ปวดบิดในทารก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ปวดบิดในทารก
(Infantile Colic)
Crying newborn.jpg
ทารกร้องไห้
บัญชีจำแนกและลิงก์ไปภายนอก
ICD-10 R10.4
ICD-9 789.0
MedlinePlus 000978
eMedicine ped/434
MeSH D003085

ปวดบิดในทารก[1] หรือ โคลิค (อังกฤษ: Colic) หรือที่ในภาษาไทยโบราณเรียกว่า ร้องไห้ 100 วัน[2] เป็นอาการของเด็กทารกที่ร้องไห้ มักเป็นวันละครั้ง เกิดได้ทั้งเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง โดยเกิดขึ้นในเด็กอายุประมาณ 2-3 สัปดาห์ แต่อาการอาจจะรุนแรงขึ้นในช่วงอายุ 6-8 สัปดาห์ แล้วหายไปเองเมื่อเด็กอายุประมาณ 3 เดือน

อาการโคลิคในเด็กแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป โดยจะร้องเป็นเวลานานติดต่อกัน 2-3 ชั่วโมง ทำอย่างไรก็ไม่ยอมหยุด เด็กบางคนไม่ได้ร้องทุกวัน อาจจะร้องประมาณ 3-4 วันใน 1 สัปดาห์ ซึ่งระยะเวลาในการร้องของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน

เวลาที่เด็กร้องหน้าจะแดง เสียงร้องดัง แหลม และอาจมีอาการเกร็งแขนและขา ไม่ยอมหยุดง่าย ๆ เด็กบางคนมีการผายลมร่วมด้วย

ปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัดที่ทำให้เกิดอาการของโคลิคได้ แต่สาเหตุที่สันนิษฐานในปัจจุบัน คือ เด็กมีอาการปวดท้องจากการแพ้นมวัวหรือมีอาการแก้ มีผืนคันจากผ้าอ้อมที่ใช้[3]

จากการที่เด็กร้องไห้อย่างยาวนานโดยไม่ทราบสาเหตุนี้ จากความเชื่อในสมัยโบราณ จึงเชื่อกันว่า เพราะมีผีมารังควาญเด็ก[4]

อาการและอาการแสดง[แก้]

นิยามของโคลิกคือการที่ทารกร้องไห้นานกว่าสามชั่วโมงต่อวัน มากกว่าสามวันต่อสัปดาห์ ติดต่อกันสามสัปดาห์ขึ้นไป โดยที่ทารกนั้นมีสุขภาพด้านอื่นๆ ปกติดี และมีอายุระหว่าง 2 สัปดาห์ ถึง 4 เดือน ในทางกลับกัน ทารกปกติอาจร้องไห้ได้ประมาณสองชั่วโมงต่อวันหรือมากกว่าเล็กน้อย โดยมักร้องไห้มากที่สุดที่อายุประมาณหกสัปดาห์ ส่วนใหญ่ทารกที่เป็นโคลิกมักร้องไห้ขึ้นในช่วงเย็นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน อาการที่พบร่วมเช่นทารกยกขาขึ้นชนกับท้อง หน้าแดง มือหงิกเกร็ง และคิ้วย่น เสียงร้องไห้มักมีเสียงแหลม เป็นต้น

อ้างอิง[แก้]