิ่นอุ้มเด็กไปคืนให้สะอาดก็พบว่าอาติยะมายืนรอและเห็นภาพพ่อเลี้ยงจับมือปิ่นด้วยความเข้าใจผิด ทั้งสองปะทะคารมกันจนอาติยะอดใจไม่ไหวจูบปิ่นด้วยความหึงหวง ปิ่นบอกอาติยะว่าจะกลับกรุงเทพในวันพรุ่งนี้ รุ่งเช้าแม่ทิพย์แปลกใจที่เห็นปิ่นในชุดเดินทางมากราบลากลับกรุงเทพฯ และบอกว่าอาติยะรู้เรื่องแล้ว แม่ทิพย์ถามเหตุผล ปิ่นอ้างว่ามีธุระที่กรุงเทพฯ แต่ให้สัญญาว่าจะพูดกับคุณย่าและคุณหญิงให้คืนอาติยะให้แม่ทิพย์ อาติยะเมื่อรู้เรื่องจึงเดินทางกลับพร้อมปิ่นเช่นกัน ระหว่างเดินทางทั้งสองเหมือนคนแปลกหน้าเพราะต่างฝ่ายต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเอง บุษบาดีใจที่เห็นหน้าปิ่น บุษบงให้ปิ่นรีบไปกลับคุณย่ากับคุณหญิงที่ตึกใหญ่ แต่ปิ่นไม่อยากพบอาติยะ แต่คุณบุษบงคะยั้นคะยอจนปิ่นไม่มีทางเลี่ยง พบคุณย่าอยู่กับคุณหญิงตามลำพังจึงรู้ว่าอาติยะเพิ่งกลับออกไป ปิ่นเล่าถึงเรื่องที่ไร่และแม่ทิพย์ให้ทั้งสองฟัง ซึ่งยอมที่จะคืนอาติยะให้กับแม่ทิพย์ตามที่ปิ่นต้องการและให้คนทำความสะอาดเรือนแม่ปานเตรียมไว้เป็นที่อยู่ของปิ่นต่อไป ปิ่นรู้ข่าวการหมั้นของสิทธากับพิสมัย และบุษบากับภานุ ด้วยความรู้สึกดีใจเพราะเธอเป็นแม่สื่อได้สำเร็จ ส่วนทางเรือนซ้ายปิ่นได้พบว่าทุกคนในเรือนกำลังมีความสุข พ่อเลี้ยงได้มาตกลงกับทัศนาวลัยเรื่องจะมาสู่ขอเรียบร้อยแล้ว ปิ่นขอตัวกลับทันทีที่เห็นอาติยะเข้ามาในห้อง ทัศนาวลัยสังเกตเห็นจึงถามอาติยะ อาติยะเล่าว่าปิ่นกำลังมีความรักกับพ่อเลี้ยง ทัศนาวลัยจึงเล่าความจริงทั้งหมดให้อาติยะฟัง หลังงานหมั้นของสองคู่ ปิ่นเกิดอาการเหงาและว้าเหว่กระทันหันจนคุณบุษบงสังเกตเห็น ปิ่นอ้างว่าคิดถึงแม่ปานจะขอกลับบ้านนอกแต่คุณบุษบงให้เห็นแก่คุณย่าและบอกสาเหตุที่ปิ่นเป็นแบบนี้เพราะกำลังสับสน คุณบุษบงขอตัวไปตามผู้ที่จะรั้งตัวปิ่นไว้ได้ ซึ่งก็คือ อาติยะ ที่เข้าใจปิ่นแล้ว อาติยะขอปิ่นแต่งงานโดยไม่ได้บอกว่ารัก ทำให้ปิ่นเข้าใจผิดคิดว่าอาติยะขอเธอแต่งงานเพื่อให้อยู่ปรนนิบัติคุณย่า อาติยะสารภาพว่าเขารักปิ่นมานานแล้วและทุกคนที่ชยานันท์ก็รู้เพราะอาติยะพาปิ่นไปแนะนำให้รู้จักแม่ทิพย์ ปิ่นรู้สึกเหมือนเป็นความฝันเพราะในที่สุดเธอก็ได้ยินคำว่ารักจากอาติยะ

รายชื่อนักแสดง[แก้]

ตัวละคร นักแสดง
อาติยะ ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์
ปิ่นมุก/ปิ่น/มุก พัชราภา ไชยเชื้อ
สิทธา นพพล พิทักษ์โล่พานิช
ทัศนาวลัย เมย์ เฟื่องอารมย์
บุษบา นุสรา สุขหน้าไม้
พิสมัย/ไก่ อติมา ธนเสนีวัฒน์
ภานุ/กบ สิทธิพร นิยม
พ่อเลี้ยงวุฒิไกร อัมรินทร์ สิมะโรจน์
คุณชาญศักดิ์ ตฤณ เศรษฐโชค
คุณย่ามาลา อรัญญา นามวงศ์
คุณหญิงฉวี (ม.ล.ฉวี) ศุกร์วัฒนา คล่องวรานนท์
คุณวลัย กรองทอง รัชตะวรรณ
คุณบุษบง วรารัตน์ เทพโสธร
คุณทิพย์ สุดารัตน์ เดชากุล
แม่ปาน รชยา รักกสิกรณ์
อ.นิพนธ์ บัณฑิต ไตรรัตน์วรวุฒิ
ป้าสำรวย ลัดดาวรรณ์ เรืองสำราญ
ป้าอนงค์ กรศิริ พลับพลา
ตัน จิราวรรณ อินมา
โชติ สุรจิต ปัญญานนท์
หนูแดง ด.ญ.ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี