ปวดบิดในทารก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ปวดบิดในทารก
ชื่ออื่น Colic, infantile colic
Human-Male-White-Newborn-Baby-Crying.jpg
ทารกร้องไห้
สาขาวิชา กุมารเวชศาสตร์
อาการ ร้องไห้เป็นเวลานานกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน มากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 3 สัปดาห์[1]
ภาวะแทรกซ้อน ความกังวลของผู้เลี้ยงดู, ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด, การทำร้ายทารก[1]
การตั้งต้น อายุ 6 สัปดาห์[1]
ระยะดำเนินโรค มักหายเองไม่เกินอายุ 6 เดือน[1]
สาเหตุ ไม่ทราบสาเหตุ[1]
วิธีวินิจฉัย วินิจฉัยจากอาการ และการแยกโรคอื่นที่สำคัญออก[1]
โรคอื่นที่คล้ายกัน Corneal abrasion, hair tourniquet, hernia, testicular torsion[2]
การรักษา รักษาตามอาการ, ให้ความช่วยเหลือกับผู้ดูแล[3][1]
พยากรณ์โรค ไม่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนระยะยาว[4]
ความชุก ~25% ของทารกทั่วไป[1]

ปวดบิดในทารก[5] หรือ โคลิค (อังกฤษ: Colic) หรือที่ในภาษาไทยโบราณเรียกว่า ร้องไห้ 100 วัน[6] เป็นอาการของเด็กทารกที่ร้องไห้ มักเป็นวันละครั้ง เกิดได้ทั้งเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง โดยเกิดขึ้นในเด็กอายุประมาณ 2-3 สัปดาห์ แต่อาการอาจจะรุนแรงขึ้นในช่วงอายุ 6-8 สัปดาห์ แล้วหายไปเองเมื่อเด็กอายุประมาณ 3 เดือน

อาการโคลิคในเด็กแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป โดยจะร้องเป็นเวลานานติดต่อกัน 2-3 ชั่วโมง ทำอย่างไรก็ไม่ยอมหยุด เด็กบางคนไม่ได้ร้องทุกวัน อาจจะร้องประมาณ 3-4 วันใน 1 สัปดาห์ ซึ่งระยะเวลาในการร้องของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน

เวลาที่เด็กร้องหน้าจะแดง เสียงร้องดัง แหลม และอาจมีอาการเกร็งแขนและขา ไม่ยอมหยุดง่าย ๆ เด็กบางคนมีการผายลมร่วมด้วย

ปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัดที่ทำให้เกิดอาการของโคลิคได้ แต่สาเหตุที่สันนิษฐานในปัจจุบัน คือ เด็กมีอาการปวดท้องจากการแพ้นมวัวหรือมีอาการแก้ มีผืนคันจากผ้าอ้อมที่ใช้[7]

จากการที่เด็กร้องไห้อย่างยาวนานโดยไม่ทราบสาเหตุนี้ จากความเชื่อในสมัยโบราณ จึงเชื่อกันว่า เพราะมีผีมารังควาญเด็ก[8]

อาการและอาการแสดง[แก้]

นิยามของโคลิกคือการที่ทารกร้องไห้นานกว่าสามชั่วโมงต่อวัน มากกว่าสามวันต่อสัปดาห์ ติดต่อกันสามสัปดาห์ขึ้นไป โดยที่ทารกนั้นมีสุขภาพด้านอื่นๆ ปกติดี และมีอายุระหว่าง 2 สัปดาห์ ถึง 4 เดือน ในทางกลับกัน ทารกปกติอาจร้องไห้ได้ประมาณสองชั่วโมงต่อวันหรือมากกว่าเล็กน้อย โดยมักร้องไห้มากที่สุดที่อายุประมาณหกสัปดาห์ ส่วนใหญ่ทารกที่เป็นโคลิกมักร้องไห้ขึ้นในช่วงเย็นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน อาการที่พบร่วมเช่นทารกยกขาขึ้นชนกับท้อง หน้าแดง มือหงิกเกร็ง และคิ้วย่น เสียงร้องไห้มักมีเสียงแหลม เป็นต้น

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 1.7 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ AFP2015
  2. "Colic Differential Diagnoses". emedicine.medscape.com (ใน English). 3 September 2015. Archived from the original on 5 November 2017. สืบค้นเมื่อ 1 June 2017. 
  3. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Bia2016
  4. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Gri2014
  5. บัญชีจำแนกโรคระหว่างประเทศ ฉบับประเทศไทย (อังกฤษ-ไทย) ฉบับปี 2009. สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, 2552.
  6. กลเม็ดหยุดเด็กร้องร้อยวัน หรือโคลิคให้อยู่หมัด จากกระปุกดอตคอม
  7. โคลิก เด็กร้อง 100 วันโดยไม่ทราบสาเหตุ
  8. คนอวดผี วันพุธที่23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554: ช่อง 7

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

Classification
V · T · D
External resources