ปลาฉลามปากเป็ด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ปลาฉลามปากเป็ด
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: ยุคครีเตเชียสตอนปลายจนถึงปัจจุบัน[1]
Paddlefish.jpg
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Actinopterygii
อันดับ: Acipenseriformes
วงศ์: Polyodontidae
สกุล: Polyodon
Lacépède, 1797
สปีชีส์: P.  spathula
ชื่อทวินาม
Polyodon spathula
(Walbaum in Artedi, 1792)
Paddlefish distribution.png
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์ของปลาฉลามปากเป็ด (สีแดงหมายถึงพื้นทื่ ๆ สูญพันธุ์แล้ว)
ชื่อพ้อง
  • Squalus spathula

ปลาฉลามปากเป็ด (อังกฤษ: American paddlefish, Mississippi paddlefish; ชื่อวิทยาศาสตร์: Polyodon spathula) เป็นปลากระดูกแข็งในอันดับปลาสเตอร์เจียน (Acipenseriformes)

ลักษณะ[แก้]

ถึงแม้มีรูปร่างโดยผิวเผินคล้ายปลาฉลามและมีคำว่าปลาฉลามอยู่ในชื่อ แต่ทางอนุกรมวิธานไม่จัดเป็นปลาฉลามซึ่งเป็นปลากระดูกอ่อนแต่อย่างใด ถือกำเนิดมาตั้งแต่ยุคครีเตเชียสกว่า 100 ล้านปีมาแล้ว พบในหลายพื้นที่ของสหรัฐอเมริกา ในลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปีและแม่น้ำมิสซูรี รวมถึงแม่น้ำโอไฮโอ ปลาฉลามปากเป็ดมีความยาวได้ถึง 6 ฟุต และมีน้ำหนักเกือบถึง 100 กิโลกรัม โดยสถิติตัวที่ใหญ่ที่สุดบันทึกได้ในปี ค.ศ. 1916 มีความยาว 1.96 เมตร น้ำหนัก 90 กิโลกรัม[3] ลักษณะเด่นของปลาชนิดนี้คือจะงอยจมูกที่ยาวและแบนคล้ายปากของเป็ด ซึ่งเต็มไปด้วยรูสีดำเล็ก ๆ ซึ่งสามารถตรวจจับกระแสไฟฟ้าได้ ซึ่งใช้หาอาหารและนำร่องในการว่ายน้ำไปยังแหล่งผสมพันธุ์ เมื่อจะงอยจมูกนั้นสัมผัสกับกระแสไฟฟ้าที่แพลงตอนสัตว์ซึ่งเป็นอาหารปล่อยออกมา และส่งผ่านประสาทสัมผัสไปยังสมอง โดยจะอ้าปากกรองกินแพลงตอนสัตว์เวลาว่ายน้ำ เหมือนปลาฉลามวาฬ หรือปลาฉลามบาสกิน[3] ปลาฉลามปากเป็ดเป็นปลามีอายุยืนได้ถึง 30 ปี และอาจได้ถึง 60 ปี ปลาตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้[4] แพร่พันธุ์โดยการวางไข่ครั้งละหลายหมื่นฟอง ไข่ปลาสามารถเอามาใช้เป็นไข่ปลาคาเวียร์ได้ เช่นเดียว กับไข่ของปลาสเตอร์เจียน[5][5] โดยมีราคาซื้อขายที่น้ำหนัก 400 ออนซ์ ราว 200 ดอลลาร์สหรัฐ[3]

ลูกปลาฉลามปากเป็ดตามช่วงอายุวัย จนถึงอายุ 30 วันในตัวที่ใหญ่สุด

แต่ปลาฉลามปากเป็ดเป็นปลาที่เจริญวัยช้ามากประมาณ 7-9 ปีในตัวผู้และ 10-12 ปีในตัวเมีย มีการวางไข่เพียงครั้งเดียวเท่านั้นในรอบ 2-5 ปี ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปลาจะว่ายทวนน้ำไปยังแม่น้ำโอเซส ในรัฐมิสซูรีเพื่อวางไข่ ปลาตัวเมียที่มีไข่สมบูรณ์จะมีน้ำหนักของไข่มากถึงร้อย 25 ของน้ำหนักตัว ไข่ใช้เวลาฟักเป็นตัว 7 วันหรือ 1 สัปดาห์ และใช้เวลากว่า 6 เดือนในการเติบโตจนได้ความยาวประมาณ 1 ฟุต โดยปลาจะวางไข่ในเวลากลางคืนเพื่อหลีกเลี่ยงสัตว์นักล่า[3]

ความคุ้มครองทางกฎหมายและการเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม[แก้]

ในปัจจุบันมีการคุ้มครองโดยกฎหมายในระดับนานาชาติ โดยเป็นสัตว์ในบัญชีหมายเลข 2 (Appendix II) ของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าใกล้สูญพันธุ์ (CITES) โดยห้ามส่งออกหรือนำเข้าโดยปราศจากใบอนุญาต ซึ่งรวมถึงประเทศไทย ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม[6][7] แม้ปลาฉลามปากเป็ดเป็นปลาที่ใกล้สูญพันธุ์ชนิดหนึ่ง โดยสูญพันธุ์ไปแล้วในพื้นที่ 4 รัฐของสหรัฐอเมริกา เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป และการสร้างเขื่อนขวางกั้นแหล่งน้ำที่ปลาจะว่ายทวนน้ำขึ้นไปวางไข่ ซึ่งการทำบันไดปลาโจนไม่สามารถใช้ได้กับปลาฉลามปากเป็ด อีกทั้งการลักลอบจับด้วยเนื่องจากมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูง ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากปลาไม่สามารถวางไข่ได้ก็จะแก่ตัวลงและตายไปตามอายุขัย[3] แม้ปัจจุบันสามารถเพาะขยายพันธุ์ได้แล้วด้วยวิธีการผสมเทียม[3] และนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามด้วย แต่เลี้ยงให้รอดได้ยากมาก เนื่องจากเป็นปลาที่ชอบกระโดด อ่อนไหวง่ายกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพน้ำ อีกทั้งระบบเผาผลาญอาหารในร่างกายก็เป็นไปอย่างรวดเร็วด้วย จึงเป็นปลาที่ต้องกินอาหารอยู่แทบตลอดเวลา

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ปลาฉลามปากเป็ด
  2. จาก IUCN
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 3.5 ปลาพันธุ์อสูร-ฉลามปากเป็ด
  4. D.L. Scarnechhia, Brad Schmitz (2010). "Paddlefish". Species of Concern. Montana Chapter of the American Fisheries Society. http://www.fisheriessociety.org/AFSmontana/Paddlefish.html. เรียกข้อมูลเมื่อ August 28, 2014. 
  5. 5.0 5.1 ชวลิต วิทยานนท์, อภิชาต เติมวิชชากร, รจิต จาละ และประพันธ์ ลีปายะคุณ. ปลาหายากใน พรบ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าและ CITES. สถาบันพิพิธภัณท์สัตว์น้ำ และ กองอนุรักษ์ทรัพยากรประมง กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  6. ชวลิต วิทยานนท์ และคณะ. การตรวจสอบกิจกรรมเกี่ยวกับปลาตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และ CITES. สถาบันพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและกองอนุรักษ์ทรัพยากรประมง กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  7. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดชนิดของสัตว์ป่าและซากของสัตว์ป่าที่ห้ามนำเข้าและส่งออก

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]