ปลาฉลามก็อบลิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ปลาฉลามก็อบลิน
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: โฮโลซีน
Mistukurina owstoni museum victoria.jpg
Mistukurina owstoni museum victoria - head detail.jpg
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Chondrichthyes
ชั้นย่อย: Elasmobranchii
อันดับใหญ่: Selachimorpha
อันดับ: Lamniformes
วงศ์: Mitsukurinidae
สกุล: Mitsukurina
สปีชีส์: M.  owstoni
ชื่อทวินาม
Mitsukurina owstoni
D. S. Jordan, 1898
Mitsukurina owstoni distmap.png
สถานที่พบกระจายพันธุ์[1]
ชื่อพ้อง
  • Odontaspis nasutus Bragança, 1904
  • Scapanorhynchus dofleini Engelhardt, 1912
  • Scapanorhynchus jordani Hussakof, 1909
  • Scapanorhynchus mitsukurii White, 1937

ปลาฉลามก็อบลิน หรือ ปลาฉลามปีศาจ[2] (อังกฤษ: Goblin shark, Elfin shark[1]; ชื่อวิทยาศาสตร์: Mitsukurina owstoni) ปลากระดูกอ่อนจำพวกปลาฉลามชนิดหนึ่ง

ชื่อ[แก้]

เป็นปลาฉลามน้ำลึกที่พบเห็นตัวได้ยาก และมีรูปร่างลักษณะประหลาด อันเป็นที่มาของชื่อ[3] และยังเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวในวงศ์และสกุลเดียวกันนี้ก็ยังดำรงเผ่าพันธุ์มาจนถึงปัจจุบัน ถือได้ว่าเป็น "ซากดึกดำบรรพ์มีชีวิต" อีกชนิดหนึ่ง ที่มีรูปร่างแทบไม่แปรเปลี่ยนไปจากยุคก่อนประวัติศาสตร์[3][4]

โดยที่ชื่อวิทยาศาสตร์นั้น ตั้งขึ้นมาจากชื่อของ คะคิชิ มิตซุคุริ ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว ซึ่งเป็นผู้ที่นำตัวอย่างที่ได้รับจาก อลัน โอลสตัน นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ มอบให้แก่ เดวิด สตารร์ จอร์แดน ซึ่งเป็นผู้อนุกรมวิธาน ดังนั้นชื่อวิทยาศาสตร์จึงถูกตั้งเพื่อเป็นเกียรติให้แก่บุคคลทั้งสองท่านนี้[3] ขณะที่ชื่อสามัญอาจจะแปลได้ว่ามาจากคำว่า "เท็งงุ" (ญี่ปุ่น: 天狗) ซึ่งเป็นปีศาจในความเชื่อของญี่ปุ่นโบราณ ที่มีใบหน้าสีแดงและจมูกแหลมยาว[5]

ลักษณะ[แก้]

ปลาฉลามก็อบลิน มีความยาวเต็มที่ได้ 3 หรือ 4 เมตร (10 และ 13 ฟุต) อาศัยอยู่ในเขตน้ำลึกได้มากกว่า 100 เมตร (330 ฟุต) ซึ่งเป็นที่ ๆ แสงส่องลงไปไม่ถึง พบชุกชุมที่โตเกียวแคนยอน ซึ่งเป็นหุบผาลึกใต้ทะเลในพื้นที่อ่าวโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยปกติแล้วจะมีลำตัวและครีบสีขาว แต่เมื่อถูกจับขึ้นมาจากน้ำลำตัวจะเปลี่ยนไปเป็นสีแดงเหมือนเลือด[6] ปลาฉลามก็อบลินมีลักษณะเด่น คือ บริเวณส่วนหัวด้านบนที่มีส่วนกระดูกที่ยื่นแหลมออกไปข้างหน้าเหนือกรามบน ในปากเต็มไปด้วยฟันที่แหลมคม ซึ่งส่วนหัวที่ยื่นยาวออกไปนั้น ด้านล่างประกอบไปด้วยอวัยวะเล็ก ๆ หลายร้อยอันที่ทำหน้าที่เหมือนเซนเซอร์ตรวจจับคลื่นไฟฟ้าของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่จับได้แม้กระทั่งคลื่นไฟฟ้าอ่อนถึง 1 ในล้านโวลต์ เพื่ออาหารซึ่งได้แก่ ปู หรือสัตว์น้ำชนิดต่าง ๆ ที่หลบซ่อนตัวลงในพื้นโคลนใต้ทะเล ซึ่งเป็นสถานที่ ๆ หาอาหารได้ยากยิ่ง อีกทั้งกรามยังมีกระดูกขากรรไกรที่เหมือนบานพับที่สามารถขยายออกมาเพื่อพุ่งงับเหยื่อมิให้หลุดไปได้อีกด้วย เมื่อพบเหยื่อแล้วจะใช้กรามที่ยื่นออกมานี้งับเหยื่อไว้ก่อนและค่อยดึงกลับเข้ามา โดยนักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าเหตุที่ต้องมีกรามเช่นนี้เพื่อชดเชยส่วนที่อ่อนแอของร่ายกาย เนื่องจากปลาฉลามก็อบลินไม่มีครีบหรืออวัยวะใด ๆ ที่ทำให้ว่ายน้ำเร็ว ปลาฉลามก็อบลินจัดได้ว่าเป็นปลาฉลามชนิดที่ว่ายน้ำได้แย่มาก และเชื่อว่าปลาฉลามก็อบลินเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์จะขยายพันธุ์ในที่ ๆ มีอาหารสำหรับเลี้ยงตัวอ่อนอุดมสมบูรณ์ เพื่อใช้เป็นสถานที่พักเลี้ยง ส่วนปลาที่โตเต็มที่แล้วจะว่ายห่างออกไปเพื่อให้ตัวอ่อนได้มีอาหารที่เพียงพอ มิต้องแย่งกัน เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์[7] [2]

ส่วนล่างของปาก

ปลาฉลามก็อบลิน ถูกค้นพบครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ. 1873-76 จากการสำรวจของเรือเอชเอ็มเอส ชาเลนเจอร์ ที่สำรวจทะเลในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงเก็บรวบรวมตัวอย่างของปลาฉลามชนิดต่าง ๆ อีกเป็นจำนวนมากอีกด้วย โดยปลาฉลามก็อบลินถูกค้นพบที่นอกชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น แต่ก็ยังเป็นเวลาอีกหลายปีต่อมาจึงถูกอนุกรมวิธานทางวิทยาศาสตร์[2]

การค้นพบจนถึงปัจจุบัน[แก้]

จนถึงปัจจุบัน ปลาฉลามก็อบลินมีรายงานการพบตัวทั่วโลกประมาณ 30 ครั้งเท่านั้น แต่ชาวประมงชาวญี่ปุ่นที่จับปลาที่โตเกียวแคนยอนจับปลาฉลามก็อบลินได้มากถึง 148 ตัว โดยจับได้ตัวแรกในปี ค.ศ. 1995 และยังเคยจับปลาฉลามก็อบลินในวัยอ่อนที่ส่วนของกรามยังไม่ยื่นออกมาได้อีกด้วย[6] ส่วนปลาฉลามก็อบลินที่ยังชีวิตมีไม่กี่ตัวเท่านั้นที่ถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ แต่ก็มีชีวิตอยู่ได้เพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ ตัวหนึ่งถูกเก็บไว้ที่มหาวิทยาลัยโตโกมีอายุได้เพียงสัปดาห์เดียว และอีกตัวหนึ่งถูกเก็บไว้ที่โตเกียวซีไลฟ์ปาร์ค แต่ก็มีอยู่ได้เพียง 2 วัน[8][9]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 Duffy, C.A.J.; Ebert, D.A.; Stenberg, C. (2004). "Mitsukurina owstoni". IUCN Red List of Threatened Species. Version 2012.2. International Union for Conservation of Nature.
  2. 2.0 2.1 2.2 "ท่องโลกกว้าง: สุดยอดตำนานแห่งท้องทะเล ตอน ฉลามทะเลลึก". ไทยพีบีเอส. 19 September 2014. สืบค้นเมื่อ 20 September 2014.
  3. 3.0 3.1 3.2 Jordan, D.S. (1898). "Description of a species of fish (Mitsukurina owstoni) from Japan, the type of a distinct family of lamnoid sharks". Proceedings of the California Academy of Sciences (Series 3) Zoology. 1 (6): 199–204.
  4. Froese, Rainer, and Daniel Pauly, eds. (2010). "List of Nominal Species of Mitsukurinidae (Goblin shark)". FishBase. สืบค้นเมื่อ 2010-08-24.
  5. Castro, J.H. (2011). The Sharks of North America. Oxford University Press. pp. 202–205. ISBN 978-0-19-539294-4.
  6. 6.0 6.1 "ฉลามก็อบลิน 05 พฤศจิกายน 2558 ตอนที่ 1". ช่อง 7. 5 November 2015. สืบค้นเมื่อ 6 November 2015.
  7. "ฉลามก็อบลิน 06 พฤศจิกายน 2558 ตอนที่ 2". ช่อง 7. 6 November 2015. สืบค้นเมื่อ 6 November 2015.
  8. Compagno, L.J.V. (2002). Sharks of the World: An Annotated and Illustrated Catalogue of Shark Species Known to Date (Volume 2). Food and Agriculture Organization of the United Nations. pp. 68–71. ISBN 92-5-104543-7.
  9. "Goblin shark caught alive". Tokyo Zoo Net. Tokyo Zoological Park Society. January 25, 2007. สืบค้นเมื่อ April 26, 2013.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]