ปฏิบัติการยูเรนัส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ปฏิบัติการยูเรนัส
เป็นส่วนหนึ่งของ ยุทธการที่สตาลินกราดบนแนวรบด้านตะวันออกในสงครามโลกครั้งที่สอง

Operation Uranus.svg
วันที่ 19–23 พฤศจิกายน ค.ศ. 1942
สถานที่ ใกล้กับนครสตาลินกราด (ปัจจุบันคือ วอลโกกราด)
ผลลัพธ์ โซเวียตได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด
กองทัพฝ่ายอักษะถูกโอบล้อม
คู่ขัดแย้ง
 สหภาพโซเวียต  เยอรมนี
อิตาลี อิตาลี
โรมาเนีย โรมาเนีย
ฮังการี ฮังการี
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
สหภาพโซเวียต โจเซฟ สตาลิน
สหภาพโซเวียต เซมิออน ตีโมเชนโค
สหภาพโซเวียต คอนสตันติน โรคอสซอฟสกี
สหภาพโซเวียต อะเลคซันดร์ วาซีเลฟสกี
สหภาพโซเวียต นีโคไล วาตูติน
นาซีเยอรมนี อดอล์ฟ ฮิตเลอร์
นาซีเยอรมนี ฟรีดริช เพาลุส
โรมาเนีย Petre Dumitrescu
กำลัง
ทหาร 1,143,500 นาย (including reserve)[1]
รถถัง 894 คัน[1]
ปืนใหญ่ 13,451 กระบอก[1]
เครื่องบิน 1,500 ลำ[2]
เยอรมัน:
ทหาร 250,000+ นาย
ไม่ทราบจำนวนปืนใหญ่
เครื่องบิน 732 ลำ (402 ลำที่ใช้งานได้)
อิตาลี:
ทหาร 220,000 นาย
ไม่ทราบจำนวนปืนใหญ่และเครื่องบิน[3]
โรมาเนีย:
ทหาร 143,296 นาย
ปืนใหญ่ 827 กระบอก
รถถัง 134 คัน
ไม่ทราบจำนวนเครื่องบิน[3]
ฮังการี:
ทหาร 200,000 นาย
ไม่ทราบจำนวนปืนใหญ่และรถถัง[4]
กำลังพลสูญเสีย
รวม 789,600 นาย

เสียชีวิต 330,000 นาย
ได้รับบาดเจ็บ 450,000 นาย
สูญหาย 9,600 นาย

ทหารเยอรมัน 500,000 นาย

ทหารฮังการี 157,000 นาย
ทหารอิตาลี 114,000 นาย
ทหารโรมาเนีย 109,000 นาย
อื่น ๆ 40,000 นาย

ปฏิบัติการยูเรนัส (รัสเซีย: Опера́ция «Ура́н», romanised: Operatsiya "Uran") เป็นรหัสนามของโซเวียต เมื่อวันที่ 19-23 พฤศจิกายน ค.ศ. 1942 ปฏิบัติการทางยุทธศาสตร์ในสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งได้นำไปสู่การโอบล้อมกองทัพเยอรมันที่ 6, กองทัพโรมาเนียที่ 3 และ 4 และบางส่วนของกองทัพพันเซอร์ที่ 4 ของเยอรมัน ปฏิบัติการได้ถูกดำเนินที่ประมาณกึ่งกลางห้าเดือนที่ยาวนานของยุทธการที่สตาลินกราดและมุ่งเป้าไปที่การทำลายกองทัพเยอรมันทั้งในและรอบๆเมืองสตาลินกราด การวางแผนสำหรับปฏิบัติการยูเรนัส ได้เริ่มขึ้นในเดือนกันยายน ค.ศ. 1942 และได้ถูกพัฒนาขึ้นพร้อมแผนการโอบล้อมและทำลายกลุ่มกองทัพเยอรมันกลางและกองกำลังเยอรมันในเทือกเขาคอเคซัส กองทัพแดงได้ใช้ประโยชน์จากความน่าสังเวชของกองทัพเยอรมันในการเตรียมพร้อมสำหรับฤดูหนาว และความจริงที่ว่ากองกำลังของตนในทางตอนใต้ของสหภาพโซเวียตนั้นเกินความสามารถใกล้กับสตาลินกราด ด้วยการใช้ความอ่อนแอของทหารโรมาเนียที่เป็นปีกป้องกันของพวกเขา จุดเริ่มต้นของการรุกตั้งอยู่ส่วนของแนวด้านหน้าที่ตรงข้างกับกองทัพโรมาเนีย ซึ่งกองทัพฝ่ายอักษะเหล่านี้ไม่ได้มีอาวุธหนักเพื่อรับมือกับยานเกราะของโซเวียต

เนื่องจากระยะทางของด้านหน้าถูกสร้างขึ้นโดยการรุกช่วงฤดูร้อนของเยอรมัน ได้มุ่งเป้าไปที่แหล่งน้ำมันเทือกเขาคอเคซัสและเมืองสตาลินกราด กองทัพเยอรมันและฝ่ายอักษะอื่นๆได้ถูกบังคับให้ต้องปกป้องส่วนที่ระยะทางที่ยาวไกลเกินกว่าที่พวกเขาตั้งใจจะยึดครอง ด้วยสถานการณ์ที่เลวร้ายโดยการตัดสินใจของเยอรมันในการย้ายกองพลยานยนต์หลายหน่วยจากสหภาพโซเวียตไปยังยุโรปตะวันตก นอกจากนี้ หน่วยในพื้นที่ได้หมดไปหลังจากเดือนของการสู้รบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งซึ่งได้เข้าร่วมในการสู้รบในสตาลินกราด เยอรมันได้นับแค่เพียงเหล่าพันเซอร์ที่ 48(XXXXVIII Panzer Corps) ซึ่งมีความแข็งแกร่งของกองพลพันเซอร์เดียว และกองพลแพนเซอร์เกรนาดีร์ที่ 29 เป็นหน่วยสำรองเพื่อสนับสนุนโรมาเนีย พันธมิตรของพวกเขาบนปีกของกองทัพเยอรมันที่ 6 ในทางตรงกันข้าม กองทัพแดงได้ใช้กำลังทหารมากว่าหนึ่งล้านนายเพื่อจุดประสงค์ในการเริ่มต้นของการรุกทั้งในและรอบๆสตาลินกราด การเคลื่อนไหวของกองกำลังโซเวียตนั้นมีปัญหา เนื่องจากความยากลำบากในการปกปิดจากการเตรียมความพร้อมของพวกเขา และหน่วยทหารโซเวียตโดยปกติจะมาถึงก็ล่าช้า เนื่องจากปัญหาทางด้านโลจิสติกส์ ปฏิบัติการยูเรนัสถูกเลื่อนออกไปครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 8 ถึง 17 พฤศจิกายน จากนั้นก็เลื่อนไปถึงวันที่ 19 พฤศจิกายน

เวลา 7 นาฬิกา 20 นาทีซึ่งเป็นเวลาของกรุงมอสโก เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน กองกำลังโซเวียตบนทางตอนปีกเหนือของกองกำลังฝ่ายอักษะที่สตาลินกราดได้เริ่มต้นการรุก กองกำลังในทางตอนใต้ได้เริ่มเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน แม้ว่าหน่วยทหารโรมาเนียจะสามารถต้านทานการโจมตีครั้งแรกไว้ได้ ในช่วงท้ายของวันที่ 20 พฤศจิกายน กองทัพโรมาเนียที่ 3 และ 4 ต้องล่าถอยอย่างแตกกระเจิง ดังนั้นกองทัพแดงก็ได้โอบล้อมกองพลทหารราบของเยอรมันได้หลายกองพล การเคลื่อนไหวของหน่วยสำรองของเยอรมันไม่แข็งแกร่งพอที่จะป้องกันหน่วยยานยนต์หัวหอกของโซเวียตได้ ในขณะที่กองทัพที่ 6 ไม่อาจตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วพอหรืออย่างเด็ดขาดที่จะปลดปล่อยกองทัพเยอรมันในสตาลินกราดและช่วยให้พวกเขาเอาชนะภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา โดยช่วงปลายวันที่ 22 พฤศจิกายน กองกำลังโซเวียตได้เชื่อมโยงกันไปที่เมืองคาลัช ล้อมรอบด้วยจำนวนประมาณ 290,000 นาย ทางตะวันออกของแม่น้ำดอน แทนที่จะพยายามในการเปิดวงล้อม ผู้นำเยอรมัน อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ได้ตัดสินใจที่จะรักษากองกำลังฝ่ายอักษะในสตาลินกราดและจัดหาสเบียงและอื่นๆให้กับพวกเขาทางอากาศ ในขณะเดียวกันผู้บัญชาการฝ่ายโซเวียตและฝ่ายเยอรมันก็ได้เริ่มวางแผนการเคลื่อนไหวครั้งต่อไป

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 Glantz & House 1995, p. 134
  2. Bergström 2007, p. 87
  3. 3.0 3.1 Bergström 2007, p. 88
  4. Anthony Tihamer Komjathy (1982). A Thousand Years of the Hungarian Art of War. Toronto: Rakoczi Foundation. pp. 144–45. ISBN 0819165247.