ปลาฉลามหางยาวหน้าหนู

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ปลาฉลามหางยาวหน้าหนู
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: 16–0Ma[1] ไมโอซีนตอนกลาง-ปัจจุบัน
Alopias superciliosus bycatch.jpg
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Chondrichthyes
ชั้นย่อย: Elasmobranchii
อันดับ: Lamniformes
วงศ์: Alopiidae
สกุล: Alopias
สปีชีส์: A.  superciliosus
ชื่อทวินาม
Alopias superciliosus
(Lowe, 1840)
Bigeye Thresher.png
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์
ชื่อพ้อง
  • Alopecias superciliosus Lowe, 1840
  • Alopias profundus Nakamura, 1935

ปลาฉลามหางยาวหน้าหนู[3] หรือ ปลาฉลามหางยาวตาโต (อังกฤษ: Bigeye thresher shark, False thresher[2]; ชื่อวิทยาศาสตร์: Alopias superciliosus) ปลากระดูกอ่อนจำพวกปลาฉลามชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในวงศ์ปลาฉลามหางยาว (Alopiidae)

โดยคำว่า superciliosus ที่ใช้เป็นชื่อวิทยาศาสตร์นั้น มาจากภาษาละตินคำว่า super หมายถึง "เหนือ" และ ciliosus หมายถึง "คิ้ว" อันหมายถึง ร่องที่อยู่เหนือดวงตา[4] [5]

ปลาฉลามหางยาวตาโต มีรูปร่างลักษณะเหมือนกับปลาฉลามหางยาวชนิดอื่นทั่วไป มีร่างกายสีเทาออกม่วงกลมกลืนไปกับสีของสภาพแวดล้อม มีดวงตากลมโตรูปลูกแพร์ขนาดใหญ่กว่าปลาฉลามหางยาวชนิดอื่น โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 10 เซนติเมตร นับว่าเป็นขนาดของตาของสัตว์โลกที่ใหญ่ที่สุดที่ไม่ใช่สัตว์จำพวกนก สันนิษฐานว่ามีไว้เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพของทะเลลึกที่มืดมิดที่มีปริมาณแสงน้อย นอกจากนี้แล้วยังสามารถที่ปรับอุณหภูมิในร่างกายให้อุ่นกว่าอุณหภูมิของน้ำที่อาศัยอยู่ โดยจะมีอุณหภูมิร่างกายอยู่ที่ 2-4 องศาเซลเซียส

ปลาฉลามหางยาวตาโต จัดเป็นปลาฉลามกินเนื้อที่มีขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ขนาดเมื่อโตเต็มที่มีขนาดเฉลี่ยประมาณ 4.6 เมตร หรือเล็กกว่านี้ พบใหญ่ที่สุด 4.8 เมตร น้ำหนักประมาณ 360 กิโลกรัม

ปลาฉลามหางยาวตาโต อาศัยอยู่ในมหาสมุทรที่มีความลึกกว่า 500 เมตร น้ำมีอุณหภูมิเย็น พบได้ในหลายพื้นที่ทั่วโลก แต่จะพบได้บ่อยที่มหาสมุทรแอตแลนติก รวมถึงบางส่วนในมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดียด้วย[3]

เป็นปลาที่มีความปราดเปรียวว่องไว ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ล่าปลาขนาดเล็กและสัตว์น้ำต่าง ๆ กินเป็นอาหาร โดยใช้ครีบหางท่อนบนที่ยาวใหญ่นั้นตีไล่เหยื่อ เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้ 12-13 ปีในตัวเมีย และ 9-10 ปีในตัวผู้ ลูกปลาเกิดใหม่มีความยาว 70-106 เซนติเมตร โดยเกิดเป็นตัวจากไข่ในช่องท้องของปลาตัวแม่[6]

เป็นปลาฉลามอีกชนิดหนึ่งที่ถูกจับและใช้ประโยชน์ในทางการประมง[3] และก็ถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน 10 ชนิดของปลาฉลามที่ถูกคุกคามจนใกล้สูญพันธุ์ทั่วโลก[7]

อ้างอิง[แก้]

  1. Yabumoto, Y. and Uyeno, T. (1994). "Late Mesozoic and Cenozoic fish faunas of Japan". The Island Arc. 3: 255–269. doi:10.1111/j.1440-1738.1994.tb00115.x.CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  2. 2.0 2.1 "More oceanic sharks added to the IUCN Red List" (Press release). IUCN. February 22, 2007. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-01-14. สืบค้นเมื่อ December 21, 2008. Unknown parameter |deadurl= ignored (help)
  3. 3.0 3.1 3.2 ปลาฉลาม : สัตว์น้ำพลอยจับได้จากเครื่องมือเบ็ดราวและอวนล้อมปลาทูน่า โดยเรือ M.V. .. จากกรมประมง
  4. Ebert, D.A. (2003). Sharks, Rays, and Chimaeras of California. London: University of California Press. pp. 103–104. ISBN 0-520-23484-7.
  5. "Jensen, C. Bigeye Thresher. Florida Museum of Natural History. Retrieved on December 21, 2008". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2013-01-28. สืบค้นเมื่อ 2013-03-09.
  6. Deep Sea: the Twilight Zone and Beyond Bigeye Thresher Shark
  7. ฉลามทะเลลึกใกล้สูญพันธุ์[ลิงก์เสีย]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]