บ้านทะเลสาบ บ่มรักปาฏิหาริย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เดอะ เลคเฮาส์ บ้านทะเลสาบ บ่มรักปาฏิหาริย์
The Lake House
250px
โปสเตอร์ภาพยนตร์ปี 2006
กำกับโดย อเลจานโดร อักเกรสติ
อำนวยการสร้างโดย ดั๊ก เดวิดสัน
รอย ลี
ซอนนี่ มัลฮิ
เขียนโดย เดวิด ออร์เบิร์น
นำแสดงโดย คีอานู รีฟส์
ซานดรา บุลล็อก
เพลงประกอบ
ภาพยนตร์โดย
พอล แม็กคาร์ตนีย์
ราเชล พอร์ทแมน
ตัดต่อโดย อเลจานโดร อักเกรสติ
จัดจำหน่ายโดย วอร์เนอร์บราเธอร์ส
ฉาย สหรัฐอเมริกา 16 มิถุนายน ค.ศ. 2006
ความยาว 105 นาที
ประเทศ สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา
ภาษา ภาษาอังกฤษ
งบประมาณ สหรัฐอเมริกา 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลจาก All Movie Guide
ข้อมูลจาก IMDb

เดอะ เลคเฮาส์ บ้านทะเลสาบ บ่มรักปาฏิหาริย์ (ภาษาอังกฤษ:The Lake House) เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนวโรแมนติค ดราม่า โดยฮอลลีวู้ดได้ซื้อลิขสิทธิ์มาจากภาพยนตร์เกาหลีปี ค.ศ. 2000 เรื่อง อิล มาเร ลิขิตรักข้ามเวลา (ภาษาอังกฤษ: Il Mare) ซึ่งเดอะ เลคเฮาส์ บ้านทะเลสาบ บ่มรักปาฏิหาริย์ ออกฉายในปี ค.ศ. 2006 บทภาพยนตร์โดย เดวิด ออร์เบิร์น กำกับภาพยนตร์โดย อเลจานโดร อักเกรสติ นำแสดงโดย คีอานู รีฟส์ รับบทเป็น อเล็กซ์ ไวท์เลอร์ และซานดรา บุลล็อก รับบทเป็น เคท ฟอร์สเตอร์ ซึ่ง อเล็กซ์ ไวท์เลอร์ เป็นสถาปนิกที่อาศัยอยู่ในปี ค.ศ. 2004 ส่วน เคท ฟอร์สเตอร์ เป็นแพทย์หญิงที่อาศัยอยู่ในปี ค.ศ. 2006 ทั้งสองคนพูดคุย สร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน ข้ามกาลเวลาผ่านทางจดหมายซึ่งส่งผ่านทางตู้จดหมายหน้าบ้านริมทะเลสาบ โดยที่ทั้งคู่เองก็อาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกันแต่คนละปี

เนื้อเรื่อง[แก้]

มันคือฤดูหนาวในปี ค.ศ. 2006 ซึ่งดร.เคท ฟอร์สเตอร์ กำลังจะย้ายออกจากบ้านพักริมทะเลสาบบริเวณเขตชานเมืองอิลลินอยส์ที่เธอเช่าไว้ เพื่อที่จะเข้าไปอาศัยอยู่ในตัวเมืองชิคาโก ที่ที่ซึ่งเธอได้รับงานเป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลใจกลางเมือง เคทเองไม่ค่อยเต็มใจที่จะย้ายออกจากบ้านไม้อันแสนสวยที่เธอเช่าไว้เท่าไหร่นัก ที่ถูกออกแบบไว้อย่างน่าหลงใหล เช่น ผนังกระจก ตัวบ้านยื่นออกไปในน้ำ และทะเลสาบอันแสนสงบ ขณะที่เธอย้ายออก เคทได้ทิ้งจดหมายไว้ในตู้จดหมายหน้าบ้านให้สำหรับผู้เช่ารายต่อไป และเขียนขอให้ผู้ใดก็ตามที่ได้อ่านจดหมายของเธอนำปูนที่ละเลงจุกของแผ่นอิฐออกและให้ลบรอยเท้าสุนัขบนทางเดินเข้าสู่ตัวบ้านออก จากนั้นเธอก็จากไป

อเล็กซ์ ไวท์เลอร์ คือคนที่มีพรสวรรค์และปราดเปรื่องแต่เขาเองกลับเป็นสถาปนิกที่สิ้นท่า ซึ่งเขาเองก็กำลังอำนวยการสร้างคอนโดคุกกี้ - คัตเตอร์และบริเวณโดยรอบ ต่อมาเขาหาบ้านริมทะเลสาบจนเจอและพบว่าบ้านถูกละเลยการเอาใจใส่และก็ยังไม่พบรอยเท้าสัตว์ในบริเวณรอบๆบ้าน บ้านริมทะเลสาบแห่งนี้เป็นสิ่งที่มีความหมายพิเศษสำหรับอเล็กซ์ สร้างขึ้นโดยพ่อที่ห่างเหินกันกับเขา ตัวพ่อเขาเองได้ละทิ้งครอบครัวและไปยินดีปรีดากับหน้าที่การงานที่เจริญรุ่งเรืองของเขาและก็ไม่ได้ใส่ใจกับครอบครัวสุดท้ายพ่อกับแม่เขาก็เลิกกัน ต่อมาเขาก็ได้รับจดหมายของเคทซึ่งทั้งคู่เองยังไม่รู้เรื่องวันเวลาที่ต่างกันและได้เขียนโต้ตอบกันไปมา ผ่านไปสักระยะหนึ่งอเล็กซ์สามารถรู้สึกถึงความสงบของบ้านทะเลสาบได้และเริ่มซ่อมแซมมัน เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรกับคำขอของเคทที่ขอให้ลบรอยเท้าสุนัขบนทางเดินออกที่เธอได้เขียนไว้ก่อนจากไป จนกระทั่งวันต่อมาขณะเขากำลังทาสีทางเดินอยู่สุนัขของเขาก็วิ่งตัดผ่านทางเดินทำให้เกิดรอยเท้าซึ่งเคทเคยบอกไว้

ขณะที่เขางุนงงกับสิ่งที่เคทรู้ เขาได้เขียนกลับไปหาเธอว่าบ้านหลังนี้ไม่เคยมีผู้เช่ามาก่อนและเขารู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่เคทรู้เรื่องรอยเท้า ซึ่งมันไม่เคยมีมาก่อน เคทผู้ที่พึ่งจากบ้านหลังนั้นมาได้อาทิตย์แรก คิดว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไรเพราะเธอเพิ่งย้ายออกจากบ้านหลังนั้นมาและจินตนาการว่าเขากำลังเล่นตลกอะไรสักอย่างอยู่ เธอตอบกลับอย่างสั้นๆว่า "มันก็แค่เรื่องตลกที่คุณแต่งขึ้น" เธอถามต่อว่า "ตอนนี้เวลาอะไร?" "14 เมษายน 2004" เขาตอบ แต่มันคือวันที่ 14 เมษายน 2006 ของเคท เวลาเดียวกันแต่ห่างกัน 2 ปี

ในขณะที่เคท และ อเล็กซ์ คิดเหมือนกันกับเรื่องตู้จดหมายอัศจรรย์ที่บ้านริมทะเลสาบ เคทและอเล็กซ์ก็ยังยืนยันว่าเขาอยู่ในปี 2004 และเธออยู่ในปี 2006 มันทำให้พวกเขารู้สึกแปลกๆที่อยู่ห่างกัน 2 ปีและยังติดต่อกันได้ ทั้งคู่เองก็กำลังดิ้นรนต่อสู้กับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของพวกเขาและแบ่งปันความรู้สึกของข้อผูกมัดที่ไม่ปกติของกันและกัน และต่อมาพวกเขาก็เริ่มเล่าเรื่องราวของตนเองให้กันละกันได้รับรู้ในแต่ละสัปดาห์ที่ผ่านไป

หนึ่งในจดหมายของเคท ที่ส่งไปยังอเล็กซ์ได้พูดถึงหนังสือของ เจน ออสเทน เรื่อง เพอร์ซูเอชั่น (ภาษาอังกฤษ:Persuasion) ซึ่งเธอได้บังเอิญลืมไว้ที่สถานีรถไฟในปี ค.ศ. 2004 และเธอได้ขอร้องให้เขาช่วยไปเก็บมันไว้ให้เธอ อเล็กซ์ก็เดินทางไปยังสถานีรถไฟที่ว่าและพบมันวางไว้บนม้านั่ง และเขาเองก็ได้พบเห็นเธอเป็นครั้งแรกขณะที่เธอกำลังขึ้นรถไฟซึ่งตอนนั้นเองเธอยังไม่รู้จักเขาเลยแม้แต่นิด อเล็กซ์เก็บหนังสือไว้และตั้งใจจะคือให้เคทในวันใดวันหนึ่ง จากนั้นอเล็กซ์ก็ได้ส่งแผนที่ของเมืองชิคาโกพร้อมคำอธิบายและเครื่องหมายผ่านทางกล่องจดหมายนั้น เขาแนะนำให้เธอลองเดินชมสถานที่ที่เขาชื่นชอบในเมืองชิคาโกตามแผนที่นั้นที่ซึ่งเขาได้ทำสัญลักษณ์ไว้ ในเช้าของวันเสาร์เคทก็ได้เริ่มต้นออกเดินทางไปชมสถานที่ต่างๆตามที่เขาบอกไว้ และเมื่อเคทเดินทางมาถึงจุดที่ใกล้จะสิ้นสุดของการเดินชมแล้วเคทก็ได้พบข้อความที่อเล็กซ์ทิ้งไว้ให้ในรูปแบบกราฟฟิตีบนผนังมันเขียนว่า "เคท ผมอยู่ที่นี้เคียงข้างคุณ ขอบคุณสำหรับเช้าวันเสาร์อันแสนน่ารักที่มีให้ด้วยกัน แม้จะต่างปีกันก็ตาม"

ทั้งคู่ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะพบกันให้ได้และแก้ปริศนาของการเชื่อมต่อที่ไม่ปกติระหว่างกัน พวกเขาคิดจะท้าทายโชคชะตาด้วยการเจอกันที่ร้าน Il Mare (ภาษาอิตาลี แปลว่า ทะเล) ซึ่งเป็นร้านอาหารที่หรูหราที่เป็นที่นิยมของชาวเมืองชิคาโก อเล็กซได้จองร้านอาหารนี้ไว้ในวันที่สำหรับเค้าแล้วเป็นวันพรุ่งนี้ในอีก 2 ปีข้างหน้า แต่สำหรับเคทมันคือวันพรุ่งนี้ที่กำลังจะมาถึง เธอได้ไปยังร้านอาหารนั้นด้วยชุดที่ต้องทำให้อเล็กซ์คาดไม่ถึงสำหรับเดทแรกของพวกเขา เธอรอ รอ และรอ แต่อเล็กซ์ไม่ได้ปรากฏตัวมา เคทรู้สึกเศร้าเสียใจและรู้สึกอกหักกับสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเธอรู้สึกแปลกใจที่เขาไม่มา เธอเล่าเรื่องในวันที่เธอออกจากบ้านริมทะเลสาบซึ่งมันเป็นวันวาเลนไทน์ที่รู้สึกอุ่นผิดปกติ เธอเล่าว่าเธอเป็นพยานในเหตุการณ์อุบัติเหตุรถชนที่เลวร้าย และผู้ถูกชนนั้นเป็นผู้ชายซึ่งเธอกำลังอุ้มเขาไว้จนเขาตายในอ้อมแขนของเธอ ชายผู้นั้นแท้จริงแล้วคืออเล็กซ์แต่เนื่องจากเธอยังไม่เจอเขามาก่อนเธอจึงไม่รู้ว่าคนๆนั้นคืออเล็กซ์ และตอนนี้เองเธอก็ได้รู้ว่า ชีวิตนี้มันช่างแสนสั้น เธอได้ขออเล็กซ์ให้หยุดติดต่อกับเธออีก "ขอให้ฉันได้ปล่อยคุณไปเถอะอเล็กซ์" เคทพูด และเธอก็ได้หยุดไปรับจดหมายที่อเล็กซ์ยังคงส่งถึงเธอที่ตู้จดหมายนั้น

อเล็กซ์เองก็รู้สึกอกหักและตัดสินใจที่จะย้ายออกจากบ้านริมทะเลสาบหลังนั้นพร้อมกับน้องชายของเขาที่จะย้ายเข้าไปในตัวเมืองชิคาโก และได้เก็บจดหมายของเคททั้งหมดไว้ในกล่องในห้องใต้หลังคาบ้าน ในขณะที่เขากำลังเก็บของอยู่นั้นสุนัขของอเล็กซ์ได้วิ่งออกไปจากบริเวณบ้านและไปปรากฏตัวต่อหน้าแฟนเก่าของเคทนั้นคือ มอร์แกน เขาได้ล็อกบ้านและอธิษฐานที่หน้าบ้านว่าขอให้วันใดวันหนึ่งเขาได้อยู่ร่วมกับเคทที่ทะเลสาบแห่งนี้ แล้วจึงวิ่งตามสุนัขของเขาไป

ในปี 2006 เคทก็ได้เริ่มรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับมอร์แกน และเธอกับมอร์แกนก็อาศัยอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ของเคทในชิคาโกมากกว่า 1 ปี ต่อมาบ่ายวันหนึ่งที่ทำให้อเล็กซ์ฉุนเฉียวกับการละเลยเอาใจใส่งานของตน เขาได้เข้าไปยังห้องนอนของเขาและได้พบกับคำพูดของเคท "ก้าวย่างที่ลำบากในการเลิกลา" เขาได้เปิดชั้นที่หลวมๆและพบกับกล่องเล็กๆที่ซ่อนอยู่ภายใต้ มันคือหนังสือของ เจน ออสเทน (Persuasion) ซึ่งเขาได้เก็บมาจากวันที่เขาได้พบเห็นเธอครั้งแรกที่สถานีรถไฟ เขาได้ส่งมันข้ามกาลเวลากลับไปให้เคทพร้อมกับดอกไม้และจดหมายโดยเขียนไว้ว่า "มันอาจจะมีหัวใจสองดวงซึ่งเปิดรับให้กันและกัน มันอาจไม่มีรสชาติใดที่จะคล้ายคลึงกันได้ และมันอาจจะไม่มีความรู้สึกใดที่ทำให้ผูกพันกันเท่านี้มาก่อน" เมื่อเคทเห็นเช่นเธอก็ได้กอดหนังสือเล่นนั้นไว้ตรงหัวใจของเธอ วันหนึ่งในฤดูหนาวที่อบอุ่นผิดปกติ อเล็กซ์และน้องชายของเขา เฮนรี่ได้ออกมาจากออฟฟิศของพวกเขาและบ่ายหน้าไปยังร้านอาหาร เมื่อเขาได้ดื่มเบียร์มันทำให้เขาหวนนึกถึงบางอย่าง เฮนรี่จึงได้เตือนเขาว่าวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์และเฮนรี่เองก็มีแผนที่จะไปทานอาหารกับแฟนของเขา จนบางอย่างมันกระตุกความทรงจำของอเล็กซ์ขึ้นมาและเขาก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังบ้านริมทะเลสาบ

สำหรับเคทวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ปี 2008 และเคทกับมอร์แกนตั้งใจจะไปพบกับสถาปนิกเพื่อไปตรวจดูแผนซ่อมแซมตกแต่งอพาร์ตเมนต์หลังเก่าที่เธอจะซื้อ มอร์แกนเองไม่ได้กระตือรือร้นทั้งกับแผนงานและแนวคิดในการซ่อมแซมตกแต่งนัก เพราะเขาต้องง่วนอยู่กับงานอันแสนวุ่นวายของเขา และลืมให้การ์ดวันวาเลนไทน์แก่เธอ หลังจากได้พบกับสถาปนิกแล้ว เคทได้สังเกตเห็นภาพวาดที่ห้อยอยู่ในห้องประชุม "นั้นมันรูปบ้านริมทะเลสาบหนิ" สถาปนิกหนุ่มอธิบายให้ฟังว่ามันถูกวาดขึ้นโดยพี่ชายของเขา อเล็กซ์ ไวท์เลอร์ เคทจึงถามตอบกลับด้วยความตื่นเต้นว่า "แล้วตอนนี้พี่ชายคุณเขาอยู่ไหน" เขาตอบกลับมาว่า "พี่ชายผมเสียชีวิตจากเหตุรถชนในวันนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว" เคทจึงนึกขึ้นได้อย่างรวดเร็วว่าทำไมอเล็กซ์ถึงไม่ได้ไปพบเธอที่ร้านอาหารในคืนนั้น เพราะเขาถูกรถชนในวันแรกที่พวกเขาเริ่มติดต่อกันถึงกัน วันที่เธอย้ายออกมาจากบ้านแล้วได้ไปเป็นพยานในเหตุการณ์อุบัติเหตุรถชนที่เลวร้าย คนๆนั้นก็คืออเล็กซ์นั้นเอง

เคทร้อนรนที่จะไปยังบ้านริมทะเลสาบ ทิ้งให้มอร์แกนงุนงงอยู่ข้างหลัง และเขียนจดหมายถึงอเล็กซ์อย่างกระวนกระวาย "อย่าตามหาฉัน" เคทเขียนขอร้องถึงเขา "ฉันรู้แล้วว่าทำไมคุณไม่ยอมมาก็เพราะคุณถูกรถชน" "ได้โปรดรอฉันอีก 2 ปีแล้วค่อยมาหาฉันที่บ้านริมทะเลสาบแทน" แต่อเล็กซ์ได้ออกไปตามหาเธอและพบเธออยู่ที่ เดลี่พลาซ่า ในวันวาเลนไทน์ที่เขาถูกรถชนในปี 2006 ในขณะที่เขากำลังจะก้าวข้ามถนนไปหาเธอ เขาได้ยกมือที่ถือจดหมายของเคทอยู่นั้นขึ้นมาและอ่านมันอีกครั้งที่ขอให้เขารอเธออีก 2 ปี และตัดสินใจที่จะเดินกลับไปยังทางเท้า แล้วแยกตัวเขาเองออกมาจากโชคชะตาเดิมของเขา อีกทั้งหลบหลีกจากการเสียชีวิตอันเศร้าสลดของทั้งเคท และน้องชายของเขาเฮนรี่

เคทคุกเข่าอยู่หน้ากล่องจดหมาย แน่นอนเธอมาช้าไปแต่คันโยกกล่องจดหมายก็ค่อยๆกดลง อเล็กซ์ได้รับข้อความของเธอแล้ว ไม่นานเธอก็เห็นรถยนต์ขับเข้ามาจากด้านหลังช้าๆ และเธอก็ได้เดินมุ่งตรงไปยังรถยนต์คันนั้นบนทางลูกรัง และมันคืออเล็กซ์ที่เปิดประตูลงจากรถมา "คุณรอฉัน!" เธอพูด เคทร้องไห้และทั้งคู่ก็เริ่มจูบกัน แล้วก็ค่อยๆโอบกันเดินเขาไปยังบ้านริมทะเลสาบ

นักแสดงนำ[แก้]

  • ซานดรา บุลล็อก รับบท ดร.เคท ฟอร์สเตอร์
  • คีอานู รีฟส์ รับบท อเล็กซ์ ไวท์เลอร์
  • โชห์เรห์ อักห์ดาชลู รับบท ดร. แอนนา คลีชชินกี้
  • คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ รับบท ไซมอน เจ. ไวท์เลอร์
  • เอบอน มอส บาชาราช รับบท เฮนรี่ ไวท์เลอร์
  • วิลลี่ วอน เอ็มเมอร์รอย รับบท คุณ ฟอร์สเตอร์
  • ดีแลน วอลช์ รับบท มอร์แกน ไพร์ซ
  • ลินน์ คอลลินส์ รับบท โมน่า

เพลงประกอบภาพยนตร์[แก้]

  • "This Never Happened Before" - พอล แม็กคาร์ตนีย์
  • "(I Can't Seem To) Make You Mine" - The Clientele
  • "Time Has Told Me" - นิค เดรค
  • "Ant Farm" - Eels
  • "It’s Too Late" - คาโรล์ คิง
  • "The Lakehouse" - ราเชล พอร์ทแมน
  • "Pawprints" - ราเชล พอร์ทแมน
  • "Tough Week" - ราเชล พอร์ทแมน
  • "Mailbox" - ราเชล พอร์ทแมน
  • "Sunsets" - ราเชล พอร์ทแมน
  • "Alex's Father" - ราเชล พอร์ทแมน
  • "Il Mare" - ราเชล พอร์ทแมน
  • "Tell Me More" - ราเชล พอร์ทแมน
  • "She's Gone" - ราเชล พอร์ทแมน
  • "Wait For Me" - ราเชล พอร์ทแมน
  • "You Waited" - ราเชล พอร์ทแมน
  • "I Waited" - ราเชล พอร์ทแมน